← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

กระทบยอดเงินที่จ่ายให้แอด กับรายได้ที่รับจริง ตัวเลขสองใบนี้ต้องเจอกันทุกเดือน

ทีมบรรณาธิการ linli15 ก.ค. 15:16อัปเดต 15 ก.ค. 15:16อ่าน 1 นาที
กระทบยอดเงินที่จ่ายให้แอด กับรายได้ที่รับจริง ตัวเลขสองใบนี้ต้องเจอกันทุกเดือน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

บิลค่าแอดที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ กับยอดขายที่ทีมขายรายงานว่าปิดได้ ควรกระทบยอดกันได้ทุกเดือนเหมือนกระทบยอดธนาคาร แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่เคยทำ ทำให้ความคลาดเคลื่อนสะสมจนไม่รู้ว่าตัวเลขไหนคือความจริง บทความนี้วางขั้นตอนกระทบยอดที่ทำได้จริงในทีมเล็ก ๆ

ลองถามฝ่ายบัญชีของคุณดูว่า ‘เดือนนี้เราจ่ายค่าแอดไปเท่าไหร่ แล้วรายได้ที่มาจากแอดตัวนั้นจริง ๆ คือเท่าไหร่’ ธุรกิจส่วนใหญ่จะตอบได้แค่ครึ่งแรก เพราะบิลค่าแอดมาจากแพลตฟอร์มชัดเจน แต่ครึ่งหลังต้องไปถามทีมขายซึ่งมักตอบเป็นตัวเลขกลม ๆ ที่ไม่ได้ผูกกับแคมเปญไหนจริงจัง

ผมเคยเจอบริษัทหนึ่งที่จ่ายค่าแอดให้สามแพลตฟอร์มพร้อมกัน รวมเดือนละเกือบ 300,000 บาท แต่พอลองไล่กระทบยอดจริงจังครั้งแรก พบว่ามีแคมเปญหนึ่งที่ยังเปิดใช้งบอยู่ทั้งเดือน ทั้งที่สินค้าตัวนั้นหยุดขายไปแล้วสองเดือนก่อน เสียเงินไปฟรี ๆ เกือบ 40,000 บาท เพราะไม่มีใครกระทบยอดระหว่างบิลค่าแอดกับยอดขายจริงเลย

การกระทบยอดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องมีขั้นตอนที่ทำสม่ำเสมอ บทความนี้จะวางกระบวนการที่ทีมบัญชีเล็ก ๆ ทำเองได้ทุกเดือน

ทำไมตัวเลขสองใบนี้ถึงคลาดเคลื่อนจากกันได้ง่าย

ค่าแอดกับรายได้เป็นข้อมูลที่มาจากคนละระบบ บิลค่าแอดมาจากแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรง ส่วนรายได้มาจากการบันทึกของทีมขายในแชทหรือระบบ CRM ถ้าไม่มีจุดเชื่อมกลาง สองระบบนี้จะเดินคนละทางไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว จนกว่าจะถึงเวลาปิดงบแล้วตัวเลขไม่ลงกัน

ขั้นตอนกระทบยอดรายเดือนที่ทำได้จริงในทีมเล็ก

  1. ดึงรายจ่ายค่าแอดแยกตามแคมเปญจากทุกแพลตฟอร์มที่ใช้ แล้วรวมเป็นตารางเดียว อย่าปล่อยให้แต่ละแพลตฟอร์มอยู่คนละไฟล์
  2. ดึงรายได้ที่ปิดในแชทแยกตามแคมเปญต้นทาง โดยใช้ระบบที่ผูกการส่งข้อมูล Conversion กลับจากแชทไปยังแพลตฟอร์ม เพื่อให้รายได้แต่ละบาทมีที่มาชัดเจน ไม่ใช่ยอดกลม ๆ
  3. จับคู่รายจ่ายกับรายได้ตามแคมเปญเดียวกัน แล้วดูว่าแคมเปญไหนมีรายจ่ายแต่ไม่มีรายได้ผูกกลับมาเลย นี่คือจุดที่ต้องเข้าไปสอบถามทันที
  4. ตรวจว่ามีแคมเปญที่ยังเปิดใช้งบอยู่ทั้งที่สินค้าหยุดขายแล้วหรือไม่ เพราะเป็นจุดรั่วที่พบบ่อยที่สุดอย่างที่เล่าไปในเคสตัวอย่าง
  5. สรุปผลต่างเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายรวม ถ้าคลาดเคลื่อนเกิน 10% ให้ถือเป็นสัญญาณว่าต้องปรับกระบวนการติดตามข้อมูล ไม่ใช่แค่ปล่อยผ่านเดือนนี้ไป และควรพิจารณาว่าถึงเวลาต้องทบทวนงบประมาณกลางไตรมาสหรือยัง

ความคลาดเคลื่อนที่พบบ่อยที่สุดสามแบบ

  • แคมเปญที่ลืมปิด — สินค้าหยุดขายแล้วแต่แอดยังรันอยู่ เป็นเงินที่เสียไปโดยไม่มีรายได้กลับมาเลย
  • Conversion ถูกนับซ้ำหรือขาดหาย — เกิดจากการส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มไม่ครบ ทำให้รายได้จริงกับรายได้ที่แพลตฟอร์มรายงานไม่ตรงกัน
  • ยอดขายที่ปิดนอกช่วงเวลาที่นับ — ลูกค้าทักเข้ามาปลายเดือนแต่ปิดจริงต้นเดือนถัดไป ทำให้ดูเหมือนแคมเปญนั้นไม่มีรายได้ ทั้งที่จริงแค่ปิดช้ากว่ารอบบิล

แบ่งความรับผิดชอบให้ชัดว่าใครแก้จุดไหน

การกระทบยอดจะไม่มีความหมายถ้าไม่มีใครรับผิดชอบแก้ไขจุดที่เจอ ทีมบัญชีควรเป็นคนดึงตัวเลขและชี้จุดคลาดเคลื่อน แต่ทีมแอดควรเป็นคนตัดสินใจว่าจะปิดแคมเปญไหน และทีมขายควรเป็นคนตรวจว่าการบันทึกยอดขายในแชทครบถ้วนหรือไม่ ถ้าให้ฝ่ายเดียวรับผิดชอบทั้งหมด กระบวนการนี้จะล้มภายในสองสามเดือน

สรุป

การกระทบยอดค่าแอดกับรายได้ไม่ใช่งานเอกสารน่าเบื่อที่ทำเพื่อให้ครบขั้นตอน มันคือด่านแรกที่จับเงินรั่วได้ก่อนที่จะกลายเป็นตัวเลขในงบที่ทุกคนมองข้าม เคสแคมเปญที่ลืมปิดในบทความนี้คือตัวอย่างจริงว่าเงินหลักหมื่นหายไปได้ง่ายแค่ไหนถ้าไม่มีใครเทียบตัวเลขสองใบนี้เข้าด้วยกัน

เริ่มจากทำให้ง่ายที่สุดก่อน แค่ตารางเทียบรายจ่ายกับรายได้ต่อแคมเปญรายเดือนก็เพียงพอสำหรับก้าวแรก แล้วค่อยเพิ่มความถี่และความละเอียดเมื่อทีมเริ่มคุ้นกับกระบวนการนี้

  • กระทบยอดค่าแอดกับรายได้ทุกเดือน เหมือนกระทบยอดธนาคาร
  • แคมเปญที่ลืมปิดหลังสินค้าหยุดขาย คือจุดรั่วที่พบบ่อยที่สุด
  • แบ่งความรับผิดชอบชัดระหว่างบัญชี แอด และทีมขาย ไม่ให้ฝ่ายเดียวแบกทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ต้องกระทบยอดถี่แค่ไหนถึงจะพอ

รายเดือนเป็นความถี่ขั้นต่ำที่ควรทำ แต่ถ้างบแอดต่อเดือนสูงหรือมีหลายแคมเปญพร้อมกัน การกระทบยอดรายสัปดาห์จะช่วยจับความคลาดเคลื่อนได้เร็วกว่า ก่อนที่มันจะสะสมเป็นก้อนใหญ่ตอนสิ้นเดือน

ถ้าตัวเลขคลาดเคลื่อนเล็กน้อยทุกเดือน ถือว่าปกติไหม

ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยระดับ 2-5% มักเป็นเรื่องปกติจากดีลที่ปิดคาบเกี่ยวรอบบิล แต่ถ้าคลาดเคลื่อนในทิศทางเดียวกันซ้ำทุกเดือน ควรตรวจสอบว่าเป็นปัญหาเชิงระบบหรือไม่

การกระทบยอดนี้ต่างจากการทำ etax invoice ยังไง

คนละเรื่องกัน การกระทบยอดค่าแอดกับรายได้คือการตรวจสอบว่าเงินที่จ่ายไปสร้างรายได้กลับมาจริงหรือไม่ ส่วน<a href="/blog/etax-invoice-line-sales">ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์</a>คือเรื่องเอกสารทางบัญชีที่ต้องทำแยกต่างหาก แต่ทั้งสองเรื่องควรใช้ข้อมูลยอดขายชุดเดียวกันเป็นฐาน

ใครควรเป็นเจ้าของกระบวนการกระทบยอดนี้

ควรเป็นฝ่ายบัญชีหรือฝ่ายการเงิน เพราะเป็นฝ่ายที่มองภาพรวมทั้งรายจ่ายและรายได้ได้เป็นกลาง แต่ต้องดึงทีมแอดและทีมขายเข้ามาช่วยตรวจสอบจุดที่ตัวเองรับผิดชอบด้วย

ถ้าไม่มีระบบผูก Conversion กลับแพลตฟอร์ม จะกระทบยอดได้ไหม

ทำได้แต่จะใช้เวลานานกว่าและมีโอกาสผิดพลาดจากการกรอกมือมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรลงทุนวางระบบส่งข้อมูลกลับก่อน เพราะจะช่วยให้ขั้นตอนกระทบยอดรายเดือนเร็วขึ้นมาก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าถึงเวลาต้อง reforecast งบกลางไตรมาส ไม่ใช่แค่รอปิดเดือน

สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าถึงเวลาต้อง reforecast งบกลางไตรมาส ไม่ใช่แค่รอปิดเดือน

ไม่ใช่ทุกความผันผวนของยอดขายที่ต้องรีบเปลี่ยนงบ บทความนี้วางเกณฑ์ชัดเจนว่าสัญญาณแบบไหนควรกระตุ้นให้ CFO เริ่มกระบวนการ reforecast งบประมาณกลางไตรมาส
ออกแบบแดชบอร์ดที่บัญชีกับมาร์เก็ตติ้งดูตัวเลขชุดเดียวกันได้ โดยไม่ทะเลาะกันทุกสิ้นเดือน

ออกแบบแดชบอร์ดที่บัญชีกับมาร์เก็ตติ้งดูตัวเลขชุดเดียวกันได้ โดยไม่ทะเลาะกันทุกสิ้นเดือน

ปัญหาคลาสสิกคือทีมบัญชีกับทีมมาร์เก็ตติ้งต่างฝ่ายต่างมีตัวเลขของตัวเอง บทความนี้วางหลักออกแบบแดชบอร์ดใช้งานร่วมกันประจำวัน ที่นิยามตัวเลขตรงกันตั้งแต่ต้นทาง
หน่วยเศรษฐศาสตร์ต่อช่องทาง CAC, LTV และ payback ไม่เท่ากันในแต่ละช่องทางโฆษณา

หน่วยเศรษฐศาสตร์ต่อช่องทาง CAC, LTV และ payback ไม่เท่ากันในแต่ละช่องทางโฆษณา

ยอดขายรวมสูงไม่ได้แปลว่าทุกช่องทางดีเท่ากัน บทความนี้แจกแจงวิธีคำนวณ CAC, LTV และ payback period แยกรายช่องทาง เพื่อรู้ว่าช่องทางไหนควรเทงบเพิ่มจริง ๆ