กรองทราฟฟิกของทีมตัวเองออกจากรายงาน ก่อนจะหลงดีใจกับตัวเลขที่ทีมทำขึ้นมาเอง
สรุปสั้น ๆ
ตัดทราฟฟิกของทีมออกจาก GA4 ได้สองขั้น คือประกาศกฎ Define internal traffic ที่ data stream ให้ event ติดค่า traffic_type เป็น internal แล้วเปิดตัวกรอง Internal Traffic ในสถานะ Testing ก่อน เมื่อตรวจแล้วจึงเปลี่ยนเป็น Active ซึ่งตัดข้อมูลถาวรและย้อนกลับไม่ได้ ส่วน pixel ของ Meta และ TikTok ไม่รับผลจากตัวกรองนี้ ต้องกันที่ GTM แยกต่างหาก
ทีมคุณเปิด Landing Page วันละหลายรอบ เพื่อเช็กว่าปุ่ม LINE ยังกดได้ ฟอร์มยังส่งผ่าน แท็กยังยิง สมมติทีม 6 คนเปิดคนละ 5 รอบต่อวัน นั่นคือ 30 session ที่ไม่ใช่ลูกค้า ถ้าเว็บได้ทราฟฟิกจากแอดวันละ 300 session ตัวเลขจะพองขึ้นราวหนึ่งในสิบ และคนที่ทดสอบมักกดทุกปุ่มที่เจอ จึงดึงอัตราการคลิกขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ปัญหาหนักที่สุดตอนแคมเปญเพิ่งเริ่ม เพราะช่วงที่ทีมทดสอบถี่ที่สุดคือช่วงที่ข้อมูลจริงยังบางที่สุด ตัวเลขแรกที่ลูกค้าเห็นจึงมีเสียงของทีมเราปนอยู่เต็มไปหมด ลำดับที่ใช้ได้คือตัดใน GA4 ก่อน แล้วค่อยกันแท็กโฆษณาตามหลัง
ทราฟฟิกภายในมีมากกว่าที่ทีมนึกถึง
ก่อนตั้งตัวกรอง ให้ลิสต์ก่อนว่าใครบ้างที่เปิดหน้าเว็บโดยไม่ใช่ลูกค้า ถ้านึกถึงแค่ทีมแอด จะพลาดคนที่เหลือไปเกือบหมด ขั้นตอนทดสอบแท็กหลังแก้ container ก็ส่งข้อมูลเข้า property จริงได้ถ้าไม่ได้เปิดโหมดดีบัก อ่านวิธีแยกการทดสอบออกได้ที่ การดีบักแท็ก LINE ด้วย GTM Preview
- ทีมแอดและแอดมินที่เปิดหน้าเว็บทดสอบทุกครั้งที่แก้ container
- นักพัฒนาที่โหลดหน้าซ้ำตอนแก้โค้ด รวมถึงเปิดผ่านโหมด Preview ของ GTM
- เจ้าของธุรกิจที่กดดูโฆษณาของตัวเองจากมือถือ แล้วคลิกเข้าเว็บเพื่อดูหน้าตา
- พนักงานขายที่ส่งลิงก์ให้ลูกค้าดูระหว่างคุยในแชท แล้วเปิดตามไปด้วย
- สคริปต์ของฝั่งเรา เช่น ตัวเช็กหน้าเว็บทุกชั่วโมง หรือเครื่องมือสแกน SEO
ตั้งกฎ Internal Traffic และเปิดตัวกรองตามลำดับ
ชื่อเมนูใน Admin ของ GA4 เลื่อนตำแหน่งได้ตามเวอร์ชันของหน้าจอ แต่ลำดับคงเดิม คือประกาศก่อนว่าอะไรนับเป็นภายใน แล้วค่อยบอกตัวกรองให้ตัดสิ่งนั้นออก
- ที่ Admin ของ property เลือก Data streams แล้วเปิด web stream ที่ใช้อยู่ ไปที่ Configure tag settings เลือก Show all และ Define internal traffic
- กด Create ตั้งชื่อกฎให้บอกที่มา เช่น office-bangkok ปล่อยค่า traffic_type เป็น internal ตามค่าตั้งต้น แล้วเลือกเงื่อนไข IP address ใส่ IP ของออฟฟิศ ถ้ามีหลายเลข ให้ใช้ช่วงแบบ CIDR หรือแยกเป็นหลายกฎ
- กลับมาที่ Admin เลือก Data settings แล้วเปิด Data filters จะมีตัวกรอง Internal Traffic อยู่แล้วในสถานะ Inactive ให้เปิดแก้ไข ตรวจว่าชื่อค่า traffic_type ตรงกับกฎที่เพิ่งตั้ง แล้วตั้งสถานะเป็น Testing
- รอข้อมูลสัก 1 ถึง 2 วัน เทียบรายงานตามหัวข้อถัดไป ก่อนเปลี่ยนสถานะเป็น Active
