← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

ทำไมสูตรคำนวณยอดขายที่ตั้งไว้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครในร้านอธิบายได้ว่าทำไมตั้งแบบนั้น

02 ส.ค. 04:19 · อ่าน 1 นาที
ทำไมสูตรคำนวณยอดขายที่ตั้งไว้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครในร้านอธิบายได้ว่าทำไมตั้งแบบนั้น

สรุปสั้น ๆ

ทีมงานเปลี่ยนหน้า ความจำคนก็เลือนไปตามเวลา สิ่งที่เหลืออยู่ได้จริงคือเอกสารที่บันทึกไว้ว่าทำไมถึงตัดสินใจวัดผลแบบนี้ ร้านที่ไม่มีเอกสารพวกนี้มักเจอปัญหาว่าตัวเลขดูแปลก ๆ แต่ไม่มีใครกล้าแก้เพราะไม่รู้ว่าทำไมตั้งค่าแบบนั้นไว้ตั้งแต่แรก

ขอเล่าเป็นตัวอย่างสมมติ: ร้าน “บ้านขนมคุณยาย” (ชื่อสมมติ) มีสเปรดชีตคำนวณต้นทุนต่อการปิดขายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทุกคนในทีมใช้ตัวเลขจากไฟล์นี้ตัดสินใจเรื่องงบแอดมาตลอด จนวันหนึ่งพนักงานคนที่ตั้งไฟล์นี้ลาออกไป แล้วมีคนสังเกตว่าตัวเลขในบางคอลัมน์ดูไม่สมเหตุสมผล แต่ไม่มีใครกล้าแก้ เพราะไม่รู้ว่าทำไมตั้งสูตรแบบนั้นไว้ตั้งแต่แรก

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง เพราะการตัดสินใจเรื่องวิธีวัดผลมักเกิดจากบทสนทนาสั้น ๆ ในห้องแชททีมงาน ไม่มีการบันทึกเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ พอเวลาผ่านไปและคนที่ตัดสินใจไม่อยู่แล้ว เหตุผลเบื้องหลังก็หายไปพร้อมกับตัวคน

บทความนี้จะชวนดูว่าทำไมการบันทึกตรรกะการวัดผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรถึงสำคัญ และจะทำยังไงให้มันเป็นนิสัยที่ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ไม่ใช่โปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเริ่ม

ปัญหาของ ‘สูตรลึกลับ’ ที่ไม่มีใครกล้าแตะ

อาการที่พบบ่อยคือ ทีมงานเจอตัวเลขในรายงานที่ดูไม่ตรงกับความรู้สึก เช่น ต้นทุนต่อการปิดขายสูงกว่าที่คาดไว้มาก แต่พอลองสืบว่าทำไมตัวเลขคำนวณแบบนี้ กลับไม่มีใครอธิบายได้ว่าสูตรนี้รวมอะไรบ้าง ตัดอะไรออกบ้าง หรือทำไมถึงเลือกช่วงเวลาเก็บข้อมูลแบบนี้

ผลที่ตามมาคือทีมงานเลือกที่จะ ‘เชื่อตัวเลขไปก่อน’ ทั้งที่ไม่แน่ใจ หรือแย่กว่านั้นคือเลิกเชื่อตัวเลขไปเลยแล้วหันไปตัดสินใจด้วยความรู้สึกแทน ซึ่งทำลายจุดประสงค์ทั้งหมดของการมีระบบวัดผลตั้งแต่แรก

ทำไมการพึ่งความจำคนถึงเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

  • คนที่ตัดสินใจตั้งค่าตรรกะมักลาออกหรือเปลี่ยนบทบาทไปตามเวลา และเอาความเข้าใจนั้นติดตัวไปด้วย
  • แม้คนเดิมยังอยู่ ความจำเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยก็เลือนลงตามเวลา โดยเฉพาะถ้าไม่ได้แตะเรื่องนั้นมานานเป็นปี
  • ทีมใหม่ที่เข้ามาไม่มีบริบทว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น จึงมักเลือกที่จะไม่แตะต้องอะไรเลย แม้จะสงสัยว่าอาจมีจุดที่ควรปรับปรุง เหมือนกับข้อมูลที่สะสมไว้แต่ไม่มีใครรู้วิธีใช้ต่อ

สิ่งที่ควรบันทึกไว้ ไม่ต้องเขียนเป็นเอกสารทางการยาวเป็นหน้า ๆ

การบันทึกที่มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แค่มีข้อมูลพื้นฐานที่ตอบคำถาม ‘ทำไมถึงนับแบบนี้’ ได้ก็เพียงพอแล้ว ต่อไปนี้คือรายการที่ควรมีอย่างน้อยสำหรับทุกตัวชี้วัดสำคัญที่ร้านใช้

สิ่งที่ควรบันทึกตัวอย่าง
นิยามของตัวชี้วัด‘ปิดการขาย’ นับตอนลูกค้าโอนเงินแล้ว ไม่ใช่ตอนตอบว่าสนใจ
สิ่งที่ไม่รวมในการนับไม่รวมออเดอร์ที่ยกเลิกหรือคืนเงินภายใน 7 วัน
เหตุผลของการตั้งค่าแบบนั้นเพราะเคยมีปัญหานับซ้ำตอนลูกค้าโอนสองรอบ จึงตัดที่ยอดแรกเท่านั้น

ทำให้เป็นนิสัยเบา ๆ ไม่ใช่โปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเริ่ม

  1. ทุกครั้งที่มีการตัดสินใจเปลี่ยนวิธีนับตัวชี้วัดสำคัญ ให้จดบันทึกสั้น ๆ ไว้ในที่เดียวกันเสมอ เช่น เอกสารกลางของทีมหรือแม้แต่หน้าแรกของสเปรดชีตนั้นเอง
  2. เขียนให้เข้าใจกันในทีม ไม่ต้องเป็นภาษาทางการ แค่ให้คนที่ไม่เคยอยู่ในบทสนทนาตอนนั้นอ่านแล้วเข้าใจได้
  3. เมื่อมีคนใหม่เข้าทีมที่ต้องดูแลเรื่องการวัดผล ให้เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฐมนิเทศ แทนที่จะปล่อยให้เรียนรู้ผ่านการถามคนเก่าไปเรื่อย ๆ
  4. ทบทวนเอกสารนี้ทุกครั้งที่นิยามของ Conversion หรือมูลค่าเปลี่ยนไป เพื่อให้เอกสารตามทันความเป็นจริงเสมอ ไม่ใช่กลายเป็นของเก่าที่ผิดไปแล้ว

สรุป

เรื่องราวของร้าน “บ้านขนมคุณยาย” ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะร้านเดียว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกธุรกิจที่ปล่อยให้ความเข้าใจสำคัญอยู่แค่ในหัวของคนคนเดียว การบันทึกตรรกะการวัดผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจึงไม่ใช่งานเสริมที่ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจนกว่าจะสายเกินไป

จำไว้ว่าคนในทีมจะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติของธุรกิจ สิ่งเดียวที่จะพาการตัดสินใจของวันนี้ไปถึงคนในอนาคตได้ คือเอกสารที่เขียนไว้ตอนที่ยังจำได้ชัดเจน

  • ความจำคนเลือนลงตามเวลา และคนก็เปลี่ยนบทบาทหรือลาออกได้เสมอ
  • บันทึกนิยาม สิ่งที่ไม่รวม และเหตุผลของตัวชี้วัดสำคัญไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ทำให้เป็นนิสัยเบา ๆ ทุกครั้งที่ตัดสินใจ ไม่ต้องรอทำเป็นโปรเจกต์ใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

ร้านขนาดเล็กมากจำเป็นต้องทำเอกสารแบบนี้ไหม

จำเป็นในระดับพื้นฐาน แม้ทีมจะมีแค่สองสามคน เพราะความจำคนไม่แน่นอน การมีบันทึกสั้น ๆ ไว้ช่วยประหยัดเวลาสืบค้นในอนาคตได้มาก

ถ้าไม่มีเอกสารแบบนี้มาก่อนเลย เริ่มตอนนี้สายไปไหม

ไม่สายเลย เริ่มจากตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของร้านก่อน แล้วค่อยขยายไปเรื่อย ๆ ดีกว่าไม่เริ่มทำเลย

ควรใช้เครื่องมืออะไรในการจดบันทึกแบบนี้

ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือพิเศษ อาจเป็นเอกสารง่าย ๆ ที่ทีมเข้าถึงได้ร่วมกัน สิ่งสำคัญคือมีที่เดียวที่ทุกคนรู้ว่าต้องไปดู ไม่ใช่กระจัดกระจายอยู่ในแชทส่วนตัว

การเขียนเอกสารแบบนี้เสียเวลามากไหม

ถ้าทำเป็นนิสัยทันทีตอนตัดสินใจ จะเสียเวลาแค่ไม่กี่นาทีต่อครั้ง ต่างจากการพยายามย้อนสืบเหตุผลทีหลังซึ่งอาจใช้เวลาเป็นวันหรือหาคำตอบไม่ได้เลย

ถ้าคนที่ตั้งค่าไว้ยังทำงานอยู่ ต้องรีบบันทึกไหม

ควรรีบทำเช่นกัน เพราะความจำเรื่องรายละเอียดจะเลือนลงตามเวลาแม้คนเดิมจะยังอยู่ก็ตาม ยิ่งบันทึกเร็วยิ่งแม่นยำ

มีตัวอย่างวิธีจัดระบบบันทึกแบบนี้ในเครื่องมือ tracking ไหม

แนวทางที่ดีคือให้ระบบวัดผลของร้าน เช่น linli มีพื้นที่สำหรับใส่คำอธิบายกำกับตัวชี้วัดแต่ละตัวไว้ในระบบเดียวกันเลย แทนที่จะแยกไปเก็บไว้อีกที่หนึ่งที่มักถูกลืม

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง