← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ยอด COD ที่ยังไม่ตัดจ่าย คือเงินทุนหมุนเวียนที่บริษัทคุณ ‘ให้คนอื่นถือไว้’

02 ส.ค. 04:13 · อ่าน 1 นาที
ยอด COD ที่ยังไม่ตัดจ่าย คือเงินทุนหมุนเวียนที่บริษัทคุณ ‘ให้คนอื่นถือไว้’

สรุปสั้น ๆ

ทุกออเดอร์ที่ส่งแบบเก็บเงินปลายทาง คือเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทที่ถูกส่งไปให้ขนส่งถือไว้ชั่วคราวจนกว่าจะตัดจ่ายคืน ยิ่งสัดส่วน COD สูงและรอบตัดจ่ายยาว เงินทุนหมุนเวียนที่ธุรกิจต้องสำรองไว้ล่วงหน้าก็ยิ่งมากตาม การรู้ตัวเลขนี้ช่วยวางแผนสภาพคล่องได้แม่นกว่าการรอดูตอนเงินขาดมือ

ลองนึกภาพร้านขายอุปกรณ์ทำสวนออนไลน์ที่ปิดยอดในแชทเดือนละ 2,000,000 บาท โดย 70% เป็นออเดอร์เก็บเงินปลายทาง ขนส่งตัดจ่ายให้ทุก 15 วัน นั่นแปลว่าในทุกช่วงเวลา จะมีเงินราว 700,000 บาทที่ ‘ค้างอยู่ในมือขนส่ง’ ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เดือนเดียว แต่เป็นแบบนี้ทุกเดือนตราบใดที่ธุรกิจยังขายแบบนี้ต่อไป

เงินก้อนนี้ไม่ได้หายไปไหน สุดท้ายจะตัดจ่ายกลับมาแน่นอน แต่ระหว่างที่รอ ธุรกิจยังต้องซื้อสต๊อกใหม่ จ่ายค่าแอด และจ่ายเงินเดือนตามปกติ เท่ากับต้องมี ‘เงินสำรอง’ อีกก้อนไว้หมุนในระหว่างที่เงิน COD ยังไม่ตัดจ่าย นี่คือเงินทุนหมุนเวียนที่ธุรกิจแบบนี้ต้องเผื่อไว้เป็นพิเศษ

ทำไม COD ถึงกลายเป็นกับดักเงินทุนหมุนเวียนได้

ธุรกิจที่ปิดการขายในแชทมักเสนอ COD เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อ ซึ่งได้ผลจริงในแง่มูลค่าออเดอร์และอัตราปิดการขาย แต่สิ่งที่แลกมาคือรอบเวลาเก็บเงินที่ยาวกว่าการโอนเงินตรงหลายเท่า

ยิ่งธุรกิจโตเร็ว ยอด COD ที่ค้างอยู่ในระบบก็ยิ่งเพิ่มตามสัดส่วน เพราะเงินก้อนใหม่ที่เข้ามาแทนที่เงินก้อนเก่าที่เพิ่งตัดจ่าย ไม่ได้ทำให้เงินค้างในระบบลดลง มันแค่หมุนเวียนอยู่ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามยอดขายที่โต

วิธีประมาณเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องสำรองไว้

สูตรคร่าว ๆ คือ ยอดขายเฉลี่ยต่อวันของช่องทาง COD คูณด้วยจำนวนวันของรอบตัดจ่าย จะได้ตัวเลขเงินที่ ‘ค้างอยู่ในระบบ’ โดยประมาณตลอดเวลา ถ้ายอดขาย COD เฉลี่ยวันละ 46,000 บาท และรอบตัดจ่าย 15 วัน เงินที่ค้างอยู่ในระบบโดยประมาณคือ 690,000 บาท

ตัวเลขนี้คือเงินที่ธุรกิจควรมีสำรองเผื่อไว้ต่างหาก ไม่ใช่พึ่งพาแต่เงินสดในมือปัจจุบันเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเงินสำรองไม่พอ ธุรกิจอาจต้องกู้ยืมระยะสั้นเพื่อหมุนจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ ซึ่งมีต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มเข้ามาอีกชั้น

แนวทางลดวงจรเงินสดที่จมอยู่ในระบบ COD

  1. เจรจากับขนส่งให้ตัดจ่ายบ่อยขึ้น เช่น จากทุก 15 วันเป็นทุก 7 วัน แม้ค่าธรรมเนียมอาจสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องสำรองได้มาก
  2. จัดกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อผ่าน COD มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แล้วเสนอสิทธิพิเศษเล็กน้อยถ้าเปลี่ยนมาโอนเงินตรงในครั้งถัดไป เพื่อค่อย ๆ ลดสัดส่วน COD โดยไม่กระทบความมั่นใจของลูกค้าใหม่
  3. ติดตามอัตราการตีกลับหรือไม่รับสินค้าของ COD แยกตามพื้นที่ ถ้าพื้นที่ไหนอัตราตีกลับสูงเป็นพิเศษ อาจพิจารณาจำกัดวงเงิน COD เฉพาะพื้นที่นั้นเพื่อลดความเสี่ยง
  4. ทำวงเงินสำรองสภาพคล่อง (เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี) ไว้ล่วงหน้าเผื่อช่วงที่ยอดขายโตเร็วกว่าที่คาด เพื่อไม่ให้ต้องหยุดสั่งสต๊อกหรือหยุดยิงแอดเพราะเงินสดขาดมือชั่วคราว

ตัวอย่างผลลัพธ์เมื่อรอบตัดจ่ายเปลี่ยนจาก 15 วันเป็น 7 วัน

รอบตัดจ่ายเงินทุนหมุนเวียนที่ค้างในระบบโดยประมาณผลต่อสภาพคล่อง
ทุก 15 วัน690,000 บาทต้องสำรองเงินสดสูงเพื่อหมุนจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ
ทุก 7 วัน322,000 บาทลดเงินสำรองที่ต้องกันไว้เกือบครึ่งหนึ่ง

สรุป

เงินที่ค้างอยู่ในระบบ COD ไม่ใช่เงินที่หายไป แต่เป็นเงินที่ธุรกิจ ‘ให้คนอื่นถือไว้ชั่วคราว’ ซึ่งต้องมีเงินสำรองอีกก้อนไว้หมุนระหว่างรอ ยิ่งรู้ตัวเลขนี้เร็ว ยิ่งวางแผนสภาพคล่องได้แม่นและไม่ต้องเจอภาวะเงินสดขาดมือแบบไม่ทันตั้งตัว

  • ยอด COD ที่ยังไม่ตัดจ่าย คือเงินทุนหมุนเวียนที่ธุรกิจต้องสำรองเผื่อไว้
  • คำนวณจากยอดขาย COD เฉลี่ยต่อวัน คูณจำนวนวันรอบตัดจ่าย
  • เจรจารอบตัดจ่ายให้สั้นลง และค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนโอนเงินตรง

คำถามที่พบบ่อย

ควรเลิกใช้ COD เพื่อแก้ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไปเลยไหม

ไม่จำเป็นต้องเลิก เพราะ COD ช่วยเพิ่มยอดขายจากลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มั่นใจ ควรมองเป็นเรื่องการบริหารสัดส่วนและรอบตัดจ่ายมากกว่าการตัดทิ้งทั้งหมด

เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องสำรองเปลี่ยนแปลงตามยอดขายไหม

เปลี่ยนตามเสมอ ยิ่งยอดขาย COD โตเร็ว เงินที่ต้องสำรองไว้ก็ยิ่งเพิ่มตามสัดส่วน ควรคำนวณใหม่ทุกไตรมาสหรือเมื่อยอดขายเปลี่ยนแปลงมาก

ทำไมขนส่งบางเจ้าตัดจ่ายช้ากว่าเจ้าอื่นมาก

ขึ้นอยู่กับนโยบายภายในและระบบตรวจสอบยอดตีกลับของแต่ละเจ้า ควรเปรียบเทียบรอบตัดจ่ายเป็นหนึ่งในเกณฑ์เลือกขนส่ง ไม่ใช่ดูแค่ค่าส่งอย่างเดียว

ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีวงเงินสำรองจากธนาคาร ควรทำอย่างไร

ควรเริ่มจากการลดสัดส่วน COD อย่างค่อยเป็นค่อยไปและจัดการกระแสเงินสดรายสัปดาห์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาวงเงินฉุกเฉินที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูง

การผูกข้อมูลแคมเปญโฆษณากับข้อมูลการชำระเงินช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร

ช่วยให้เห็นว่าแคมเปญไหนสร้างยอด COD สูงเป็นพิเศษ ทำให้วางแผนสำรองเงินทุนหมุนเวียนล่วงหน้าได้แม่นขึ้นตามแคมเปญที่กำลังจะยิง ไม่ใช่แค่ดูยอดขายรวมเฉย ๆ

ควรรายงานตัวเลขเงินทุนหมุนเวียนนี้ให้บอร์ดรู้ด้วยไหม

ควรรายงาน โดยเฉพาะถ้าธุรกิจวางแผนขยายเร็ว เพราะบอร์ดต้องรู้ว่าการเติบโตของยอดขายจะมาพร้อมความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้นตามไปด้วย ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขกำไรอย่างเดียว

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง