← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

จ่ายคอมมิชชันตามยอดขาย ทำไมทีมยิ่งขายยิ่งเก่ง แต่บริษัทยิ่งกำไรบาง

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:12อัปเดต 16 ส.ค. 09:12อ่าน 1 นาที
จ่ายคอมมิชชันตามยอดขาย ทำไมทีมยิ่งขายยิ่งเก่ง แต่บริษัทยิ่งกำไรบาง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การจ่ายคอมมิชชันตามยอดขายอย่างเดียว จูงใจให้แอดมินลดราคาหรือแถมของเพื่อปิดยอดให้ไว โดยไม่สนใจว่ากำไรที่เหลือจะบางลงแค่ไหน การผูกคอมมิชชันบางส่วนกับ net margin ของออเดอร์ ช่วยให้แรงจูงใจของทีมขายสอดคล้องกับเป้าหมายกำไรของบริษัทมากขึ้น

สมมติแอดมินคนหนึ่งได้คอมมิชชัน 3% จากยอดขายทุกออเดอร์ที่ปิดได้ เดือนหนึ่งเขาปิดยอดได้ 500,000 บาท ได้คอมมิชชัน 15,000 บาท ฟังดูยุติธรรมดี แต่พอเจ้าของธุรกิจไปดูตัวเลขกำไรจริง กลับพบว่าออเดอร์จำนวนมากในเดือนนั้นถูกลดราคาหรือแถมของเพิ่มเพื่อปิดยอดให้ไวขึ้น กำไรสุทธิของเดือนนั้นจึงบางกว่าเดือนก่อนที่ยอดขายน้อยกว่าด้วยซ้ำ

นี่ไม่ใช่ความผิดของแอดมิน เพราะระบบคอมมิชชันบอกเขาตรง ๆ ว่ายิ่งปิดยอดเยอะยิ่งได้เงินเยอะ ไม่มีใครบอกเขาว่าต้องรักษากำไรด้วย เขาจึงทำตามสิ่งที่ระบบให้รางวัล ซึ่งคือยอดขาย ไม่ใช่กำไร

ปัญหาของคอมมิชชันที่ผูกกับยอดขายอย่างเดียว

เมื่อคอมมิชชันผูกกับยอดขาย พฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติคือการเร่งปิดยอดให้ไวที่สุด แม้ต้องแลกด้วยส่วนลดหรือของแถมที่กัดกินกำไรต่อออเดอร์ เพราะในสายตาแอดมิน ยอด 100,000 บาทที่ลดราคาไป กับยอด 100,000 บาทที่ไม่ได้ลด ให้คอมมิชชันเท่ากันเป๊ะ

ปัญหานี้ยิ่งชัดในช่วงปลายเดือนที่ทีมพยายามทำยอดให้ถึงเป้า เพราะแรงจูงใจจะเอนไปทาง ‘ปิดให้ได้’ มากกว่า ‘ปิดให้คุ้ม’ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน บริษัทจะเห็นยอดขายโตขึ้นทุกเดือน แต่กำไรสุทธิกลับทรงตัวหรือลดลง

แนวทางผูกคอมมิชชันกับ net margin แทน

  • แบ่งคอมมิชชันเป็นสองส่วน ส่วนแรกอิงยอดขายในอัตราต่ำเพื่อไม่ให้แอดมินขาดรายได้พื้นฐาน ส่วนที่สองอิงกำไรสุทธิของออเดอร์ในอัตราที่สูงกว่า
  • กำไรสุทธิของออเดอร์ในที่นี้ควรคำนวณหลังหักต้นทุนสินค้า ส่วนลด ของแถม และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ยอดขายตั้งต้น
  • กำหนดเพดานส่วนลดหรือของแถมที่แอดมินอนุมัติเองได้ ถ้าต้องการให้มากกว่านั้นให้ผ่านการอนุมัติจากหัวหน้าทีม เพื่อไม่ให้แอดมินลดราคาแบบไม่มีขอบเขตเพื่อปิดยอดเร็ว

ตัวอย่างเปรียบเทียบสองโครงสร้างคอมมิชชัน

โครงสร้างคอมมิชชันที่แอดมินได้กำไรสุทธิที่บริษัทได้
ผูกยอดขายอย่างเดียว (3%)15,000 บาท60,000 บาท
ผูก net margin (1% ยอดขาย + 8% กำไรสุทธิ)13,400 บาท80,000 บาท

ลงลึกระดับออเดอร์เดียว (ตัวอย่างสมมติ) เพื่อดูว่าแรงจูงใจเปลี่ยนตรงไหน

สมมติสินค้าตัวหนึ่งขายราคาปกติ 3,000 บาท ต้นทุนสินค้า 1,200 บาท ถ้าปิดยอดโดยไม่ลดราคาเลย กำไรขั้นต้นของออเดอร์นี้คือ 1,800 บาท แต่ถ้าแอดมินลดราคาให้ 500 บาทเพื่อปิดยอดให้ไวขึ้น กำไรขั้นต้นจะเหลือ 1,300 บาท ต่างกัน 500 บาทเต็ม ๆ

ภายใต้โครงสร้างคอมมิชชัน 3% ของยอดขาย ทั้งสองกรณีแอดมินจะได้คอมมิชชันต่างกันแค่เล็กน้อย คือ 90 บาทจากออเดอร์ที่ไม่ลด เทียบกับ 75 บาทจากออเดอร์ที่ลดราคา (3% ของ 2,500 บาท) ส่วนต่างแค่ 15 บาท ทั้งที่บริษัทเสียกำไรไป 500 บาท แอดมินแทบไม่รู้สึกถึงผลของการลดราคาเลย

แต่ภายใต้โครงสร้าง net margin (1% ยอดขาย + 8% กำไรสุทธิ) ออเดอร์ที่ไม่ลดราคาจะได้คอมมิชชัน 30+144 เท่ากับ 174 บาท ส่วนออเดอร์ที่ลดราคาจะได้ 25+104 เท่ากับ 129 บาท ส่วนต่างกระโดดไปที่ 45 บาท ซึ่งสัดส่วนใกล้เคียงกับสัดส่วนกำไรที่หายไปมากกว่าโครงสร้างแรกมาก นี่คือกลไกที่ทำให้แอดมินรู้สึกถึงผลของการลดราคาในกระเป๋าตัวเองทันที ไม่ต้องรอฟังสรุปกำไรปลายเดือนจากฝ่ายบัญชี

ความเสี่ยงใหม่ที่มาพร้อมโครงสร้างนี้ ถ้าออกแบบไม่รอบคอบ

ความเสี่ยงแรกคือแอดมินอาจเปลี่ยนจากเทกำไรมากเกินไป กลายเป็นหวงกำไรมากเกินไปแทน คือปฏิเสธการให้ส่วนลดทุกกรณีแม้บางครั้งลดเล็กน้อยแล้วยังคุ้มกว่าปล่อยให้ลูกค้าหายไปเลย จุดนี้ควรตรวจสอบด้วยการติดตามอัตราปิดการขายก่อนและหลังเปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าอัตราปิดการขายลดลงชัดเจนหลังเปลี่ยน อาจต้องทบทวนว่าเพดานส่วนลดที่อนุมัติเองได้ตั้งไว้ต่ำเกินไปหรือไม่

ความเสี่ยงที่สองคือถ้าตัวเลขต้นทุนหรือกำไรของออเดอร์สามารถถูกปรับแก้โดยแอดมินเองได้ เช่น กรอกต้นทุนสินค้าเข้าระบบเอง ย่อมมีช่องให้บิดเบือนตัวเลขเพื่อดันคอมมิชชันตัวเองสูงขึ้น การคำนวณกำไรสุทธิที่ใช้จ่ายคอมมิชชันจึงต้องดึงจากตารางต้นทุนที่ฝ่ายบัญชีหรือฝ่ายจัดซื้อล็อกไว้ตายตัว ไม่ใช่ให้แอดมินกรอกหรือแก้ไขตัวเลขต้นทุนได้เอง

ทบทวนสัดส่วนที่ตั้งไว้ทุกไตรมาส ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วปล่อยผ่าน

สัดส่วน 1% ยอดขาย + 8% กำไรสุทธิ ที่ยกตัวอย่างไว้ ไม่ใช่สูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจหรือใช้ได้ตลอดไป ควรนำข้อมูลคอมมิชชันรวมที่จ่ายจริงในแต่ละไตรมาส มาเทียบกับกำไรสุทธิรวมที่ทีมสร้างได้ ถ้าสัดส่วนคอมมิชชันต่อกำไรเริ่มเบี่ยงไปจากที่ตั้งใจไว้ตอนแรก เช่น จ่ายคอมมิชชันสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยกำไรสุทธิไม่ได้โตตาม ควรกลับมาปรับอัตราให้สอดคล้องกับเป้าหมายเดิมอีกครั้ง

สรุป

คอมมิชชันคือแรงจูงใจ และแรงจูงใจคือสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของทีมขายในระยะยาว ถ้าอยากให้ทีมรักษากำไรควบคู่กับยอดขาย โครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนต้องส่งสัญญาณนั้นตั้งแต่ต้น ไม่ใช่หวังให้ทีมรักษากำไรเองโดยไม่มีอะไรจูงใจ

  • คอมมิชชันผูกยอดขายอย่างเดียวจูงใจให้ลดราคาปิดยอดไว
  • แบ่งคอมมิชชันเป็นส่วนยอดขายต่ำ + ส่วนกำไรสุทธิสูงกว่า
  • ทดลองกับทีมย่อยก่อนขยายใช้เต็มรูปแบบทั้งบริษัท

คำถามที่พบบ่อย

การเปลี่ยนโครงสร้างคอมมิชชันจะทำให้แอดมินได้เงินน้อยลงไหม

ถ้าแอดมินยังคงรักษากำไรต่อออเดอร์ได้ดี รายได้รวมมักไม่ต่างจากเดิมมากนัก และในหลายกรณีอาจได้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำถ้าเขาเลือกปิดยอดแบบไม่ลดราคาเกินจำเป็น

จะอธิบายให้ทีมขายเข้าใจโครงสร้างใหม่นี้อย่างไรไม่ให้รู้สึกว่าถูกลดผลตอบแทน

ควรแสดงตัวอย่างตัวเลขเปรียบเทียบให้เห็นชัดว่าเขาสามารถได้คอมมิชชันเท่าเดิมหรือมากกว่า ถ้าปิดยอดโดยรักษากำไรไว้ ไม่ใช่แค่บอกกฎใหม่ลอย ๆ

ควรเริ่มใช้โครงสร้างนี้กับทีมทั้งหมดพร้อมกันไหม

แนะนำให้ทดลองกับทีมย่อยหรือช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อน เพื่อดูผลกระทบจริงต่อพฤติกรรมการปิดการขายและความพึงพอใจของทีม ก่อนขยายใช้เต็มรูปแบบ

ถ้าสินค้าบางตัวมีกำไรต่ำโดยธรรมชาติ จะไม่เป็นธรรมกับแอดมินที่ขายสินค้านั้นไหม

ควรตั้งอัตรากำไรอ้างอิงแยกตามกลุ่มสินค้า ไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันหมด เพื่อไม่ให้แอดมินที่ขายสินค้ากำไรต่ำเสียเปรียบเพียงเพราะโครงสร้างต้นทุนสินค้าต่างกัน

โครงสร้างนี้เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีแอดมินไม่กี่คนไหม

เหมาะ เพราะยิ่งธุรกิจเล็ก กำไรทุกบาทยิ่งมีผลต่อกระแสเงินสด การจูงใจให้ทีมรักษากำไรตั้งแต่ต้นจะช่วยธุรกิจขนาดเล็กได้เร็วกว่าธุรกิจใหญ่ที่พอมีกันชนทางการเงินมากกว่า

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยอด COD ที่ยังไม่ตัดจ่าย คือเงินทุนหมุนเวียนที่บริษัทคุณ ‘ให้คนอื่นถือไว้’

ยอด COD ที่ยังไม่ตัดจ่าย คือเงินทุนหมุนเวียนที่บริษัทคุณ ‘ให้คนอื่นถือไว้’

เงินทุนหมุนเวียนที่จมอยู่ในระบบเก็บเงินปลายทาง เป็นสิ่งที่ธุรกิจปิดการขายในแชทมักมองข้าม บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณและลดวงจรเงินสดที่ค้างในมือขนส่ง
‘ภาพรวมกำไรดี’ ที่บอร์ดเห็น อาจซ่อนสินค้าขาดทุนไว้ครึ่งไลน์ ทำแดชบอร์ดกำไรระดับ SKU ให้เห็นของจริง

‘ภาพรวมกำไรดี’ ที่บอร์ดเห็น อาจซ่อนสินค้าขาดทุนไว้ครึ่งไลน์ ทำแดชบอร์ดกำไรระดับ SKU ให้เห็นของจริง

ตัวเลขกำไรรวมที่รายงานบอร์ดทุกเดือน อาจกลบสินค้าบางตัวที่ขาดทุนต่อเนื่องไว้ใต้ค่าเฉลี่ย บทความนี้พาสร้างแดชบอร์ดกำไรระดับ SKU ที่ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจงบและสต๊อก
ยอดขายมาร์เก็ตเพลสเยอะกว่า แต่ทำไมกำไรกลับน้อยกว่าช่องทางแชท

ยอดขายมาร์เก็ตเพลสเยอะกว่า แต่ทำไมกำไรกลับน้อยกว่าช่องทางแชท

การเทียบช่องทางขายด้วยยอดขายอย่างเดียวทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย บทความสั้นนี้ชวนดูว่าทำไมเปรียบเทียบกำไรสุทธิต่อออเดอร์ระหว่างแชทกับมาร์เก็ตเพลสถึงให้ภาพที่ต่างจากที่คิด