← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

หน่วยเศรษฐศาสตร์ต่อช่องทาง: CAC, LTV และ payback ไม่เท่ากันในแต่ละช่องทางโฆษณา

02 ส.ค. 04:28 · อ่าน 1 นาที
หน่วยเศรษฐศาสตร์ต่อช่องทาง: CAC, LTV และ payback ไม่เท่ากันในแต่ละช่องทางโฆษณา

สรุปสั้น ๆ

ตัวเลขกำไรรวมของบริษัทอาจดูดี แต่ถ้าไม่แยกหน่วยเศรษฐศาสตร์รายช่องทาง จะไม่มีทางรู้เลยว่าช่องทางไหนกำลังกินงบแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ บทความนี้พาคำนวณ CAC, LTV และ payback period แยกทีละช่องทาง เพื่อให้เห็นภาพที่ตัวเลขรวมซ่อนไว้

บริษัทหนึ่งที่ผมเคยช่วยดูตัวเลข มีสามช่องทางหลักคือ Facebook, TikTok และ Google ทั้งสามช่องทางรวมกันทำกำไรเป็นบวกทุกเดือน ผู้บริหารเลยไม่เคยคิดจะแยกดูรายช่องทางเลย จนวันหนึ่งลองแยกจริง ๆ ถึงพบว่าช่องทางหนึ่งขาดทุนต่อเนื่องมาหกเดือน แต่ถูกกลบด้วยกำไรของอีกสองช่องทาง ทำให้ตัวเลขรวมยังดูดีอยู่เสมอ

ปัญหานี้พบได้บ่อยมากในธุรกิจที่ยิงแอดหลายช่องทางพร้อมกัน เพราะการดูแค่ผลรวมทำให้มองไม่เห็นว่าเงินทุกบาทถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากันหรือไม่ ต่างจากการเทียบกำไรรวมระหว่างช่องทางแบบภาพใหญ่ หน่วยเศรษฐศาสตร์ต่อช่องทางลงลึกถึงระดับต่อลูกค้าหนึ่งคน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดฝาตัวเลขรวมออกมาดูทีละชิ้น

สามตัวเลขที่ต้องแยกคำนวณรายช่องทาง

  • CAC (ต้นทุนต่อลูกค้าที่ได้มา) — งบแอดของช่องทางนั้นหารด้วยจำนวนลูกค้าที่ปิดได้จากช่องทางนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่หารด้วยงบรวม
  • LTV (มูลค่าตลอดอายุลูกค้า) — มูลค่าการซื้อซ้ำเฉลี่ยของลูกค้าที่มาจากแต่ละช่องทาง เพราะลูกค้าจากบางช่องทางอาจซื้อครั้งเดียวจบ ขณะที่อีกช่องทางกลับมาซื้อซ้ำสม่ำเสมอ
  • Payback period (ระยะเวลาคืนทุน) — ใช้เวลากี่เดือนกว่าที่กำไรสะสมจากลูกค้าคนหนึ่งจะเท่ากับ CAC ของช่องทางนั้น

ตัวอย่างเปรียบเทียบสามช่องทางแบบเห็นภาพ

กลับไปที่เคสสามช่องทางที่เล่าไว้ตอนต้น เมื่อแยกตัวเลขจริง ๆ ออกมาแล้วหน้าตาประมาณนี้:

ช่องทางCACLTV เฉลี่ย 6 เดือนPayback period
Facebook310 บาท1,450 บาท1.5 เดือน
Google480 บาท1,900 บาท2.1 เดือน
TikTok520 บาท620 บาทไม่คืนทุนภายใน 6 เดือน

ตีความให้ถูก อย่าตัดช่องทางที่ payback แย่ทันที

จากตารางข้างบน หลายคนจะรีบสรุปว่าต้องตัด TikTok ทิ้งทันที แต่ก่อนตัดสินใจแบบนั้น ต้องถามต่อว่า TikTok เป็นช่องทางที่เพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน หรือทำมานานแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเพิ่งเริ่ม อาจเป็นเพราะยังไม่ผ่านช่วงการเรียนรู้ของระบบแอด ซึ่งต้องให้เวลาสักระยะก่อนตัดสินใจ แต่ถ้าทำมานานแล้วตัวเลขยังไม่ขยับ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนกว่าว่าควรลดงบหรือปรับกลุ่มเป้าหมายใหม่

อีกมุมที่ควรพิจารณาคือ บางช่องทางแม้ payback แย่กว่าในระยะสั้น แต่ดึงลูกค้ากลุ่มที่มีศักยภาพซื้อซ้ำสูงกว่าในระยะยาว การตัดสินใจจึงควรดูควบคู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่ดูตัวเลขช่วงสั้นอย่างเดียว

ควรรายงานตัวเลขนี้บ่อยแค่ไหน

CAC รายช่องทางควรดูได้ทุกสัปดาห์เพราะเปลี่ยนเร็ว ส่วน LTV และ payback period ควรดูรายเดือนหรือราย 6 สัปดาห์ เพราะต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลการซื้อซ้ำถึงจะแม่นยำพอ การรายงานถี่เกินไปสำหรับสองตัวหลังนี้จะทำให้เห็นตัวเลขที่แกว่งไปมาโดยไม่มีความหมาย

สรุป

ตัวเลขกำไรรวมของบริษัทเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่ตัดสินว่าธุรกิจแข็งแรงจริงหรือแค่ถูกกลบปัญหาไว้ อยู่ที่หน่วยเศรษฐศาสตร์ของแต่ละช่องทางที่ประกอบกันเป็นตัวเลขนั้น

การแยกคำนวณ CAC, LTV และ payback period รายช่องทางอาจใช้เวลาตั้งระบบครั้งแรกสักหน่อย แต่หลังจากนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องงบได้แม่นยำขึ้นทุกไตรมาส

  • อย่าตัดสินใจจากกำไรรวม เพราะช่องทางหนึ่งอาจกลบปัญหาของอีกช่องทางไว้
  • ดู CAC, LTV และ payback period ควบคู่กัน ไม่ใช่ตัวใดตัวหนึ่ง
  • ให้เวลาช่องทางใหม่ผ่านช่วงเรียนรู้ก่อนตัดสินใจตัดงบ

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มยิงแอด ยังไม่มีข้อมูลซื้อซ้ำ จะคำนวณ LTV ยังไง

ให้ใช้ค่าประมาณจากอุตสาหกรรมใกล้เคียงไปก่อนเป็นกรอบตัวอย่าง แล้วปรับเป็นข้อมูลจริงทันทีที่มีลูกค้าซื้อซ้ำมากพอ อย่างน้อย 2-3 เดือนของข้อมูลจริงจะแม่นยำกว่าค่าประมาณเสมอ

ถ้า CAC ต่ำแต่ LTV ก็ต่ำด้วย ควรตัดสินใจยังไง

ต้องดู payback period ประกอบ ถ้าคืนทุนเร็วแม้ LTV จะต่ำ ช่องทางนั้นอาจยังคุ้มค่าสำหรับสร้างกระแสเงินสดหมุนเร็ว แต่จะไม่เหมาะกับกลยุทธ์ที่เน้นสร้างฐานลูกค้าระยะยาว

ควรรวม CAC ของทุกช่องทางเป็นตัวเดียวเพื่อรายงานผู้บริหารไหม

รายงานภาพรวมยังจำเป็นสำหรับสรุปภาพใหญ่ แต่ควรมีตัวเลขแยกรายช่องทางแนบไว้เสมอ เพื่อไม่ให้ตัวเลขรวมกลบปัญหาของช่องทางใดช่องทางหนึ่งไว้แบบเคสที่เล่าในบทความนี้

unit economics ต่างจากการเปรียบเทียบกำไรรวมรายช่องทางยังไง

การเปรียบเทียบกำไรรวมมองที่ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นก้อนใหญ่ ส่วน unit economics ลงลึกถึงระดับ ‘ต่อลูกค้าหนึ่งคน’ ทำให้เห็นว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงต่อหน่วยเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ผลรวมที่อาจถูกดันด้วยปริมาณ

ควรเปลี่ยนงบระหว่างช่องทางบ่อยแค่ไหนตามตัวเลขนี้

ไม่ควรเปลี่ยนทันทีทุกครั้งที่เห็นตัวเลขขยับ ควรดูแนวโน้มต่อเนื่องอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนโยกงบระหว่างช่องทาง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นแนวโน้มจริงไม่ใช่ความผันผวนชั่วคราว

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง