← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

งบแอดต่อแอดมินหนึ่งคนควรอยู่ที่เท่าไหร่ กรอบคิดก่อนตัดสินใจจ้างคนที่สาม

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
งบแอดต่อแอดมินหนึ่งคนควรอยู่ที่เท่าไหร่ กรอบคิดก่อนตัดสินใจจ้างคนที่สาม

สรุปสั้น ๆ

การจ้างแอดมินคนถัดไปไม่ควรตัดสินใจจาก ‘รู้สึกว่างานเยอะ’ อย่างเดียว เพราะความรู้สึกมักมาช้ากว่าปัญหาจริงเสมอ กรอบที่จับต้องได้กว่าคือดูสัดส่วนงบแอดที่ยิงอยู่เทียบกับจำนวนแชทที่แอดมินหนึ่งคนรับไหวจริงต่อวัน แล้ววางแผนจ้างล่วงหน้าก่อนถึงจุดที่ทีมเริ่มรับไม่ทัน

เจ้าของร้านหลายคนถามคำถามเดียวกันตอนธุรกิจเริ่มโต ‘ควรจ้างแอดมินคนที่สามตอนไหน’ คำตอบที่มักได้ยินคือ ‘ตอนงานเยอะจนทีมเริ่มบ่น’ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลแต่จริง ๆ แล้วสายเกินไปเสมอ เพราะกว่าทีมจะบ่นออกมา ลูกค้าจำนวนหนึ่งมักหลุดมือไปแล้วก่อนหน้านั้น

ลองดูตัวเลขสมมติจากร้าน ‘โฮมมี่คิทเช่น’ (นามสมมติ) แอดมินหนึ่งคนตอบแชทได้เต็มที่ราว 60 บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพ ตอนงบแอดวันละ 2,000 บาท ได้แชททักมาราว 45 คน แอดมิน 1 คนยังรับไหวสบาย ๆ

พอเพิ่มงบเป็นวันละ 5,000 บาท แชททักมาเพิ่มเป็น 110 คนต่อวัน แอดมิน 1 คนรับได้แค่ 60 คนตามความจุเดิม อีก 50 คนที่เหลือต้องรอคิวนานผิดปกติ นี่คือจุดที่ควรจ้างคนที่สองไปแล้วตั้งแต่ก่อนเพิ่มงบรอบล่าสุด ไม่ใช่หลังจากเห็นปัญหา

สัดส่วนที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะความซับซ้อนของสินค้าต่างกัน แต่กรอบคิดที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้คือ ประเมินก่อนว่าแอดมินหนึ่งคนรับแชทได้กี่บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพ แล้วเทียบกับจำนวนแชทที่งบแอดปัจจุบันสร้างขึ้นจริง

ถ้าจำนวนแชทที่เข้ามาต่อวันเกินความจุของทีมที่มีอยู่แล้วเกิน 20% ติดต่อกันหลายวัน นั่นคือสัญญาณว่าควรวางแผนจ้างคนถัดไปได้แล้ว ไม่ใช่รอให้เกิน 50-60% แล้วค่อยเริ่มหาคน เพราะการหาและเทรนแอดมินใหม่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย

งบแอด/วันแชททักเข้ามาโดยประมาณจำนวนแอดมินที่ควรมี (รับได้ 60 แชท/คน)
2,000 บาท45 คน1 คน
5,000 บาท110 คน2 คน
9,000 บาท190 คน3-4 คน

สัดส่วนนี้ใช้วางแผนงบได้ด้วย ไม่ใช่แค่วางแผนคน

ข้อดีของการมองเป็นสัดส่วนคือมันช่วยวางแผนกลับด้านได้เหมือนกัน คือถ้ารู้ว่าตอนนี้มีแอดมิน 2 คนที่ยังมีความจุเหลือ ก็รู้ได้ว่าเพิ่มงบแอดได้อีกเท่าไหร่โดยยังไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม แทนที่จะเดาสุ่มว่าเพิ่มงบเท่าไหร่ดี

การคิดแบบนี้ยังช่วยตอบคำถามเรื่องต้นทุนต่อลูกค้าได้ชัดขึ้นด้วย เพราะเงินเดือนแอดมินที่จ้างเพิ่มควรถูกนับเป็นต้นทุนของการหาลูกค้าเช่นกัน ไม่ใช่แค่งบแอดอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้สัดส่วนนี้

