← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

สูตรคำนวณยอดขายที่ตั้งไว้เมื่อปีก่อน ตอนนี้ไม่มีใครในร้านอธิบายได้ว่าทำไมตั้งแบบนั้น

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 12:14อัปเดต 10 ก.ค. 12:14อ่าน 1 นาที
สูตรคำนวณยอดขายที่ตั้งไว้เมื่อปีก่อน ตอนนี้ไม่มีใครในร้านอธิบายได้ว่าทำไมตั้งแบบนั้น
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ทีมงานเปลี่ยนหน้า ความจำคนก็เลือนไปตามเวลา สิ่งที่เหลืออยู่ได้จริงคือเอกสารที่บันทึกไว้ว่าทำไมถึงตัดสินใจวัดผลแบบนี้ ร้านที่ไม่มีเอกสารพวกนี้มักเจอปัญหาว่าตัวเลขดูแปลก ๆ แต่ไม่มีใครกล้าแก้เพราะไม่รู้ว่าทำไมตั้งค่าแบบนั้นไว้ตั้งแต่แรก

ขอเล่าเป็นตัวอย่างสมมติ: ร้าน “บ้านขนมคุณยาย” (ชื่อสมมติ) มีสเปรดชีตคำนวณต้นทุนต่อการปิดขายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทุกคนในทีมใช้ตัวเลขจากไฟล์นี้ตัดสินใจเรื่องงบแอดมาตลอด จนวันหนึ่งพนักงานคนที่ตั้งไฟล์นี้ลาออกไป แล้วมีคนสังเกตว่าตัวเลขในบางคอลัมน์ดูไม่สมเหตุสมผล แต่ไม่มีใครกล้าแก้ เพราะไม่รู้ว่าทำไมตั้งสูตรแบบนั้นไว้ตั้งแต่แรก

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง เพราะการตัดสินใจเรื่องวิธีวัดผลมักเกิดจากบทสนทนาสั้น ๆ ในห้องแชททีมงาน ไม่มีการบันทึกเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ พอเวลาผ่านไปและคนที่ตัดสินใจไม่อยู่แล้ว เหตุผลเบื้องหลังก็หายไปพร้อมกับตัวคน

บทความนี้จะชวนดูว่าทำไมการบันทึกตรรกะการวัดผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรถึงสำคัญ และจะทำยังไงให้มันเป็นนิสัยที่ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ไม่ใช่โปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเริ่ม

ปัญหาของ ‘สูตรลึกลับ’ ที่ไม่มีใครกล้าแตะ

อาการที่พบบ่อยคือ ทีมงานเจอตัวเลขในรายงานที่ดูไม่ตรงกับความรู้สึก เช่น ต้นทุนต่อการปิดขายสูงกว่าที่คาดไว้มาก แต่พอลองสืบว่าทำไมตัวเลขคำนวณแบบนี้ กลับไม่มีใครอธิบายได้ว่าสูตรนี้รวมอะไรบ้าง ตัดอะไรออกบ้าง หรือทำไมถึงเลือกช่วงเวลาเก็บข้อมูลแบบนี้

ผลที่ตามมาคือทีมงานเลือกที่จะ ‘เชื่อตัวเลขไปก่อน’ ทั้งที่ไม่แน่ใจ หรือแย่กว่านั้นคือเลิกเชื่อตัวเลขไปเลยแล้วหันไปตัดสินใจด้วยความรู้สึกแทน ซึ่งทำลายจุดประสงค์ทั้งหมดของการมีระบบวัดผลตั้งแต่แรก

ทำไมการพึ่งความจำคนถึงเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

  • คนที่ตัดสินใจตั้งค่าตรรกะมักลาออกหรือเปลี่ยนบทบาทไปตามเวลา และเอาความเข้าใจนั้นติดตัวไปด้วย
  • แม้คนเดิมยังอยู่ ความจำเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยก็เลือนลงตามเวลา โดยเฉพาะถ้าไม่ได้แตะเรื่องนั้นมานานเป็นปี
  • ทีมใหม่ที่เข้ามาไม่มีบริบทว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น จึงมักเลือกที่จะไม่แตะต้องอะไรเลย แม้จะสงสัยว่าอาจมีจุดที่ควรปรับปรุง เหมือนกับข้อมูลที่สะสมไว้แต่ไม่มีใครรู้วิธีใช้ต่อ

สิ่งที่ควรบันทึกไว้ ไม่ต้องเขียนเป็นเอกสารทางการยาวเป็นหน้า ๆ

การบันทึกที่มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แค่มีข้อมูลพื้นฐานที่ตอบคำถาม ‘ทำไมถึงนับแบบนี้’ ได้ก็เพียงพอแล้ว ต่อไปนี้คือรายการที่ควรมีอย่างน้อยสำหรับทุกตัวชี้วัดสำคัญที่ร้านใช้

สิ่งที่ควรบันทึกตัวอย่าง
นิยามของตัวชี้วัด‘ปิดการขาย’ นับตอนลูกค้าโอนเงินแล้ว ไม่ใช่ตอนตอบว่าสนใจ
สิ่งที่ไม่รวมในการนับไม่รวมออเดอร์ที่ยกเลิกหรือคืนเงินภายใน 7 วัน
เหตุผลของการตั้งค่าแบบนั้นเพราะเคยมีปัญหานับซ้ำตอนลูกค้าโอนสองรอบ จึงตัดที่ยอดแรกเท่านั้น

ทำให้เป็นนิสัยเบา ๆ ไม่ใช่โปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเริ่ม

  1. ทุกครั้งที่มีการตัดสินใจเปลี่ยนวิธีนับตัวชี้วัดสำคัญ ให้จดบันทึกสั้น ๆ ไว้ในที่เดียวกันเสมอ เช่น เอกสารกลางของทีมหรือแม้แต่หน้าแรกของสเปรดชีตนั้นเอง
  2. เขียนให้เข้าใจกันในทีม ไม่ต้องเป็นภาษาทางการ แค่ให้คนที่ไม่เคยอยู่ในบทสนทนาตอนนั้นอ่านแล้วเข้าใจได้
  3. เมื่อมีคนใหม่เข้าทีมที่ต้องดูแลเรื่องการวัดผล ให้เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฐมนิเทศ แทนที่จะปล่อยให้เรียนรู้ผ่านการถามคนเก่าไปเรื่อย ๆ
  4. ทบทวนเอกสารนี้ทุกครั้งที่นิยามของ Conversion หรือมูลค่าเปลี่ยนไป เพื่อให้เอกสารตามทันความเป็นจริงเสมอ ไม่ใช่กลายเป็นของเก่าที่ผิดไปแล้ว

สรุป

เรื่องราวของร้าน “บ้านขนมคุณยาย” ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะร้านเดียว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกธุรกิจที่ปล่อยให้ความเข้าใจสำคัญอยู่แค่ในหัวของคนคนเดียว การบันทึกตรรกะการวัดผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจึงไม่ใช่งานเสริมที่ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจนกว่าจะสายเกินไป

จำไว้ว่าคนในทีมจะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติของธุรกิจ สิ่งเดียวที่จะพาการตัดสินใจของวันนี้ไปถึงคนในอนาคตได้ คือเอกสารที่เขียนไว้ตอนที่ยังจำได้ชัดเจน

  • ความจำคนเลือนลงตามเวลา และคนก็เปลี่ยนบทบาทหรือลาออกได้เสมอ
  • บันทึกนิยาม สิ่งที่ไม่รวม และเหตุผลของตัวชี้วัดสำคัญไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ทำให้เป็นนิสัยเบา ๆ ทุกครั้งที่ตัดสินใจ ไม่ต้องรอทำเป็นโปรเจกต์ใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

ร้านขนาดเล็กมากจำเป็นต้องทำเอกสารแบบนี้ไหม

จำเป็นในระดับพื้นฐาน แม้ทีมจะมีแค่สองสามคน เพราะความจำคนไม่แน่นอน การมีบันทึกสั้น ๆ ไว้ช่วยประหยัดเวลาสืบค้นในอนาคตได้มาก

ถ้าไม่มีเอกสารแบบนี้มาก่อนเลย เริ่มตอนนี้สายไปไหม

ไม่สายเลย เริ่มจากตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของร้านก่อน แล้วค่อยขยายไปเรื่อย ๆ ดีกว่าไม่เริ่มทำเลย

ควรใช้เครื่องมืออะไรในการจดบันทึกแบบนี้

ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือพิเศษ อาจเป็นเอกสารง่าย ๆ ที่ทีมเข้าถึงได้ร่วมกัน สิ่งสำคัญคือมีที่เดียวที่ทุกคนรู้ว่าต้องไปดู ไม่ใช่กระจัดกระจายอยู่ในแชทส่วนตัว

การเขียนเอกสารแบบนี้เสียเวลามากไหม

ถ้าทำเป็นนิสัยทันทีตอนตัดสินใจ จะเสียเวลาแค่ไม่กี่นาทีต่อครั้ง ต่างจากการพยายามย้อนสืบเหตุผลทีหลังซึ่งอาจใช้เวลาเป็นวันหรือหาคำตอบไม่ได้เลย

ถ้าคนที่ตั้งค่าไว้ยังทำงานอยู่ ต้องรีบบันทึกไหม

ควรรีบทำเช่นกัน เพราะความจำเรื่องรายละเอียดจะเลือนลงตามเวลาแม้คนเดิมจะยังอยู่ก็ตาม ยิ่งบันทึกเร็วยิ่งแม่นยำ

มีตัวอย่างวิธีจัดระบบบันทึกแบบนี้ในเครื่องมือ tracking ไหม

แนวทางที่ดีคือให้ระบบวัดผลของร้าน เช่น linli มีพื้นที่สำหรับใส่คำอธิบายกำกับตัวชี้วัดแต่ละตัวไว้ในระบบเดียวกันเลย แทนที่จะแยกไปเก็บไว้อีกที่หนึ่งที่มักถูกลืม

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อกรรมการบอร์ดจำได้แต่เดือนที่แย่ที่สุด ทั้งที่แนวโน้มรวมกำลังไปได้ดี

เมื่อกรรมการบอร์ดจำได้แต่เดือนที่แย่ที่สุด ทั้งที่แนวโน้มรวมกำลังไปได้ดี

กรรมการหนึ่งคนพูดถึงเดือนตุลาคมที่ยอดตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่ผ่านมาสามไตรมาสแล้ว บทความนี้เล่าวิธีรับมือเมื่อบอร์ดจำเหตุการณ์เดียวได้ดีกว่าจำแนวโน้ม
กรรมการอยากเข้าดูแดชบอร์ด Facebook Ads เองโดยตรง ไม่ผ่านสรุปของทีมการตลาด ควรรับมือยังไง

กรรมการอยากเข้าดูแดชบอร์ด Facebook Ads เองโดยตรง ไม่ผ่านสรุปของทีมการตลาด ควรรับมือยังไง

กรรมการบางคนอยากเห็นข้อมูลดิบด้วยตัวเอง ไม่ผ่านการสรุปของทีม บทความนี้เล่าว่าเรื่องนี้อันตรายตรงไหน และควรออกแบบการเข้าถึงข้อมูลยังไงให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ
ทีมดูแล Facebook ก็ไม่คุยกับทีมดูแล TikTok เมื่อแอดมินแยกแพลตฟอร์ม จะซิงค์ข้อมูลลูกค้ายังไง

ทีมดูแล Facebook ก็ไม่คุยกับทีมดูแล TikTok เมื่อแอดมินแยกแพลตฟอร์ม จะซิงค์ข้อมูลลูกค้ายังไง

หลายธุรกิจแบ่งทีมดูแลแต่ละแพลตฟอร์มโฆษณาแยกกัน ทำให้ไม่มีใครเห็นภาพลูกค้าทั้งหมด บทความนี้เล่าจากเคสสมมติของทีมเอเจนซี่ว่าซิงค์ข้อมูลข้ามทีมยังไงให้ไม่ชนกันเอง