← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ปิดบัญชีรายไตรมาส ทำไมทีมบัญชีต้องขอข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้งด้วย

ทีมบรรณาธิการ linli15 ก.ค. 15:16อัปเดต 15 ก.ค. 15:16อ่าน 1 นาที
ปิดบัญชีรายไตรมาส ทำไมทีมบัญชีต้องขอข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้งด้วย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การปิดบัญชีแบบเดิมมักดูแค่ใบเสร็จและรายการธนาคาร แต่สำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท มีตัวเลขอีกชุดที่ส่งผลต่อความถูกต้องของงบ คือข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้ง ถ้าไม่ดึงมาประกอบกันตอนปิดไตรมาส จะพลาดทั้งเรื่องค่าคอมมิชชันค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายแอดที่ยังไม่ตรงรอบบิล และรายได้ที่ปิดคาบเกี่ยวช่วงเปลี่ยนไตรมาส

ทีมบัญชีส่วนใหญ่ปิดไตรมาสด้วยขั้นตอนคุ้นเคย ดึงรายการธนาคาร กระทบยอดใบเสร็จ บันทึกค่าใช้จ่ายค้างจ่าย แล้วสรุปงบ แต่สำหรับธุรกิจที่รายได้หลักมาจากการปิดการขายในแชท มีข้อมูลอีกชุดที่มักถูกมองข้าม นั่นคือข้อมูล Conversion ที่อยู่ในมือทีมมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งถ้าไม่ดึงมาประกอบการปิดบัญชี งบที่ออกมาจะมีจุดคลาดเคลื่อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือดีลที่ลูกค้าทักคุยและตกลงซื้อในช่วงปลายไตรมาส แต่โอนเงินจริงในไตรมาสถัดไป หรือแคมเปญที่ใช้งบไปแล้วแต่บิลจากแพลตฟอร์มยังไม่ตัดในรอบเดียวกัน ถ้าทีมบัญชีไม่ประสานกับทีมมาร์เก็ตติ้งเรื่องนี้ งบไตรมาสที่ปิดไปอาจสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลสี่ชุดที่ควรขอจากทีมมาร์เก็ตติ้งก่อนปิดไตรมาส

  • รายจ่ายค่าแอดที่ใช้ไปแล้วแต่ยังไม่ถูกเรียกเก็บบิลในรอบนี้ เพื่อบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
  • ดีลที่ปิดในแชทช่วงปลายไตรมาสแต่ยังไม่โอนเงิน เพื่อพิจารณาว่าควรรับรู้รายได้ไตรมาสไหน
  • ค่าคอมมิชชันของแอดมินหรือทีมขายที่ผูกกับยอดปิดช่วงปลายไตรมาส ซึ่งมักคำนวณช้ากว่าตัวยอดขายเอง โดยเฉพาะถ้าใช้โครงสร้างคอมมิชชันที่ผูกกับกำไรสุทธิแทนยอดขาย ยิ่งต้องรอตัวเลขต้นทุนให้ครบก่อนคำนวณได้
  • สรุปแคมเปญที่ปิดตัวไปแล้วระหว่างไตรมาส เพื่อเช็กว่ามีงบค้างที่ยังไม่กระทบยอดกับรายได้ที่ผูกกลับมาหรือไม่

ปัญหาจังหวะรับรู้รายได้ เมื่อปิดดีลกับโอนเงินไม่ใช่เดือนเดียวกัน

ธุรกิจปิดการขายในแชทมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากธุรกิจขายหน้าร้าน คือช่วงเวลาระหว่าง ‘ตกลงซื้อในแชท’ กับ ‘เงินเข้าบัญชีจริง’ อาจห่างกันหลายวันถึงหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้วิธีโอนมัดจำก่อนแล้วผ่อนที่เหลือ หรือสินค้าที่ต้องรอผลิตก่อนส่ง คำถามที่ทีมบัญชีต้องตอบให้ชัดคือ ควรรับรู้รายได้ตอนไหน ตอนตกลงซื้อ หรือตอนโอนเงินครบ ซึ่งควรตกลงเป็นนโยบายที่ใช้สม่ำเสมอ ไม่ใช่ตัดสินใจแยกกันทีละดีล

รายการตรวจสอบช่วงรอยต่อไตรมาส

  1. ดึงรายชื่อดีลทั้งหมดที่ปิดในแชทช่วง 7 วันสุดท้ายของไตรมาส แยกว่าโอนเงินแล้วหรือยัง
  2. เทียบรายจ่ายค่าแอดตามรอบบิลจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม กับรอบปฏิทินของไตรมาสบัญชี เพราะสองรอบนี้มักไม่ตรงกันเป๊ะ
  3. สอบถามทีมมาร์เก็ตติ้งว่ามีแคมเปญใดที่ค้างจ่ายแต่ยังไม่ได้บันทึกในระบบบัญชี และตรวจให้ครบว่าใบกำกับภาษีของดีลที่ปิดปลายไตรมาสออกครบตามรอบหรือไม่
  4. บันทึกค่าคอมมิชชันค้างจ่ายของดีลที่ปิดแล้วแต่ยังไม่คำนวณจ่ายจริง เพื่อให้ต้นทุนกับรายได้อยู่ในไตรมาสเดียวกันตามหลัก matching

ทำให้เป็นขั้นตอนถาวร ไม่ใช่แค่ทำตอนใกล้ปิดไตรมาส

วิธีที่ยั่งยืนที่สุดคือกำหนดให้การส่งข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินปิดบัญชีถาวร เหมือนกับการขอรายการธนาคารหรือใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ทีมบัญชีต้องไล่ตามขอทุกครั้งที่ใกล้ปิดไตรมาส เมื่อกลายเป็นขั้นตอนมาตรฐานแล้ว ทั้งความเร็วและความแม่นยำในการปิดบัญชีจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สรุป

การปิดบัญชีของธุรกิจที่ขายผ่านแชทไม่ควรจบแค่ที่รายการธนาคารและใบเสร็จ เพราะข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้งมีผลโดยตรงต่อความถูกต้องของทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายที่ควรรับรู้ในไตรมาสนั้น

เมื่อทำให้การขอข้อมูลนี้เป็นขั้นตอนถาวรในปฏิทินปิดบัญชี แทนที่จะเป็นเรื่องที่ไล่ตามขอเฉพาะตอนใกล้ปิด งบที่ออกมาจะแม่นยำขึ้นและทีมบัญชีเองก็จะเครียดน้อยลงทุกสิ้นไตรมาส

  • ขอข้อมูล Conversion จากทีมมาร์เก็ตติ้งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนปิดบัญชีถาวร
  • ตรวจรอยต่อไตรมาสให้ครบ ทั้งดีลที่ปิดแล้วยังไม่โอน และแคมเปญที่ค้างบิล
  • กำหนดนโยบายรับรู้รายได้ให้ชัดและใช้สม่ำเสมอ ไม่ตัดสินใจแยกกันทีละดีล

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าดีลตกลงซื้อปลายไตรมาสแต่ยังไม่โอนเงิน ควรรับรู้รายได้ไตรมาสไหน

ขึ้นกับนโยบายบัญชีที่บริษัทเลือกใช้ ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเพื่อกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ แล้วใช้นโยบายเดียวกันสม่ำเสมอทุกไตรมาส ไม่ใช่ตัดสินใจแยกกันทีละดีล

ทีมมาร์เก็ตติ้งควรส่งข้อมูล Conversion ให้บัญชีบ่อยแค่ไหน

สำหรับข้อมูลทั่วไป รายเดือนก็เพียงพอ แต่ช่วง 1-2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดไตรมาส ควรส่งข้อมูลถี่ขึ้นเป็นรายสัปดาห์เพื่อจับดีลที่คาบเกี่ยวรอยต่อไตรมาสให้ครบ

ถ้าไม่มีระบบเชื่อมข้อมูล Conversion อัตโนมัติ จะเริ่มยังไง

เริ่มจากให้ทีมมาร์เก็ตติ้งส่งสรุปเป็นไฟล์รายสัปดาห์ก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องมีระบบอัตโนมัติตั้งแต่วันแรก ขอแค่ให้ข้อมูลครบและส่งตรงเวลาตามปฏิทินปิดบัญชี

ค่าคอมมิชชันค้างจ่ายสำคัญกับการปิดไตรมาสยังไง

สำคัญเพราะเป็นต้นทุนที่ต้องจับคู่กับรายได้ในไตรมาสเดียวกันตามหลักการบัญชี ถ้าลืมบันทึกจะทำให้กำไรไตรมาสนั้นสูงเกินจริง แล้วไปกดกำไรไตรมาสถัดไปโดยไม่จำเป็น

การขอข้อมูลนี้จากทีมมาร์เก็ตติ้งจะเพิ่มภาระงานเขาไหม

ในช่วงแรกอาจมีภาระเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ถ้าตกลงรูปแบบไฟล์และความถี่ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะกลายเป็นงานประจำที่ทำได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ และช่วยให้ทีมมาร์เก็ตติ้งเห็นภาพผลกระทบของงานตัวเองต่อบัญชีบริษัทชัดขึ้นด้วย

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เตรียมข้อมูล Conversion Tracking ให้พร้อมก่อนนักลงทุนหรือธนาคารขอดูบัญชี

เตรียมข้อมูล Conversion Tracking ให้พร้อมก่อนนักลงทุนหรือธนาคารขอดูบัญชี

เวลาระดมทุนหรือขอสินเชื่อ นักลงทุนมักถามหาความสอดคล้องระหว่างยอดขายในแชทกับตัวเลขในงบการเงิน บทความนี้วางเช็กลิสต์เตรียมข้อมูล Conversion Tracking ให้พร้อมรับการตรวจสอบ
ถ้าเพิ่มงบแอดเป็นสองเท่า ยอดขายจะโตสองเท่าจริงไหม ทดสอบความยืดหยุ่นก่อนอนุมัติ

ถ้าเพิ่มงบแอดเป็นสองเท่า ยอดขายจะโตสองเท่าจริงไหม ทดสอบความยืดหยุ่นก่อนอนุมัติ

การเพิ่มงบแอดไม่ได้ให้ผลลัพธ์เป็นเส้นตรงเสมอไป บทความนี้สอนวิธีประเมินความยืดหยุ่นของยอดขายต่องบที่เพิ่ม เพื่อทดสอบสถานการณ์ก่อนอนุมัติงบก้อนใหญ่จริง
ปิดดีลในแชท LINE แล้วต้องวิ่งไปคีย์ใบสั่งขายใน SAP เอง จะย่อ Order-to-Cash ให้สั้นลงยังไง

ปิดดีลในแชท LINE แล้วต้องวิ่งไปคีย์ใบสั่งขายใน SAP เอง จะย่อ Order-to-Cash ให้สั้นลงยังไง

ธุรกิจที่ใช้ SAP เป็นแกนหลักมักเจอคอขวดตรงที่ดีลจากแชท LINE ต้องรอคนคีย์ใบสั่งขายด้วยมือ บทความนี้อธิบายวิธีย่อขั้นตอน Order-to-Cash โดยไม่กระทบกระบวนการบัญชีที่ SAP ควบคุมอยู่