  • ความจุต่อคนไม่คงที่ตลอดเวลา สินค้าที่ซับซ้อนขึ้นหรือมีการต่อรองเยอะขึ้นจะทำให้แอดมินรับแชทได้น้อยลงกว่าตัวเลขที่เคยวัดไว้
  • อย่านับรวมช่วงเวลาเร่งด่วน (เช่นตอนเปิดตัวสินค้าใหม่หรือช่วงเทศกาล) เข้ากับค่าเฉลี่ยปกติ เพราะจะทำให้ประเมินความจุคลาดเคลื่อน เหมือนที่เคยเกิดกับร้านที่เพิ่มงบแอดเร็วเกินจนทีมรับไม่ทัน
  • แอดมินใหม่ที่เพิ่งเข้ามักรับความจุได้แค่ 50-60% ของแอดมินที่ช่ำชองแล้วในช่วงเดือนแรก ต้องคิดเผื่อไว้ในการวางแผนคืนทุนตามหลักระยะเวลาคืนทุนต่อลูกค้า

สรุป

การตัดสินใจจ้างคนถัดไปจากความรู้สึกว่างานเยอะมักมาช้าเกินไปเสมอ เพราะกว่าจะรู้สึกได้ ลูกค้าจำนวนหนึ่งก็หลุดมือไปแล้ว การมีกรอบตัวเลขที่จับต้องได้อย่างสัดส่วนงบแอดต่อความจุแอดมินช่วยให้ตัดสินใจได้ทันเวลากว่า

ลองคำนวณความจุจริงของทีมตัวเองสักครั้ง แล้วใช้มันวางแผนทั้งเรื่องคนและเรื่องงบไปพร้อมกัน จะช่วยลดการเสียลูกค้าโดยไม่จำเป็นได้เยอะ

  • อย่ารอให้ ‘รู้สึกว่างานเยอะ’ ก่อนค่อยจ้างคนเพิ่ม เพราะมันมาช้ากว่าปัญหาจริงเสมอ
  • ใช้สัดส่วนแชทที่เข้ามาต่อวันเทียบกับความจุจริงของทีมเป็นตัวช่วยตัดสินใจ
  • สัดส่วนนี้ใช้วางแผนงบแอดย้อนกลับได้ด้วย ไม่ใช่แค่ใช้วางแผนจำนวนคน

คำถามที่พบบ่อย

แอดมินหนึ่งคนควรรับแชทได้กี่บทสนทนาต่อวัน

ขึ้นกับความซับซ้อนของสินค้า แต่ค่าเฉลี่ยที่หลายร้านใช้เป็นจุดตั้งต้นอยู่ราว 50-70 บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพการตอบ ควรวัดจากข้อมูลจริงของร้านตัวเองมากกว่าใช้ตัวเลขนี้ตายตัว

ควรจ้างคนใหม่ล่วงหน้าก่อนเพิ่มงบแอดเสมอไปไหม

ควรอย่างยิ่งถ้าวางแผนเพิ่มงบแบบก้าวกระโดด เพราะการหาและเทรนคนใหม่ใช้เวลา การรอให้ปัญหาเกิดก่อนค่อยจ้างมักทำให้เสียลูกค้าไปช่วงหนึ่งก่อนทีมจะตามทัน

ถ้างบไม่พอจ้างคนเพิ่มตามสัดส่วนนี้ ควรทำยังไง

ให้ชะลอการเพิ่มงบแอดไว้ก่อนจนกว่าจะจ้างคนเพิ่มได้ หรือมองหาวิธีเพิ่มความจุต่อคนแทน เช่นทำสคริปต์คำตอบมาตรฐานที่ช่วยตอบได้เร็วขึ้น

สัดส่วนนี้ใช้ได้กับทุกประเภทสินค้าเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกันเป๊ะ สินค้าที่ราคาสูงหรือมีคำถามซับซ้อนมักทำให้แอดมินรับแชทได้น้อยลงต่อวัน ควรวัดความจุจริงของร้านตัวเองแทนการยึดตัวเลขจากร้านอื่น

ควรทบทวนสัดส่วนนี้บ่อยแค่ไหน

แนะนำให้ทบทวนทุกครั้งที่วางแผนเพิ่มงบแอดอย่างมีนัยสำคัญ และอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อดูว่าความจุต่อคนของทีมเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง