← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

งบแอดต่อแอดมินหนึ่งคนควรอยู่ที่เท่าไหร่ กรอบคิดก่อนตัดสินใจจ้างคนที่สาม

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 11:48อัปเดต 10 ก.ค. 11:48อ่าน 1 นาที
งบแอดต่อแอดมินหนึ่งคนควรอยู่ที่เท่าไหร่ กรอบคิดก่อนตัดสินใจจ้างคนที่สาม
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การจ้างแอดมินคนถัดไปไม่ควรตัดสินใจจาก ‘รู้สึกว่างานเยอะ’ อย่างเดียว เพราะความรู้สึกมักมาช้ากว่าปัญหาจริงเสมอ กรอบที่จับต้องได้กว่าคือดูสัดส่วนงบแอดที่ยิงอยู่เทียบกับจำนวนแชทที่แอดมินหนึ่งคนรับไหวจริงต่อวัน แล้ววางแผนจ้างล่วงหน้าก่อนถึงจุดที่ทีมเริ่มรับไม่ทัน

เจ้าของร้านหลายคนถามคำถามเดียวกันตอนธุรกิจเริ่มโต ‘ควรจ้างแอดมินคนที่สามตอนไหน’ คำตอบที่มักได้ยินคือ ‘ตอนงานเยอะจนทีมเริ่มบ่น’ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลแต่จริง ๆ แล้วสายเกินไปเสมอ เพราะกว่าทีมจะบ่นออกมา ลูกค้าจำนวนหนึ่งมักหลุดมือไปแล้วก่อนหน้านั้น

ลองดูตัวเลขสมมติจากร้าน ‘โฮมมี่คิทเช่น’ (นามสมมติ) แอดมินหนึ่งคนตอบแชทได้เต็มที่ราว 60 บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพ ตอนงบแอดวันละ 2,000 บาท ได้แชททักมาราว 45 คน แอดมิน 1 คนยังรับไหวสบาย ๆ

พอเพิ่มงบเป็นวันละ 5,000 บาท แชททักมาเพิ่มเป็น 110 คนต่อวัน แอดมิน 1 คนรับได้แค่ 60 คนตามความจุเดิม อีก 50 คนที่เหลือต้องรอคิวนานผิดปกติ นี่คือจุดที่ควรจ้างคนที่สองไปแล้วตั้งแต่ก่อนเพิ่มงบรอบล่าสุด ไม่ใช่หลังจากเห็นปัญหา

สัดส่วนที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะความซับซ้อนของสินค้าต่างกัน แต่กรอบคิดที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้คือ ประเมินก่อนว่าแอดมินหนึ่งคนรับแชทได้กี่บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพ แล้วเทียบกับจำนวนแชทที่งบแอดปัจจุบันสร้างขึ้นจริง

ถ้าจำนวนแชทที่เข้ามาต่อวันเกินความจุของทีมที่มีอยู่แล้วเกิน 20% ติดต่อกันหลายวัน นั่นคือสัญญาณว่าควรวางแผนจ้างคนถัดไปได้แล้ว ไม่ใช่รอให้เกิน 50-60% แล้วค่อยเริ่มหาคน เพราะการหาและเทรนแอดมินใหม่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย

งบแอด/วันแชททักเข้ามาโดยประมาณจำนวนแอดมินที่ควรมี (รับได้ 60 แชท/คน)
2,000 บาท45 คน1 คน
5,000 บาท110 คน2 คน
9,000 บาท190 คน3-4 คน

สัดส่วนนี้ใช้วางแผนงบได้ด้วย ไม่ใช่แค่วางแผนคน

ข้อดีของการมองเป็นสัดส่วนคือมันช่วยวางแผนกลับด้านได้เหมือนกัน คือถ้ารู้ว่าตอนนี้มีแอดมิน 2 คนที่ยังมีความจุเหลือ ก็รู้ได้ว่าเพิ่มงบแอดได้อีกเท่าไหร่โดยยังไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม แทนที่จะเดาสุ่มว่าเพิ่มงบเท่าไหร่ดี

การคิดแบบนี้ยังช่วยตอบคำถามเรื่องต้นทุนต่อลูกค้าได้ชัดขึ้นด้วย เพราะเงินเดือนแอดมินที่จ้างเพิ่มควรถูกนับเป็นต้นทุนของการหาลูกค้าเช่นกัน ไม่ใช่แค่งบแอดอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้สัดส่วนนี้

  • ความจุต่อคนไม่คงที่ตลอดเวลา สินค้าที่ซับซ้อนขึ้นหรือมีการต่อรองเยอะขึ้นจะทำให้แอดมินรับแชทได้น้อยลงกว่าตัวเลขที่เคยวัดไว้
  • อย่านับรวมช่วงเวลาเร่งด่วน (เช่นตอนเปิดตัวสินค้าใหม่หรือช่วงเทศกาล) เข้ากับค่าเฉลี่ยปกติ เพราะจะทำให้ประเมินความจุคลาดเคลื่อน เหมือนที่เคยเกิดกับร้านที่เพิ่มงบแอดเร็วเกินจนทีมรับไม่ทัน
  • แอดมินใหม่ที่เพิ่งเข้ามักรับความจุได้แค่ 50-60% ของแอดมินที่ช่ำชองแล้วในช่วงเดือนแรก ต้องคิดเผื่อไว้ในการวางแผนคืนทุนตามหลักระยะเวลาคืนทุนต่อลูกค้า

สรุป

การตัดสินใจจ้างคนถัดไปจากความรู้สึกว่างานเยอะมักมาช้าเกินไปเสมอ เพราะกว่าจะรู้สึกได้ ลูกค้าจำนวนหนึ่งก็หลุดมือไปแล้ว การมีกรอบตัวเลขที่จับต้องได้อย่างสัดส่วนงบแอดต่อความจุแอดมินช่วยให้ตัดสินใจได้ทันเวลากว่า

ลองคำนวณความจุจริงของทีมตัวเองสักครั้ง แล้วใช้มันวางแผนทั้งเรื่องคนและเรื่องงบไปพร้อมกัน จะช่วยลดการเสียลูกค้าโดยไม่จำเป็นได้เยอะ

  • อย่ารอให้ ‘รู้สึกว่างานเยอะ’ ก่อนค่อยจ้างคนเพิ่ม เพราะมันมาช้ากว่าปัญหาจริงเสมอ
  • ใช้สัดส่วนแชทที่เข้ามาต่อวันเทียบกับความจุจริงของทีมเป็นตัวช่วยตัดสินใจ
  • สัดส่วนนี้ใช้วางแผนงบแอดย้อนกลับได้ด้วย ไม่ใช่แค่ใช้วางแผนจำนวนคน

คำถามที่พบบ่อย

แอดมินหนึ่งคนควรรับแชทได้กี่บทสนทนาต่อวัน

ขึ้นกับความซับซ้อนของสินค้า แต่ค่าเฉลี่ยที่หลายร้านใช้เป็นจุดตั้งต้นอยู่ราว 50-70 บทสนทนาต่อวันโดยไม่เสียคุณภาพการตอบ ควรวัดจากข้อมูลจริงของร้านตัวเองมากกว่าใช้ตัวเลขนี้ตายตัว

ควรจ้างคนใหม่ล่วงหน้าก่อนเพิ่มงบแอดเสมอไปไหม

ควรอย่างยิ่งถ้าวางแผนเพิ่มงบแบบก้าวกระโดด เพราะการหาและเทรนคนใหม่ใช้เวลา การรอให้ปัญหาเกิดก่อนค่อยจ้างมักทำให้เสียลูกค้าไปช่วงหนึ่งก่อนทีมจะตามทัน

ถ้างบไม่พอจ้างคนเพิ่มตามสัดส่วนนี้ ควรทำยังไง

ให้ชะลอการเพิ่มงบแอดไว้ก่อนจนกว่าจะจ้างคนเพิ่มได้ หรือมองหาวิธีเพิ่มความจุต่อคนแทน เช่นทำสคริปต์คำตอบมาตรฐานที่ช่วยตอบได้เร็วขึ้น

สัดส่วนนี้ใช้ได้กับทุกประเภทสินค้าเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกันเป๊ะ สินค้าที่ราคาสูงหรือมีคำถามซับซ้อนมักทำให้แอดมินรับแชทได้น้อยลงต่อวัน ควรวัดความจุจริงของร้านตัวเองแทนการยึดตัวเลขจากร้านอื่น

ควรทบทวนสัดส่วนนี้บ่อยแค่ไหน

แนะนำให้ทบทวนทุกครั้งที่วางแผนเพิ่มงบแอดอย่างมีนัยสำคัญ และอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อดูว่าความจุต่อคนของทีมเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ร้านให้เช่าชุดว่ายน้ำสำหรับนักว่ายน้ำท้องถิ่นตัวใหญ่ เมื่อไหร่ควรพลิกโมเดล เมื่อไหร่ยังเร็วไปที่จะเลิก

ร้านให้เช่าชุดว่ายน้ำสำหรับนักว่ายน้ำท้องถิ่นตัวใหญ่ เมื่อไหร่ควรพลิกโมเดล เมื่อไหร่ยังเร็วไปที่จะเลิก

ธุรกิจนิชที่ดาต้าแชทยังมีน้อย มักเจอคำถามว่าควรพลิกโมเดลตอนไหน บทความนี้เล่าผ่านเคสสมมติร้านให้เช่าชุดว่ายน้ำไซส์ใหญ่พิเศษ ว่าจะแยกสัญญาณจริงจากความใจร้อนยังไง
วันนี้วัดแค่ ‘ปิดการขาย = 1 conversion’ พอธุรกิจปรับโมเดลราคา ตัวเลขเก่ากับใหม่จะเทียบกันไม่ได้เลย

วันนี้วัดแค่ ‘ปิดการขาย = 1 conversion’ พอธุรกิจปรับโมเดลราคา ตัวเลขเก่ากับใหม่จะเทียบกันไม่ได้เลย

หลายร้านตั้งนิยาม Conversion แบบตายตัวโดยไม่คิดถึงวันที่ธุรกิจปรับโมเดล บทความนี้ชวนออกแบบนิยามมูลค่าที่ยืดหยุ่นพอรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ทิ้งข้อมูลเก่า
มีแค่ 10 นาทีหน้าบอร์ด เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

มีแค่ 10 นาทีหน้าบอร์ด เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

บอร์ดไม่แคร์ CTR หรือ Impression พวกเขาแคร์ว่าเงินที่จ่ายไปกลับมาเป็นรายได้เท่าไหร่ บทความนี้เล่าวิธีสร้างสไลด์ 10 นาทีที่พาบอร์ดตรงเข้าเรื่องเงินตั้งแต่นาทีแรก