← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ยอดขายมาร์เก็ตเพลสเยอะกว่า แต่ทำไมกำไรกลับน้อยกว่าช่องทางแชท

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:12อัปเดต 16 ส.ค. 09:12อ่าน 1 นาที
ยอดขายมาร์เก็ตเพลสเยอะกว่า แต่ทำไมกำไรกลับน้อยกว่าช่องทางแชท
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

หลายธุรกิจตัดสินใจทุ่มงบให้ช่องทางที่ยอดขายรวมสูงสุด โดยไม่ทันดูว่าช่องทางนั้นมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าโปรโมตแฝงอยู่มากแค่ไหน เมื่อเทียบกำไรสุทธิต่อออเดอร์จริง ช่องทางแชทที่ยอดขายน้อยกว่าบางครั้งกลับทำกำไรได้มากกว่าต่อบาทที่ลงทุนไป

เจ้าของแบรนด์เครื่องนอนรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มาร์เก็ตเพลสสร้างยอดขายให้เขาเดือนละ 1,800,000 บาท ในขณะที่ช่องทางแชทสร้างยอดได้แค่ 900,000 บาท เขาจึงตัดสินใจทุ่มงบโปรโมตในมาร์เก็ตเพลสเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยไม่ได้เช็กก่อนว่าหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าคูปองส่วนลด และค่าโฆษณาภายในแพลตฟอร์มแล้ว กำไรสุทธิที่เหลือจากมาร์เก็ตเพลสอยู่ที่เท่าไหร่

เมื่อลองคำนวณจริง กำไรสุทธิจากมาร์เก็ตเพลสเหลือแค่ 8% ของยอดขาย ในขณะที่ช่องทางแชทซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มกินส่วนแบ่ง เหลือกำไรสุทธิถึง 22% ของยอดขาย นั่นแปลว่าทุก 100 บาทที่ขายได้ทางแชท สร้างกำไรมากกว่าทุก 100 บาทที่ขายได้ทางมาร์เก็ตเพลสเกือบสามเท่า

ความสับสนระหว่าง ‘ยอดขายเยอะ’ กับ ‘กำไรดี’

ยอดขายรวมเป็นตัวเลขที่มองเห็นง่ายและมักถูกใช้ตัดสินใจก่อนตัวเลขอื่น เพราะมันเป็นตัวเลขแรกที่ขึ้นในหน้าแดชบอร์ดของทุกแพลตฟอร์ม แต่ยอดขายไม่ได้บอกว่าธุรกิจเหลือเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่ต่อบาทที่ลงทุนไปในแต่ละช่องทาง

ช่องทางแชทที่ปิดการขายเองมีต้นทุนที่ต่างจากมาร์เก็ตเพลสอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มหรือค่าคูปองที่แพลตฟอร์มบังคับให้ร่วม แต่ต้องแลกด้วยต้นทุนแอดมินและค่าแอดที่ต้องจ่ายเองทั้งหมด การเปรียบเทียบที่เป็นธรรมจึงต้องดูกำไรสุทธิต่อออเดอร์ ไม่ใช่ยอดขายรวม

ตารางเปรียบเทียบกำไรสุทธิต่อออเดอร์ระหว่างสองช่องทาง

รายการช่องทางมาร์เก็ตเพลสช่องทางแชท
ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน1,800,000 บาท900,000 บาท
ค่าธรรมเนียม/คูปอง/โฆษณาในแพลตฟอร์ม22%0%
ต้นทุนแอด+แอดมิน(เฉพาะช่องทาง)6%15%
กำไรสุทธิโดยประมาณ8% (144,000 บาท)22% (198,000 บาท)

แล้วควรทุ่มงบให้ช่องทางไหนกันแน่

คำตอบไม่ใช่การทิ้งมาร์เก็ตเพลสไปทั้งหมด เพราะมันยังมีประโยชน์ในแง่การเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ แต่การตัดสินใจเพิ่มงบควรอิงกำไรสุทธิต่อบาทที่ลงทุน ไม่ใช่ยอดขายรวมที่มองเห็นง่ายกว่า

แนวทางที่สมดุลกว่าคือใช้มาร์เก็ตเพลสเป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่และสร้างการรับรู้ แล้วดึงลูกค้าที่ซื้อซ้ำมาไว้ในช่องทางแชทที่กำไรต่อออเดอร์สูงกว่า ผ่านการสร้างความสัมพันธ์และข้อเสนอเฉพาะสำหรับลูกค้าเก่า

ระวังกับดักอีกชั้น: เปอร์เซ็นต์กำไรอย่างเดียวก็หลอกได้เหมือนกัน

ตารางด้านบนเทียบเปอร์เซ็นต์กำไรสุทธิ แต่ในทางปฏิบัติต้องระวังกรณีที่มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ (AOV) ของสองช่องทางต่างกันมาก เพราะเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าไม่ได้แปลว่าได้กำไรเป็นบาทมากกว่าเสมอไป

ลองสมมติว่ามาร์เก็ตเพลสมักขายเป็นชุดคอมโบราคาสูง ทำให้ AOV เฉลี่ยอยู่ที่ 2,400 บาทต่อออเดอร์ ในขณะที่ช่องทางแชทขายเป็นชิ้นเดี่ยว AOV เฉลี่ยแค่ 900 บาทต่อออเดอร์ ถ้ามาร์เก็ตเพลสทำกำไรสุทธิ 8% จะได้กำไรราว 192 บาทต่อออเดอร์ ในขณะที่ช่องทางแชทที่กำไรสุทธิ 22% จะได้กำไรราว 198 บาทต่อออเดอร์ ตัวเลขทั้งสองใกล้เคียงกันมากทั้งที่เปอร์เซ็นต์ต่างกันเกือบสามเท่า

บทเรียนจากตัวอย่างนี้คือ ก่อนตัดสินใจย้ายงบจากช่องทางหนึ่งไปอีกช่องทางหนึ่ง ควรคำนวณกำไรเป็นบาทต่อออเดอร์ควบคู่ไปกับเปอร์เซ็นต์เสมอ ไม่ใช้ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียวในการสรุป เพราะทั้งสองแบบให้ภาพที่ต่างกันได้เมื่อ AOV ของแต่ละช่องทางไม่เท่ากัน

มูลค่าที่มองไม่เห็นในตาราง: ลูกค้ามาร์เก็ตเพลสที่ย้ายมาซื้อซ้ำทางแชท

การเปรียบเทียบกำไรต่อออเดอร์แบบตัดขาดสองช่องทางออกจากกัน มีจุดที่มองข้ามได้ง่ายคือลูกค้าบางส่วนที่ซื้อครั้งแรกผ่านมาร์เก็ตเพลส อาจกลับมาซื้อซ้ำผ่านช่องทางแชทในภายหลังถ้าเก็บช่องทางติดต่อไว้ได้ เช่น แนบ QR code LINE OA ไปกับพัสดุ

ลองสมมติว่าจากลูกค้าใหม่ 100 คนที่ซื้อครั้งแรกผ่านมาร์เก็ตเพลส มี 18 คนที่ทักเข้า LINE OA เพื่อซื้อซ้ำภายในหกเดือน ถ้าแต่ละคนซื้อซ้ำเฉลี่ย 900 บาทต่อครั้งด้วยกำไรสุทธิ 22% เท่ากับมีกำไรเพิ่มเข้ามาอีกราว 3,564 บาทจากลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ไม่เคยถูกนับรวมอยู่ในตารางเปรียบเทียบกำไรต่อออเดอร์ครั้งแรกเลย

นี่คือเหตุผลที่การตัดงบมาร์เก็ตเพลสทิ้งทั้งหมดทันทีที่เห็นกำไรต่อออเดอร์ต่ำกว่า อาจตัดโอกาสสร้างฐานลูกค้าใหม่ที่ภายหลังไหลมาซื้อซ้ำในช่องทางกำไรสูงไปด้วย ก่อนตัดสินใจควรเช็กว่ามีระบบเก็บช่องทางติดต่อของลูกค้าจากมาร์เก็ตเพลสไว้หรือไม่ และมีลูกค้ากลุ่มนี้ย้ายมาซื้อซ้ำทางแชทจริงมากน้อยแค่ไหน ก่อนสรุปว่าช่องทางไหนคุ้มกว่ากันในภาพรวม

สรุป

ยอดขายที่มากกว่าไม่ได้แปลว่ากำไรที่มากกว่าเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อช่องทางนั้นมีค่าธรรมเนียมซ่อนอยู่หลายชั้น การตัดสินใจจัดสรรงบระหว่างช่องทางจึงควรเริ่มจากกำไรสุทธิต่อออเดอร์ ไม่ใช่ตัวเลขยอดขายที่เห็นในหน้าแดชบอร์ดแรกสุด

  • เทียบกำไรสุทธิต่อออเดอร์ ไม่ใช่ยอดขายรวม ระหว่างช่องทาง
  • มาร์เก็ตเพลสมีค่าธรรมเนียมซ่อนหลายชั้นที่กัดกินกำไร
  • ใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ แล้วดึงมาปิดขายซ้ำในช่องทางแชท

คำถามที่พบบ่อย

ควรเลิกขายในมาร์เก็ตเพลสเพื่อย้ายทุกอย่างมาช่องทางแชทไหม

ไม่แนะนำให้เลิกทันที เพราะมาร์เก็ตเพลสยังมีบทบาทในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ ควรใช้ทั้งสองช่องทางแต่จัดสรรงบตามกำไรสุทธิที่แท้จริง ไม่ใช่ยอดขายรวม

ทำไมค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสถึงสูงกว่าที่คิด

เพราะนอกจากค่าธรรมเนียมมาตรฐานแล้ว มักมีค่าร่วมแคมเปญส่วนลด ค่าโฆษณาภายในแพลตฟอร์ม และค่าธรรมเนียมการเก็บเงินซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งรวมกันแล้วสูงกว่าตัวเลขที่เห็นตอนสมัครขายครั้งแรกมาก

จะรู้ได้อย่างไรว่าออเดอร์จากช่องทางแชทจริง ๆ ทำกำไรเท่าไหร่

ต้องแยกต้นทุนแอด ค่าแอดมิน และค่าธรรมเนียมเก็บเงินเฉพาะของช่องทางแชทออกมาต่างหาก แล้วเทียบกับยอดขายของช่องทางนั้นโดยเฉพาะ ไม่ปนกับต้นทุนของช่องทางอื่น

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ควรเน้นช่องทางไหนก่อน

ถ้ายังไม่มีฐานลูกค้า มาร์เก็ตเพลสช่วยให้เข้าถึงคนได้เร็วกว่า แต่ควรเริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าเข้าช่องทางแชทควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างช่องทางกำไรสูงในระยะยาว

การเปรียบเทียบนี้ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรมไหม

หลักการเปรียบเทียบกำไรสุทธิต่อออเดอร์ใช้ได้ทั่วไป แต่ตัวเลขค่าธรรมเนียมและต้นทุนแอดมินจะต่างกันไปตามประเภทสินค้าและแพลตฟอร์มที่ใช้ ควรคำนวณใหม่ตามธุรกิจของตัวเอง ไม่ใช้ตัวเลขตัวอย่างในบทความนี้ตรง ๆ

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพลตฟอร์มบอก ROAS 8 เท่า แต่บัญชีธนาคารไม่ขยับ มาคำนวณ ROAS จริงจากยอดที่ปิดในแชทกัน

แพลตฟอร์มบอก ROAS 8 เท่า แต่บัญชีธนาคารไม่ขยับ มาคำนวณ ROAS จริงจากยอดที่ปิดในแชทกัน

ตัวเลข ROAS ในหน้า Ads Manager กับเงินที่เข้าจริงมักไม่ตรงกัน เพราะยอดปิดอยู่ในแชท ไม่ใช่บนหน้าเว็บ บทความนี้พาคำนวณ ROAS จริงจากออเดอร์ที่โอนเข้าแบบจับต้องได้
ROAS กี่เท่าถึงเท่าทุน คำนวณจุดคุ้มทุนก่อน แล้วคุณจะเลิกกลัวเลข ROAS ต่ำ

ROAS กี่เท่าถึงเท่าทุน คำนวณจุดคุ้มทุนก่อน แล้วคุณจะเลิกกลัวเลข ROAS ต่ำ

ROAS 2 เท่าของร้านหนึ่งอาจกำไรงาม อีกร้านอาจขาดทุนยับ ต่างกันที่กำไรขั้นต้น บทความนี้สอนหาจุดคุ้มทุน ROAS ของธุรกิจคุณเอง ด้วยเลขในหัวไม่กี่ตัว
รู้กำไรต่อออเดอร์เป็นบาท ก่อนจะรู้ว่าจ่ายค่าแอดต่อออเดอร์ได้เท่าไหร่

รู้กำไรต่อออเดอร์เป็นบาท ก่อนจะรู้ว่าจ่ายค่าแอดต่อออเดอร์ได้เท่าไหร่

หลายร้านรู้ยอดขายแต่ไม่รู้ว่าออเดอร์หนึ่งเหลือกำไรกี่บาท พอไม่รู้ก็ตั้งงบแอดมั่ว บทความสั้นนี้พาหากำไรต่อออเดอร์เป็นตัวเลข แล้วใช้มันเป็นเพดานค่าแอด