← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ไม่ต้องมีทีมดาต้าไซแอนซ์ก็คำนวณ LTV ลูกค้าได้ แค่เอาแชทกับประวัติออเดอร์มากางคู่กัน

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
ไม่ต้องมีทีมดาต้าไซแอนซ์ก็คำนวณ LTV ลูกค้าได้ แค่เอาแชทกับประวัติออเดอร์มากางคู่กัน

สรุปสั้น ๆ

LTV หรือมูลค่าลูกค้าตลอดอายุการซื้อ ไม่จำเป็นต้องคำนวณด้วยสูตรซับซ้อน แค่เอาค่าเฉลี่ยยอดซื้อต่อครั้ง คูณจำนวนครั้งที่ซื้อต่อปีโดยเฉลี่ย คูณจำนวนปีที่ลูกค้าคนหนึ่งมักอยู่กับร้าน ก็ได้ตัวเลขเริ่มต้นที่พอใช้ตัดสินใจเรื่องงบแอดและการดูแลลูกค้าได้แล้ว

เจ้าของร้านจำนวนไม่น้อยตอบได้ทันทีว่าเดือนนี้ยอดขายเท่าไหร่ แต่พอถามว่า 'ลูกค้าหนึ่งคนที่เข้ามาซื้อกับร้าน มีมูลค่ารวมทั้งหมดในระยะยาวเท่าไหร่' หลายคนตอบไม่ได้ ทั้งที่คำถามนี้สำคัญกว่ายอดขายรายเดือนเสียอีก เพราะมันบอกว่าคุณควรจ่ายเท่าไหร่เพื่อได้ลูกค้าหนึ่งคนมา โดยยังคุ้มทุน

ลองสมมติร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงชื่อ 'บ้านเหมียวอ้วน' ที่มีค่าแอดต่อการปิดการขายหนึ่งครั้งอยู่ที่ 250 บาท ถ้ามองแค่ยอดขายครั้งแรกที่ 300 บาท ดูเหมือนแทบไม่คุ้ม แต่ถ้าลูกค้าคนนั้นกลับมาซื้ออาหารแมวซ้ำทุกเดือนเป็นเวลาสองปี มูลค่ารวมจริง ๆ อาจสูงกว่า 7,000 บาท ซึ่งทำให้ค่าแอด 250 บาทนั้นคุ้มมากอย่างไม่ต้องสงสัย

บทความนี้จะพาคำนวณ LTV แบบพื้นฐานที่สุดโดยใช้แค่ข้อมูลที่ร้านมีอยู่แล้วในแชทและระบบออเดอร์ ไม่ต้องรอทีมดาต้าไซแอนซ์มาช่วยทำโมเดลซับซ้อน

ทำไมรู้แค่ยอดขายรายเดือนถึงไม่พอ

ยอดขายรายเดือนบอกแค่ภาพรวมว่าธุรกิจกำลังไปได้ดีหรือแย่ แต่ไม่ได้บอกว่าลูกค้าแต่ละคนมีค่าต่อธุรกิจมากแค่ไหน สองร้านที่มียอดขายรายเดือนเท่ากันอาจมีสุขภาพธุรกิจต่างกันสุดขั้ว ถ้าร้านหนึ่งมีลูกค้าซื้อซ้ำเยอะและอีกร้านต้องหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลาเพื่อรักษายอดให้เท่าเดิม

การรู้ตัวเลข LTV ช่วยตอบคำถามสำคัญอย่าง 'ควรจ่ายค่าแอดต่อการปิดการขายหนึ่งครั้งได้สูงสุดเท่าไหร่โดยยังคุ้มทุน' ซึ่งเชื่อมโยงตรงกับอัตราส่วน LTV ต่อ CACที่ใช้ตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาในภาพรวม

สูตรง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ดาต้าไซแอนซ์

LTV แบบพื้นฐานที่สุดคำนวณจากสามตัวเลขที่ร้านส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในประวัติออเดอร์:

ตัวแปรวิธีหาตัวอย่าง
ยอดซื้อเฉลี่ยต่อครั้งรวมยอดขายทั้งหมด ÷ จำนวนครั้งที่ซื้อทั้งหมด350 บาท
ความถี่ในการซื้อต่อปีจำนวนครั้งที่ลูกค้าทั่วไปซื้อใน 1 ปี6 ครั้ง
อายุความสัมพันธ์เฉลี่ย (ปี)ลูกค้าทั่วไปอยู่กับร้านนานกี่ปีก่อนเลิกซื้อ2 ปี

ข้อมูลสามตัวนี้ไปหาได้จากไหนในแชทและออเดอร์

ยอดซื้อเฉลี่ยต่อครั้งหาได้จากระบบออเดอร์ตรง ๆ อยู่แล้ว ส่วนความถี่ในการซื้อต่อปีต้องไล่ดูประวัติแชทของลูกค้าที่ซื้อซ้ำ ว่าเฉลี่ยแล้วห่างกันกี่วันระหว่างแต่ละครั้ง แล้วแปลงเป็นจำนวนครั้งต่อปี ส่วนอายุความสัมพันธ์เฉลี่ยดูจากลูกค้าเก่าที่เลิกซื้อไปแล้วว่าอยู่กับร้านนานแค่ไหนก่อนหายไป

ไม่ต้องมีตัวเลขแม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ครั้งแรก แค่ประมาณจากลูกค้ากลุ่มซื้อซ้ำสัก 15-20 คนที่มีประวัติชัดเจนในแชท ก็พอเป็นตัวเลขตั้งต้นที่ใช้ตัดสินใจได้แล้ว แล้วค่อยปรับให้แม่นขึ้นเมื่อมีข้อมูลสะสมมากขึ้น

ได้ตัวเลข LTV แล้วเอาไปใช้ยังไง

พอรู้ LTV โดยประมาณแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือเทียบกับค่าแอดที่จ่ายไปต่อการปิดการขายหนึ่งครั้ง ถ้า LTV สูงกว่าค่าแอดหลายเท่า แปลว่ามีช่องให้เพิ่มงบเพื่อหาลูกค้าใหม่ได้อีก แต่ถ้า LTV ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าแอด นั่นคือสัญญาณเตือนว่าธุรกิจอาจกำลังจ่ายแพงเกินไปเพื่อหาลูกค้าที่ไม่คุ้มทุนในระยะยาว ลองดูระยะเวลาคืนทุนต่อลูกค้าหนึ่งคนประกอบด้วยจะช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น

อีกประโยชน์หนึ่งคือใช้ตัดสินใจว่าควรลงทุนดูแลลูกค้าเก่ามากแค่ไหน ถ้า LTV สูง การลงทุนเวลาและงบเพื่อรักษาลูกค้าเก่าให้ซื้อซ้ำย่อมคุ้มกว่าไล่หาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา และถ้าอยากรู้ต้นทุนต่อลูกค้าที่แท้จริง ลองอ่านวิธีคำนวณต้นทุนต่อลูกค้าแบบครบวงจรเพิ่มเติม

สรุป

LTV ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องรอทีมดาต้าไซแอนซ์มาคำนวณให้ ร้านที่มีประวัติแชทและออเดอร์อยู่แล้วสามารถประมาณตัวเลขนี้ได้เองตั้งแต่วันนี้ ด้วยสูตรง่าย ๆ สามตัวแปร

ตัวเลขที่ได้ไม่จำเป็นต้องแม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่แรก แค่มีกรอบประมาณการที่ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ ก็เพียงพอให้ตัดสินใจเรื่องงบแอดและการดูแลลูกค้าได้ดีขึ้นกว่าการเดาแบบไม่มีตัวเลขอ้างอิงเลย

  • LTV คำนวณจากยอดซื้อเฉลี่ย × ความถี่ต่อปี × อายุความสัมพันธ์เฉลี่ย
  • ข้อมูลตั้งต้นดึงได้จากประวัติแชทและออเดอร์ที่ร้านมีอยู่แล้ว
  • ใช้ LTV เทียบกับค่าแอดเพื่อตัดสินใจว่าควรเพิ่มงบหรือโฟกัสดูแลลูกค้าเก่า

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเปิดใหม่ยังไม่มีประวัติลูกค้าซื้อซ้ำ จะคำนวณ LTV ได้ไหม

คำนวณแบบแม่นยำยังไม่ได้ แต่ประมาณจากข้อมูลของธุรกิจประเภทเดียวกันหรือจากสมมติฐานอนุรักษ์นิยมไปก่อนได้ แล้วปรับตัวเลขให้แม่นขึ้นเมื่อมีประวัติลูกค้าสะสมมากพอในอีก 6 เดือนถึงหนึ่งปี

ต้องคำนวณ LTV แยกตามกลุ่มสินค้าไหม

ควรทำถ้าร้านขายหลายหมวดที่พฤติกรรมซื้อต่างกันมาก เพราะ LTV ของลูกค้าที่ซื้อของใช้สิ้นเปลืองจะต่างจาก LTV ของลูกค้าที่ซื้อของชิ้นใหญ่ราคาแพงแต่ซื้อไม่บ่อย การแยกคำนวณจะให้ภาพที่ตรงความจริงกว่า

ตัวเลข LTV ที่คำนวณแบบง่ายแม่นพอจะใช้ตัดสินใจเรื่องงบแอดจริงไหม

แม่นพอสำหรับการตัดสินใจเบื้องต้น เช่น ควรเพิ่มหรือลดงบ แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขทางการเพื่ออ้างอิงแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ ควรมองเป็นกรอบประมาณการที่ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ ตามข้อมูลจริงที่สะสมเพิ่มขึ้น

ควรคำนวณ LTV ใหม่บ่อยแค่ไหน

ทุก 6 เดือนถึงหนึ่งปีเหมาะสมสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ เว้นแต่ธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าเร็ว เช่น ช่วงเทศกาลหรือมีสินค้าใหม่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อ ก็อาจต้องคำนวณถี่ขึ้น

LTV ต่ำแปลว่าธุรกิจมีปัญหาเสมอไปไหม

ไม่เสมอไป บางธุรกิจโดยธรรมชาติมี LTV ต่ำเพราะสินค้าซื้อครั้งเดียวไม่ซื้อซ้ำ เช่น สินค้าช่วงเทศกาลเฉพาะกิจ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ตัวเลขนี้แล้วปรับกลยุทธ์การหาลูกค้าและตั้งราคาให้สอดคล้องกับความจริงข้อนี้

มีตัวช่วยเก็บข้อมูลว่าลูกค้าคนไหนมาจากแคมเปญไหนไหม

มี เช่น linli ที่เก็บข้อมูลว่าลูกค้าคนไหนมาจากแคมเปญไหนและปิดการขายกี่ครั้ง ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ใช้คำนวณ LTV ได้ง่ายขึ้น แต่การคำนวณจริงยังต้องเอาไปกางคู่กับประวัติออเดอร์อยู่ดี

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง