← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

วันนี้วัดแค่ ‘ปิดการขาย = 1 conversion’ พอธุรกิจปรับโมเดลราคา ตัวเลขเก่ากับใหม่จะเทียบกันไม่ได้เลย

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 12:14อัปเดต 10 ก.ค. 12:14อ่าน 1 นาที
วันนี้วัดแค่ ‘ปิดการขาย = 1 conversion’ พอธุรกิจปรับโมเดลราคา ตัวเลขเก่ากับใหม่จะเทียบกันไม่ได้เลย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การนับ ‘หนึ่งการปิดขาย เท่ากับหนึ่ง Conversion’ ใช้ได้ดีตอนโมเดลธุรกิจยังง่าย แต่พอวันหนึ่งร้านปรับไปขายแบบสมัครสมาชิก แพ็กเกจรวม หรือมีหลายระดับราคา นิยามแบบเดิมจะทำให้ตัวเลขเก่ากับใหม่เทียบกันไม่ได้เลย ทางแก้คือออกแบบมูลค่าให้เป็นฟิลด์ที่คำนวณได้ ไม่ใช่ค่าคงที่ตายตัว

ร้านค้าจำนวนมากเริ่มต้นด้วยการนับ Conversion แบบง่ายที่สุด คือลูกค้าปิดการขายหนึ่งครั้ง เท่ากับหนึ่ง Conversion ไม่ว่าจะซื้อของชิ้นละร้อยบาทหรือหมื่นบาทก็นับเท่ากันหมด วิธีนี้ใช้งานง่ายและเพียงพอในช่วงที่ธุรกิจยังขายสินค้าแบบเดียวหรือราคาใกล้เคียงกัน

ปัญหาจะเริ่มปรากฏเมื่อธุรกิจเติบโตและปรับโมเดล เช่น เริ่มมีแพ็กเกจสมัครสมาชิกรายเดือน เริ่มขายเป็นชุดรวมที่มูลค่าต่างจากการซื้อเดี่ยวมาก หรือปรับราคาสินค้าหลักขึ้นเท่าตัว พอถึงจุดนั้น การเทียบ ‘จำนวน Conversion เดือนนี้กับเดือนก่อน’ แบบเดิมจะให้ภาพที่บิดเบือน เพราะ Conversion หนึ่งครั้งไม่ได้มีค่าเท่ากันอีกต่อไป

บทความนี้จะชวนคิดล่วงหน้าว่า จะออกแบบนิยามมูลค่าของ Conversion ยังไงให้รองรับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้ โดยไม่ต้องทิ้งข้อมูลเก่าหรือเริ่มนับใหม่ทุกครั้งที่ธุรกิจปรับตัว

กับดักของการนับ Conversion แบบเท่ากันหมด

ปัญหาของการนับแบบ ‘หนึ่งเท่ากับหนึ่ง’ คือมันซ่อนความจริงที่สำคัญไว้ ร้านอาจเห็นว่าจำนวน Conversion เพิ่มขึ้นสองเท่าในเดือนหนึ่ง แล้วดีใจว่าแคมเปญได้ผล ทั้งที่ความจริงคือลูกค้าซื้อของราคาถูกลงเยอะ ทำให้ยอดขายจริงกลับลดลง หรือในทางกลับกัน จำนวน Conversion ลดลงแต่รายได้จริงเพิ่มขึ้นเพราะลูกค้าซื้อแพ็กเกจที่แพงกว่า

ยิ่งธุรกิจมีความหลากหลายของราคาสินค้าหรือบริการมากเท่าไหร่ การนับแบบนี้ยิ่งบิดเบือนภาพความจริงมากขึ้นเท่านั้น และคนที่อ่านรายงานโดยไม่รู้บริบทนี้ อาจตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบผิดทางได้ง่าย ๆ

จุดเปลี่ยนที่มักทำให้นิยามเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป

  • ธุรกิจปรับจากขายครั้งเดียวไปเป็นรูปแบบสมัครสมาชิกรายเดือน ทำให้มูลค่าที่แท้จริงต้องคิดสะสมตลอดอายุการเป็นลูกค้า ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่ปิดขาย
  • เริ่มขายเป็นแพ็กเกจรวมหลายชิ้น ทำให้ ‘หนึ่งออเดอร์’ มีมูลค่าต่างจากเดิมมาก
  • ปรับกลยุทธ์ราคาขึ้นหรือลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จำนวนออเดอร์เท่าเดิมแต่รายได้เปลี่ยนไปมาก

ออกแบบมูลค่าให้เป็นฟิลด์ที่คำนวณได้ ไม่ใช่ค่าคงที่

แทนที่จะบันทึกแค่ ‘มี Conversion เกิดขึ้นหรือไม่’ ให้บันทึกมูลค่าจริงของแต่ละครั้งไว้ด้วยเสมอ พร้อมกับประเภทของสินค้าหรือแพ็กเกจที่ขาย เพื่อให้ในอนาคตสามารถแบ่งกลุ่มวิเคราะห์ได้ตามต้องการ แม้โมเดลธุรกิจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม

วิธีบันทึกรองรับการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ
นับจำนวนครั้งอย่างเดียวไม่รองรับ เทียบข้ามช่วงเวลาที่ราคาต่างกันไม่ได้
บันทึกมูลค่าจริงพร้อมประเภทสินค้ารองรับ วิเคราะห์แยกกลุ่มย้อนหลังได้เสมอ
บันทึกเฉพาะยอดขายรวมรายเดือนรองรับบางส่วน แต่ไม่เห็นรายละเอียดระดับออเดอร์

ถ้าธุรกิจปรับโมเดลจริง จะย้ายนิยามยังไงไม่ให้ข้อมูลเก่าไร้ค่า

  1. เมื่อจะเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ให้กำหนดวันที่ชัดเจนว่านิยามใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วบันทึกไว้คู่กับเอกสารตรรกะการวัดผลของร้าน
  2. อย่าลบหรือเขียนทับข้อมูลมูลค่าเก่า ให้เก็บไว้ควบคู่กับข้อมูลใหม่ แล้วใช้ตัวกรองตามช่วงเวลาแทน เพื่อให้ยังดูแนวโน้มระยะยาวได้
  3. เมื่อเปรียบเทียบผลงานคาบเกี่ยวช่วงเปลี่ยนโมเดล ให้ใช้มูลค่าตลอดอายุลูกค้าแทนการนับจำนวน Conversion ธรรมดา เพราะสะท้อนความจริงได้ดีกว่า
  4. ทบทวนว่าตัวชี้วัดอื่นที่อิงกับนิยามเดิม เช่นระยะเวลาคืนทุน ต้องปรับตามไปด้วยหรือไม่

สรุป

การนับ Conversion แบบเรียบง่ายไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรมองไปข้างหน้าว่าธุรกิจของคุณมีโอกาสปรับโมเดลราคาหรือรูปแบบการขายในอนาคตหรือไม่ ถ้ามีโอกาสแม้เพียงเล็กน้อย การบันทึกมูลค่าจริงไว้ตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้วันนั้นมาถึงโดยไม่ต้องทิ้งข้อมูลเก่าทั้งหมด

สุดท้ายแล้วตัวเลขที่มีความหมายที่สุดคือตัวเลขที่เทียบกันได้อย่างเป็นธรรมข้ามเวลา ไม่ใช่ตัวเลขที่นับง่ายที่สุด การลงทุนออกแบบนิยามให้ยืดหยุ่นตั้งแต่ต้นจึงคุ้มค่ากว่าที่คิด

  • นับ Conversion แบบเท่ากันหมดใช้ไม่ได้อีกต่อไปเมื่อธุรกิจมีหลายราคา
  • บันทึกมูลค่าจริงพร้อมประเภทสินค้าไว้เสมอ ไม่ใช่แค่จำนวนครั้ง
  • เมื่อปรับโมเดลธุรกิจ เก็บข้อมูลเก่าไว้คู่กับข้อมูลใหม่ อย่าเขียนทับ

คำถามที่พบบ่อย

ร้านที่ขายสินค้าราคาเดียวตลอด ต้องกังวลเรื่องนี้ไหม

กังวลน้อยกว่าร้านที่มีหลายราคา แต่ยังแนะนำให้บันทึกมูลค่าจริงไว้เสมอ เผื่อวันหนึ่งธุรกิจขยายไปมีสินค้าราคาต่างกันในอนาคต

การเปลี่ยนนิยามกลางทางจะทำให้รายงานเก่าใช้ไม่ได้เลยไหม

ไม่ถึงกับใช้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องระบุให้ชัดว่าช่วงไหนใช้นิยามแบบไหน แล้วเทียบข้อมูลข้ามช่วงด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่เอามาเทียบตรง ๆ โดยไม่มีบริบท

ธุรกิจแบบสมัครสมาชิกควรวัดอะไรแทนการนับ Conversion ครั้งเดียว

ควรให้น้ำหนักกับมูลค่าตลอดอายุการเป็นสมาชิก และอัตราการต่ออายุ มากกว่าการนับแค่ยอดสมัครครั้งแรก เพราะสะท้อนรายได้ระยะยาวได้ดีกว่า

ต้องเปลี่ยนระบบวัดผลใหม่หมดไหมถ้าจะทำแบบนี้

ไม่จำเป็น เพียงเพิ่มฟิลด์บันทึกมูลค่าจริงและประเภทสินค้าเข้าไปในระบบเดิมที่มีอยู่แล้วก็เพียงพอ ไม่ต้องรื้อระบบทั้งหมด

ควรเริ่มบันทึกมูลค่าแบบละเอียดตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ แม้ธุรกิจยังไม่มีแผนปรับโมเดล เพราะข้อมูลละเอียดที่สะสมไว้จะมีประโยชน์เสมอไม่ว่าจะปรับโมเดลหรือไม่ก็ตาม

ระบบวัดผลอย่าง linli รองรับการบันทึกมูลค่าแบบยืดหยุ่นแบบนี้ไหม

รองรับ เพราะออกแบบให้บันทึกมูลค่าจริงของแต่ละการปิดขายแยกจากการนับจำนวนครั้ง ทำให้วิเคราะห์ย้อนหลังได้แม้ธุรกิจจะปรับโมเดลราคาในอนาคต

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีแค่ 10 นาทีหน้าบอร์ด เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

มีแค่ 10 นาทีหน้าบอร์ด เล่าเรื่องการตลาดด้วยภาษา ‘รายได้’ ไม่ใช่ภาษา ‘คลิก’

บอร์ดไม่แคร์ CTR หรือ Impression พวกเขาแคร์ว่าเงินที่จ่ายไปกลับมาเป็นรายได้เท่าไหร่ บทความนี้เล่าวิธีสร้างสไลด์ 10 นาทีที่พาบอร์ดตรงเข้าเรื่องเงินตั้งแต่นาทีแรก
‘ความแม่นยำการวัดผลดีขึ้น’ แปลว่าอะไรสำหรับกรรมการที่ไม่ได้ทำงานสายมาร์เก็ตติ้ง

‘ความแม่นยำการวัดผลดีขึ้น’ แปลว่าอะไรสำหรับกรรมการที่ไม่ได้ทำงานสายมาร์เก็ตติ้ง

พูดว่า ‘Conversion Tracking แม่นขึ้น’ แล้วบอร์ดจะงงว่าเกี่ยวอะไรกับบริษัท บทความนี้สอนวิธีแปลศัพท์นี้เป็นภาษาที่กรรมการสายการเงินเข้าใจได้ในประโยคเดียว
ขอเพิ่มงบมาร์เก็ตติ้งจากบอร์ด ด้วยข้อมูลปิดการขายในแชท แทนคำว่า ‘สร้างการรับรู้แบรนด์’

ขอเพิ่มงบมาร์เก็ตติ้งจากบอร์ด ด้วยข้อมูลปิดการขายในแชท แทนคำว่า ‘สร้างการรับรู้แบรนด์’

คำขอเพิ่มงบที่มีแต่คำว่าสร้างแบรนด์มักถูกเลื่อนพิจารณา บทความนี้เล่าวิธีตั้งคำขอด้วยตัวเลขปิดการขายจริงในแชท ที่บอร์ดอนุมัติได้เร็วกว่าเดิม