← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

10 นาทีหน้าบอร์ด: เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

02 ส.ค. 04:19 · อ่าน 1 นาที
10 นาทีหน้าบอร์ด: เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

สรุปสั้น ๆ

บอร์ดให้เวลาการตลาด 10 นาทีต่อไตรมาส ถ้า 7 นาทีแรกใช้ไปกับ Impression, CTR, Engagement คุณจะเสียเวลาที่มีค่าที่สุดไปกับตัวเลขที่บอร์ดไม่ได้ตัดสินใจอะไรจากมัน โครงสร้างที่ทำงานได้จริงคือ เริ่มด้วยรายได้ ตามด้วยแนวโน้ม แล้วปิดด้วยหนึ่งคำขอที่ชัดเจน

สมมติเหตุการณ์นี้: บริษัท เวลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องใช้ในบ้านรายหนึ่ง คุณอร ซีเอ็มโอเพิ่งเข้าประชุมบอร์ดไตรมาสแรกในตำแหน่งใหม่ เธอเตรียมสไลด์ 18 หน้า เปิดด้วย Impression 4.2 ล้านครั้ง, Reach 890,000 คน, CTR 2.1% พอถึงนาทีที่ 6 ประธานบอร์ดยกมือขึ้นแล้วพูดประโยคที่ทำให้ห้องเงียบ ‘คุณอรครับ ผมอยากรู้ว่าเงินที่เราจ่ายไปเดือนนี้ มันกลับมาเป็นรายได้เท่าไหร่ ไม่ใช่มีคนเห็นโฆษณากี่คน’

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก บอร์ดส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกฝึกให้อ่านตัวชี้วัดทางการตลาด พวกเขาถูกฝึกให้อ่านงบการเงิน มองบริษัทเป็นสมการรายได้ลบต้นทุนเท่ากับกำไร ดังนั้นเวลาคุณเอาคำว่า Engagement หรือ Reach ขึ้นสไลด์แรก สมองของบอร์ดต้องแปลภาษาเองก่อนว่ามันเกี่ยวอะไรกับกำไรของบริษัท ซึ่งเป็นงานที่พวกเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำ

บทความนี้จะพาไปดูว่าคุณอรควรจัดลำดับสไลด์ 10 นาทีนั้นใหม่ยังไง ไม่ใช่เพื่อ ‘ขายฝัน’ ให้บอร์ดฟังดูดี แต่เพื่อให้ตัวเลขที่บอร์ดต้องใช้ตัดสินใจ มาถึงพวกเขาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

บอร์ดอ่านตัวเลขต่างจากทีมการตลาดตรงไหน

ทีมการตลาดถูกฝึกให้มองช่องทาง มองแคมเปญ มองว่าครีเอทีฟไหนคนคลิกเยอะ นี่คือภาษาที่ถูกต้องสำหรับการทำงานวันต่อวัน แต่บอร์ดไม่ได้นั่งอยู่ในงานวันต่อวันนั้น พวกเขามองบริษัทจากมุมสูงสุด คำถามที่วนอยู่ในหัวบอร์ดตลอดการประชุมคือ ‘เงินก้อนนี้ควรอยู่ตรงนี้ต่อไหม หรือย้ายไปที่อื่นดีกว่า’

เมื่อคุณเอาตัวเลขระดับปฏิบัติการขึ้นให้บอร์ดดู เท่ากับคุณขอให้พวกเขาทำงานแปลภาษาสองต่อ ต่อแรกคือแปล Engagement เป็นความหมายทางธุรกิจ ต่อสองคือแปลความหมายนั้นเป็นการตัดสินใจเรื่องงบ ยิ่งมีต่อการแปลเยอะ ยิ่งเสี่ยงที่บอร์ดจะฟังไม่ทัน หรือแย่กว่านั้นคือเข้าใจผิด กรรมการสายการเงินมักคุ้นเคยกับกรอบแบบอัตราส่วนต้นทุนต่อมูลค่าลูกค้ามากกว่าคำศัพท์ฝั่งครีเอทีฟ

โครงสร้าง 10 นาทีที่พลิกลำดับ: เงินก่อน กระบวนการทีหลัง

สิ่งที่คุณอรทำในไตรมาสถัดมาคือสลับลำดับสไลด์ทั้งหมด แทนที่จะไล่จากบนกรวยลงล่าง เธอเริ่มจากปลายกรวยที่เป็นเงินก่อน แล้วค่อยถอยขึ้นไปอธิบายว่าทำไมตัวเลขนั้นถึงเป็นแบบนั้น

ตารางลำดับสไลด์ 10 นาทีที่ใช้จริง

ลำดับเนื้อหาเวลาโดยประมาณ
1รายได้ที่มาจากการตลาด (ปิดจริงในแชท) เทียบไตรมาสก่อนและเป้า3 นาที
2แนวโน้ม 3-4 ไตรมาสล่าสุด ไม่ใช่แค่เดือนเดียว2 นาที
3เหตุผลสั้น ๆ ว่าอะไรทำให้ตัวเลขขึ้นหรือลง3 นาที
4คำขอหรือการตัดสินใจที่ต้องการจากบอร์ด 1 ข้อ2 นาที

รายได้ตัวนั้นมาจากไหน ในเมื่อลูกค้าจ่ายเงินในแชท ไม่ใช่หน้าเว็บ

ปัญหาจริงของธุรกิจที่ปิดการขายใน LINE คือ ระบบโฆษณาเห็นแค่ ‘คนคลิก’ แต่ไม่เห็นว่าใครโอนเงินจริง ถ้าไม่มีการเชื่อมข้อมูลกลับด้วยวิธีอย่างการส่ง Conversion แบบ Server-to-Server ตัวเลขรายได้ที่เอาขึ้นบอร์ดจะเป็นแค่การประมาณจากยอดขายรวมหารด้วยสัดส่วนคร่าว ๆ ซึ่งบอร์ดจะถามต่อได้ทันทีว่า ‘รู้ได้ยังไงว่าเป็นเพราะแอดตัวนี้’

วิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดคือผูกบทสนทนาที่ปิดการขายในแชทกลับไปยังแคมเปญโฆษณาต้นทางผ่านการส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์ม เมื่อมีสายข้อมูลนี้ ตัวเลขที่ขึ้นสไลด์แรกจะไม่ใช่การประมาณอีกต่อไป แต่เป็นยอดขายที่ตามรอยกลับไปหาต้นทุนได้จริง ซึ่งเป็นคำตอบที่บอร์ดต้องการได้ยินที่สุด

อะไรที่ควรตัดออกจากสไลด์บอร์ดโดยเด็ดขาด

  • รายละเอียดครีเอทีฟรายชิ้น — เก็บไว้ในรายงานภายในทีม ไม่ต้องขึ้นบอร์ด
  • ศัพท์เฉพาะทาง เช่น CTR, CPM, Frequency — ถ้าจำเป็นต้องพูดถึง ให้อธิบายเป็นประโยคผลลัพธ์แทนตัวย่อ
  • กราฟที่มีเส้นเกิน 3 เส้น — ยิ่งกราฟซับซ้อน บอร์ดยิ่งใช้เวลาถามคำถามผิดจุดมากขึ้น
  • ตัวเลขรายวันหรือรายสัปดาห์ — บอร์ดมองภาพไตรมาส การขึ้นตัวเลขรายวันทำให้ดูเหมือนแคมเปญไม่นิ่ง ทั้งที่จริงเป็นความผันผวนปกติ

ปิดท้ายด้วยคำขอเดียว ไม่ใช่รายการยาว

สไลด์สุดท้ายของคุณอรมีประโยคเดียว: ‘ขออนุมัติเพิ่มงบมาร์เก็ตติ้งไตรมาสหน้า 15% เพื่อรักษาระดับรายได้จากช่องทางแชทที่กำลังโต’ ไม่ใช่รายการของบ 6 หัวข้อที่ให้บอร์ดต้องเลือกเอง เพราะทุกครั้งที่คุณให้บอร์ดเลือกจากรายการยาว ความเสี่ยงที่จะได้คำตอบว่า ‘ขอเวลาคิดก่อน’ จะสูงขึ้นมาก

หลักการง่าย ๆ คือ ยิ่งคำขอชัดและมีตัวเลขรองรับจากสไลด์ก่อนหน้า บอร์ดยิ่งตัดสินใจได้เร็วในห้องประชุมนั้นเลย แทนที่จะต้องเลื่อนไปคุยรอบหน้า ถ้ายังไม่มั่นใจว่าสไลด์ทั้งชุดจะกระชับพอ ลองเทียบกับแนวทางการทำสรุปหนึ่งหน้าที่บอร์ดอ่านจบใน 60 วินาทีประกอบกัน

สรุป

บอร์ดไม่ได้ปฏิเสธการตลาด พวกเขาแค่ไม่มีเวลาแปลภาษาการตลาดเป็นภาษาธุรกิจด้วยตัวเอง หน้าที่ของคนนำเสนอคือแปลให้ก่อนเดินเข้าห้องประชุม ไม่ใช่หวังให้บอร์ดแปลเอง

เริ่มด้วยรายได้ ตามด้วยแนวโน้มยาว ปิดด้วยคำขอเดียวที่ชัด นี่คือโครงที่ทำให้ 10 นาทีมีค่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งสำหรับคนนำเสนอและสำหรับบอร์ดที่ต้องตัดสินใจ

  • เปิดด้วยตัวเลขรายได้ที่ผูกกับแคมเปญจริง ไม่ใช่ Impression หรือ CTR
  • ตัดศัพท์เฉพาะทางและรายละเอียดระดับปฏิบัติการออกจากสไลด์หลัก
  • ปิดท้ายด้วยคำขอเดียวที่ชัดเจน มีตัวเลขรองรับ ไม่ใช่รายการยาว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าบอร์ดถามตัวเลขระดับแคมเปญขึ้นมาเอง ควรตอบยังไง

ตอบได้เต็มที่ถ้ามีข้อมูลพร้อม แต่ไม่ต้องเอาระดับนั้นขึ้นสไลด์หลักตั้งแต่แรก ให้เตรียมสไลด์สำรอง (appendix) ไว้เผื่อมีคนถามลึก จะได้ไม่เสียเวลาทุกคนในห้องกับรายละเอียดที่ไม่ใช่ทุกคนสนใจ

งบมาร์เก็ตติ้งของเราไม่ได้ใหญ่มาก ต้องทำสไลด์แบบนี้ด้วยเหรอ

ยิ่งงบไม่ใหญ่ ยิ่งต้องแสดงให้ชัดว่าทุกบาทคุ้ม เพราะบอร์ดมักจับตางบเล็กที่ ‘ดูเหมือนจะตัดได้ง่าย’ มากกว่างบใหญ่ที่มีเหตุผลรองรับอยู่แล้ว

ถ้าไตรมาสนี้รายได้ลด ควรเริ่มสไลด์ด้วยตัวเลขนั้นเลยไหม

ควรเริ่มเช่นกัน การซ่อนตัวเลขไม่ดีไว้ท้ายสไลด์แล้วเปิดด้วยเรื่องอื่นก่อน มักทำให้บอร์ดรู้สึกว่าถูกกันไม่ให้เห็นภาพจริง ซึ่งเสียความเชื่อใจมากกว่าตัวเลขที่ลดลงเสียอีก

ควรใช้เวลาเตรียมสไลด์แบบนี้นานแค่ไหน

ส่วนที่ใช้เวลาจริงไม่ใช่การออกแบบสไลด์ แต่คือการเตรียมสายข้อมูลที่เชื่อมยอดขายในแชทกลับไปยังแคมเปญต้นทางให้แม่นยำ ถ้าสายข้อมูลนี้พร้อมอยู่แล้ว การทำสไลด์ 4 หน้าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

ทีมการตลาดจะรู้สึกว่างานตัวเองถูกลดทอนไหม ถ้าไม่พูดถึง Engagement เลย

ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งจากรายงานภายในทีม เพียงแต่แยกเวทีให้ชัดว่า รายงานภายในพูดกระบวนการได้เต็มที่ ส่วนเวทีบอร์ดพูดผลลัพธ์ทางธุรกิจ สองเวทีนี้ตอบโจทย์คนละกลุ่มคนฟัง

จำเป็นต้องใช้ระบบเชื่อม Conversion แบบ server-to-server ไหม ถ้าทีมเล็ก

ถ้ายังปิดยอดไม่เยอะ การเชื่อมแบบพื้นฐานก็พอเริ่มได้ แต่พอปริมาณการปิดขายในแชทเริ่มโต ระบบที่เชื่อมข้อมูลอัตโนมัติอย่าง linli จะช่วยให้ตัวเลขที่ขึ้นบอร์ดแม่นและอัปเดตทันเวลาโดยไม่ต้องนั่งไล่สรุปมือทุกไตรมาส

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง