เสื้อผ้าไซซ์ผิดโดนคืนบ่อย: หมวดสินค้าที่คืนง่ายต้องปรับมูลค่า conversion ยังไงถึงไม่หลอกตัวเอง

สรุปสั้น ๆ
ร้านที่ขายสินค้าอย่างเสื้อผ้า รองเท้า หรือของที่ต้องลองก่อนใช้ มักเจออัตราคืนสูงกว่าสินค้าทั่วไปมาก เพราะลูกค้าไม่ได้ลองตัวจริงก่อนซื้อในแชท ถ้าคุณนับ conversion ตอนปิดการขายอย่างเดียวโดยไม่เคยหักยอดคืน ROAS ของหมวดนี้จะดูดีกว่าความจริงตลอดเวลา และอาจทำให้คุณเทงบผิดไปหาหมวดที่จริง ๆ แล้วกำไรบางกว่าหมวดอื่น
ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ร้านหนึ่งขายทั้งเสื้อยืดเบสิกและเดรสทำงาน พบว่าแคมเปญโฆษณาเดรสทำงานมี ROAS สูงถึง 5.5 เท่า ในขณะที่เสื้อยืดได้แค่ 3.2 เท่า เจ้าของเลยเทงบไปทางเดรสทำงานเกือบทั้งหมด
สามเดือนผ่านไปกำไรกลับไม่ได้เพิ่มตามที่คาด พอไล่ดูจริง ๆ ถึงเจอว่าเดรสทำงานมีอัตราคืนของเพราะไซซ์ไม่พอดีสูงถึง 35% ในขณะที่เสื้อยืดคืนแค่ 8% พอหักคืนออก ROAS จริงของเดรสทำงานเหลือแค่ 3.6 เท่า ใกล้เคียงกับเสื้อยืดมาก ไม่ได้ห่างชั้นอย่างที่ตัวเลขดิบบอก
นี่คือกับดักของหมวดสินค้าที่คืนง่าย ตัวเลข conversion ตอนขายอาจดูสวยหรู แต่ถ้าไม่หักส่วนที่คืนออก คุณกำลังเปรียบเทียบหมวดสินค้าด้วยตัวเลขที่ไม่ยุติธรรมกับความจริง
ทำไมอัตราคืนถึงบิดเบือน ROAS ได้มากกว่าที่คิด
การคืนสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องเสียเวลาห่อของส่งกลับ แต่มันหมายถึงเงินที่เคยนับเป็นยอดขายไปแล้วต้องถูกดึงกลับออกมา ถ้าหมวดสินค้าไหนมีอัตราคืนสูงกว่าหมวดอื่นมาก ROAS ที่ดูดิบ ๆ จะเอนเอียงไปทางหมวดนั้นเสมอ ทั้งที่ความจริงอาจไม่ได้ดีกว่ากันขนาดนั้น
ปัญหานี้คล้ายกับที่เคยเล่าไว้ในการนับมูลค่า COD กับโอนก่อนส่ง ต่างกันตรงที่ COD เสี่ยงตอนจ่ายเงิน ส่วนการคืนสินค้าเสี่ยงหลังจ่ายเงินไปแล้วและลูกค้าได้ของในมือจริง ซึ่งบางร้านมองข้ามเพราะคิดว่าตอนนั้น ‘ปิดการขายแล้ว’ ทั้งที่จริงยังไม่จบ
หมวดที่มักเจอปัญหานี้ชัดคือเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับที่ต้องลองไซซ์ หรือของที่ภาพในแชทกับของจริงต่างกันได้ง่าย เช่นสีที่หน้าจอแสดงไม่ตรงกับความรู้สึกตอนได้ของจริง
ปรับมูลค่าตามอัตราคืนของแต่ละหมวด
แนวทางที่ทำได้จริงคือเก็บอัตราคืนแยกตามหมวดสินค้า แล้วใช้ตัวเลขนี้ปรับ ROAS ก่อนตัดสินใจเทงบ ไม่จำเป็นต้องส่งการปรับนี้กลับแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ทุกบิล แต่ควรมีไว้เป็นตัวคูณเวลาเปรียบเทียบหมวดต่อหมวด
| หมวดสินค้า | อัตราคืนโดยประมาณ | ควรทำอะไรกับ ROAS ดิบ |
|---|---|---|
| เสื้อผ้า/รองเท้าต้องลองไซซ์ | สูง (20-40%) | หักลดก่อนเทียบกับหมวดอื่นเสมอ |
| เครื่องประดับ/ของแฟชั่น | ปานกลาง (10-20%) | ติดตามเป็นรอบ ปรับตามฤดูกาล |
| ของใช้ทั่วไป/อุปกรณ์ | ต่ำ (ต่ำกว่า 10%) | หักน้อย ใช้ ROAS ดิบเป็นตัวชี้นำได้มากกว่า |
ลดของคืนได้ด้วยข้อมูลในแชท ไม่ใช่แค่หักตัวเลข
การปรับมูลค่าเป็นการแก้ที่ปลายทาง แต่ต้นเหตุจริง ๆ มักแก้ได้ตั้งแต่ในห้องแชท เช่นถามไซซ์ให้ละเอียดกว่าปกติก่อนปิดออเดอร์ หรือส่งรูปเทียบขนาดจริงให้ลูกค้าดูก่อนโอนเงิน วิธีนี้ช่วยลดอัตราคืนได้โดยตรง
สำหรับหมวดที่คืนบ่อยเป็นพิเศษ การมีระบบแท็กแชทที่บันทึกเหตุผลการคืนไว้ทุกครั้งจะช่วยให้เห็นแพตเทิร์น เช่นไซซ์ M คืนบ่อยกว่าไซซ์อื่นในสินค้ารุ่นเดียวกัน ซึ่งนำไปแก้ที่คำอธิบายสินค้าต่อได้ตรงจุด และเมื่อเห็นแพตเทิร์นชัดแล้ว ควรวนกลับไปดูการส่งมูลค่าจริงต่อบิลอีกครั้งว่าค่าที่หักคืนแล้วยังทำให้ระบบเรียนรู้ถูกทางอยู่หรือเปล่า
สรุป
ROAS ดิบของหมวดสินค้าที่คืนง่ายมักดูดีเกินจริงเสมอ เพราะมันนับตอนขายได้แต่ไม่เคยหักตอนของถูกส่งกลับ การเปรียบเทียบหมวดสินค้าโดยไม่ปรับตัวเลขนี้จึงพาให้ตัดสินใจเทงบผิดทางได้ง่ายกว่าที่คิด
ไม่ต้องรอให้มีระบบพร้อมเพรียงถึงจะเริ่ม แค่เก็บอัตราคืนคร่าว ๆ แยกตามหมวดแล้วเอามาหักดูก่อน คุณอาจพบว่าหมวดที่เคยดูเทพที่สุด แท้จริงแล้วพอหักคืนแล้วก็ไม่ได้ต่างจากหมวดอื่นมากอย่างที่เคยเชื่อ
- หมวดสินค้าที่คืนง่ายมักมี ROAS ดิบสูงเกินจริงเพราะไม่ได้หักยอดคืน
- เก็บอัตราคืนแยกตามหมวด แล้วใช้ปรับ ROAS ก่อนเทียบกันจริง
- แก้ต้นเหตุการคืนตั้งแต่ในแชท ไม่ใช่แค่หักตัวเลขที่ปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย
ควรหักยอดคืนออกทันทีที่ลูกค้าขอคืน หรือรอให้คืนของจริงก่อน
ควรรอให้กระบวนการคืนเสร็จสมบูรณ์ก่อน เพราะบางครั้งลูกค้าขอคืนแต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเก็บของไว้ ถ้าหักออกเร็วเกินไปอาจต้องกลับมาเพิ่มยอดใหม่ ทำให้ข้อมูลยุ่งกว่าเดิม การรอให้แน่ใจก่อนจะให้ตัวเลขที่นิ่งกว่า
หมวดสินค้าที่คืนสูงควรหยุดยิงแอดไปเลยไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะบางหมวดแม้คืนสูงแต่ยังมีมาร์จิ้นเหลือพอ สิ่งที่ควรทำก่อนคือหาสาเหตุการคืนและแก้ที่ต้นทาง เช่นตารางไซซ์หรือคำอธิบายสินค้า ถ้าลองแก้แล้วยังคืนสูงต่อเนื่องค่อยพิจารณาลดงบหมวดนั้นลง
จะรู้อัตราคืนของแต่ละหมวดได้จากไหนถ้าไม่มีระบบพิเศษ
เริ่มจากนับด้วยมือก็ได้ในช่วงแรก โดยแยกบันทึกจำนวนบิลที่ขายได้กับจำนวนบิลที่มีการคืนของแต่ละหมวดในแต่ละเดือน แค่นี้ก็ได้อัตราคร่าว ๆ มาใช้ปรับ ROAS แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอระบบที่สมบูรณ์แบบก่อนถึงจะเริ่มทำ
สินค้าที่คืนเพราะของเสียกับคืนเพราะไซซ์ผิด ควรนับรวมกันไหม
แนะนำให้แยก เพราะสองสาเหตุนี้แก้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ของเสียคือปัญหาคุณภาพสินค้าหรือขนส่ง ส่วนไซซ์ผิดคือปัญหาข้อมูลก่อนซื้อ การแยกดูช่วยให้รู้ว่าควรไปแก้ที่โรงงาน คลังสินค้า หรือขั้นตอนการให้ข้อมูลลูกค้าในแชท
ลูกค้าที่คืนบ่อยควรถูกตัดออกจาก retargeting ไหม
ไม่จำเป็นต้องตัดทั้งหมด แต่ควรระวังไม่ให้ปนเข้าไปใน<a href="/blog/lookalike-from-line-buyers">กลุ่มลูกค้าที่ใช้สร้าง lookalike</a> เพราะถ้าใช้ฐานลูกค้าที่คืนของบ่อยไปหากลุ่มคนที่คล้ายกัน คุณอาจได้ผู้ชมที่มีพฤติกรรมคืนของสูงตามไปด้วย
การปรับมูลค่าตามอัตราคืนต้องทำทุกเดือนไหม
ไม่จำเป็นทุกเดือนถ้าพฤติกรรมลูกค้าค่อนข้างคงที่ แต่ควรทบทวนทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ ปรับตารางไซซ์ หรือเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ เพราะปัจจัยเหล่านี้มักทำให้อัตราคืนเปลี่ยนไปจากที่เคยวัดไว้
บทความที่เกี่ยวข้อง