ใช้สถานะ Testing ดูของที่จะถูกตัดก่อนเปิดจริง
ในสถานะ Testing GA4 ยังเก็บข้อมูลไว้ครบ แต่ติดป้ายให้ event ที่เข้าข่าย โดยแสดงผ่านมิติ Test data filter name ใน Explorations คุณจึงเทียบกลุ่มที่ติดป้ายกับกลุ่มที่ไม่ติดได้ว่ากฎจับถูกคนหรือไม่ ถ้าจับพลาด เช่น ใส่ IP ผิดช่วง ก็ยังแก้ได้โดยไม่เสียข้อมูล
เมื่อเปลี่ยนเป็น Active ข้อมูลที่ตรงกฎจะไม่ถูกเก็บเข้า property และเรียกคืนไม่ได้ ตัวกรองมีผลกับข้อมูลที่เข้ามาหลังเปิดเท่านั้น ของเก่าไม่ถูกแก้ย้อนหลัง จึงควรจดวันที่เปิด Active ไว้ในรายงาน ไม่เช่นนั้นคนที่เห็นยอดลดลงหลังวันนั้นจะนึกว่าแคมเปญแย่ลง ตัวอย่างสมมติของผลที่ควรเห็นในช่วงทดสอบ
คนทำงานนอกออฟฟิศไม่มี IP คงที่ ให้ใช้คุกกี้ทำเครื่องหมายแทน
กฎ IP ใช้ไม่ได้กับคนที่ทำงานที่บ้านหรือใช้เน็ตมือถือ เพราะเลข IP เปลี่ยนไปเรื่อย ทางออกคือให้อุปกรณ์ของทีมพกธงของตัวเอง ซึ่งแท็กอ่านแล้วตั้งค่า traffic_type ให้เหมือนกับกฎ IP
- สร้างหน้าธรรมดาหนึ่งหน้าที่ไม่มีลิงก์จากที่ไหน ตั้ง noindex และใส่สคริปต์เล็ก ๆ ที่เขียนคุกกี้ first-party ชื่อ internal=1 อายุหนึ่งปี
- ใน GTM สร้างตัวแปรชนิด 1st party cookie อ่านค่า internal แล้วใช้ Lookup Table คืนค่า internal เมื่อคุกกี้เป็น 1 นอกนั้นให้ว่างไว้
- ใน Google tag เพิ่ม field ชื่อ traffic_type ให้ใช้ค่าจากตัวแปรนั้น ตัวกรองใน GA4 จึงจับได้เหมือนเดิม
- ให้ทีมเปิดหน้าธงหนึ่งครั้งต่ออุปกรณ์และต่อเบราว์เซอร์ ล้างคุกกี้หรือเปิดโหมดไม่ระบุตัวตนแล้วต้องทำใหม่
ตัวกรองของ GA4 ไม่ช่วย Meta pixel และ TikTok pixel
ตัวกรองนี้ทำงานในฝั่ง GA4 เท่านั้น การทดสอบฟอร์มหนึ่งรอบยังส่ง Lead ไปที่ Meta และ TikTok ตามปกติ ถ้าบัญชีมีผู้ซื้อจริงแค่ 20 รายต่อสัปดาห์ การทดสอบอีก 10 ครั้งคือสัญญาณปลอมหนึ่งในสาม ซึ่งระบบหาคนเข้าข่ายของแพลตฟอร์มอาจนำไปใช้เรียนรู้ได้
วิธีกันคือใช้คุกกี้ธงตัวเดิมสร้าง Trigger ชนิดเงื่อนไขว่าธงเป็น 1 แล้วตั้งเป็น exception ของแท็ก Meta และ TikTok ทุกตัวใน GTM สำหรับ event ที่ส่งจากเซิร์ฟเวอร์ ให้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ข้ามคำสั่งซื้อที่ทำเครื่องหมายว่าทดสอบ หรือแนบ test_event_code เฉพาะรอบทดสอบ แล้วถอดออกเมื่อใช้งานจริง ถ้าสงสัยว่าเกิด event ซ้ำจากการทดสอบ ดูวิธีไล่ที่ การตรวจจับ event ซ้ำ ส่วนบอตที่ไม่ใช่คนในทีมแต่ปนเข้ามา อ่านที่ การกรองคลิกจากบอต
เลือกวิธีตามสถานการณ์ของทีม
| สถานการณ์ | วิธีที่ใช้ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ทำงานที่ออฟฟิศ IP คงที่ | กฎ IP ที่ data stream แล้วเปิดตัวกรอง Internal Traffic | ถ้าผู้ให้บริการเปลี่ยน IP ต้องกลับมาแก้กฎ |
| ทำงานจากบ้านหรือเน็ตมือถือ | คุกกี้ทำเครื่องหมายผ่าน GTM แล้วตั้ง traffic_type | ต้องเปิดหน้าธงหนึ่งครั้งต่ออุปกรณ์และต่อเบราว์เซอร์ |
| ทดสอบแท็กใน GTM Preview | เปิด debug_mode แล้วดูใน DebugView หรือใช้ตัวกรอง Developer traffic | ใช้ได้เฉพาะช่วงทดสอบ |
| สคริปต์ตรวจเว็บของฝั่งเรา | กรอง user agent ที่ log เซิร์ฟเวอร์ หรือบล็อกที่ชั้น CDN | GA4 ตัดเฉพาะบอตที่อยู่ในรายชื่อที่รู้จัก |
| pixel ของ Meta และ TikTok | exception ตามคุกกี้ธงใน GTM | ต้องทำแยกกับทุกแพลตฟอร์ม |
สรุป
ลำดับที่ควรทำสัปดาห์นี้คือสร้างกฎ IP และตัวกรองในสถานะ Testing ก่อน ระหว่างรอ 2 วัน ให้ทีมตกลงกันว่าจะทดสอบผ่านอุปกรณ์ที่ติดธงเท่านั้น แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น Active พร้อมจดวันที่
ส่วน pixel ของแพลตฟอร์มโฆษณาให้ตั้ง exception ใน GTM ในวันเดียวกัน เพราะการกันเฉพาะ GA4 ทำให้ตัวเลขในรายงานสวยขึ้นแต่แพลตฟอร์มยังเรียนรู้จากสัญญาณที่ทีมสร้างเอง
- ลิสต์ให้ครบว่าใครเปิดหน้าเว็บโดยไม่ใช่ลูกค้า รวมนักพัฒนา เจ้าของ และสคริปต์
- ใช้กฎ IP สำหรับออฟฟิศ และคุกกี้ธงสำหรับคนที่ไม่มี IP คงที่
- เริ่มที่สถานะ Testing เพราะ Active ตัดข้อมูลถาวร
- ตัวกรอง GA4 ไม่ส่งผลถึง Meta และ TikTok ต้องตั้ง exception ใน GTM แยก
- จดวันที่เปิด Active ไว้ในรายงาน เพื่อให้คนอ่านเข้าใจว่ายอดลดเพราะอะไร
คำถามที่พบบ่อย
เปิดตัวกรองแล้ว ข้อมูลเก่าที่เคยปนอยู่จะถูกแก้ไหม
ไม่ ตัวกรองมีผลกับข้อมูลที่เข้ามาหลังเปิดเท่านั้น ให้จดวันที่เปลี่ยนเป็น Active ไว้ในรายงาน เพราะยอดจะลดลงตั้งแต่วันนั้น และการเทียบข้ามวันนั้นต้องหมายเหตุ
เปิดเป็น Active ตั้งแต่แรกเลยได้ไหม
ไม่แนะนำ Active ตัดข้อมูลถาวร ถ้าใส่ IP ผิด หรือใส่ช่วงกว้างจนครอบคลุมลูกค้าจริง ข้อมูลที่หายไปเรียกคืนไม่ได้ เริ่มที่ Testing เสมอ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน
ทีมใช้ VPN ของบริษัท ต้องใส่ IP อะไร
ใส่ IP ขาออกของ VPN นั้นเป็นกฎได้ถ้าเป็นเลขคงที่ที่ใช้เฉพาะคนในทีม ถ้าเป็นบริการ VPN สาธารณะที่คนทั่วไปใช้ร่วมกัน อย่าใส่ เพราะลูกค้าจริงที่ใช้ตัวเดียวกันจะหายจากรายงานไปด้วย
ตั้งกฎ IP แล้ว ทำไมยังเห็นทีมตัวเองในรายงาน
สาเหตุที่พบบ่อยคือเปิดผ่านเน็ตมือถือที่ไม่ใช่ IP ที่ใส่ไว้ ผู้ให้บริการให้ IPv6 ซึ่งต่างจาก IPv4 ที่ใส่ ตัวกรองยังเป็น Inactive หรือค่า traffic_type ในตัวกรองไม่ตรงกับกฎ ให้ตรวจสามข้อนี้ก่อน
การกดทดสอบแค่ไม่กี่ครั้ง จำเป็นต้องกันออกจาก pixel ด้วยไหม
ขึ้นกับปริมาณจริง ถ้ายอดแปลงจริงต่อสัปดาห์ยังน้อย การทดสอบไม่กี่ครั้งก็ปนสัญญาณได้มาก ถ้ายอดสูงผลกระทบเล็กลง แต่การตั้ง exception ครั้งเดียวใน GTM ใช้เวลาไม่นาน จึงคุ้มที่จะทำไว้
ข้อความทดสอบของแอดมินในแชท LINE ผ่านตัวกรองนี้ไหม
ไม่ผ่าน ข้อความในแชทเกิดใน LINE ไม่ได้ผ่านเว็บ ตัวกรอง GA4 ไม่เห็น ต้องกันด้วยวิธีของฝั่งแชท เช่น ทำเครื่องหมายบัญชีทดสอบของทีม แล้วตัดออกตอนนับแชทใหม่ในรายงาน
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน