← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

พยากรณ์เงินสด 6 สัปดาห์ข้างหน้า จากดีลที่ยัง ‘ไม่ปิด’ ในแชท ไม่ใช่แค่จากยอดที่ปิดแล้ว

02 ส.ค. 04:28 · อ่าน 1 นาที
พยากรณ์เงินสด 6 สัปดาห์ข้างหน้า จากดีลที่ยัง ‘ไม่ปิด’ ในแชท ไม่ใช่แค่จากยอดที่ปิดแล้ว

สรุปสั้น ๆ

การพยากรณ์เงินสดที่อิงยอดขายที่ปิดแล้วอย่างเดียว คือการมองกระจกหลังรถ เพราะกว่าจะรู้ว่าเงินจะเข้าเท่าไหร่ก็สายเกินจะปรับแผนทัน วิธีที่แม่นกว่าคือดึงข้อมูลดีลที่ยังคุยค้างอยู่ในแชท แล้วถ่วงน้ำหนักตามสเตจและอัตราปิดจริงในอดีต จะได้ตัวเลขพยากรณ์ล่วงหน้าที่ปรับตัวได้ทุกสัปดาห์

ทุกสิ้นเดือนฝ่ายบัญชีจะถามฝ่ายขายคำถามเดิมว่า ‘เดือนหน้าจะปิดได้เท่าไหร่’ แล้วฝ่ายขายก็มักตอบด้วยความรู้สึกว่า ‘น่าจะโอเค’ ซึ่งเป็นคำตอบที่ใช้วางแผนจ่ายเงินเดือนหรือชำระซัพพลายเออร์ไม่ได้เลย สิ่งที่ผมเจอบ่อยในธุรกิจที่ปิดการขายในแชทคือ ข้อมูลที่จะตอบคำถามนี้ได้แม่นกว่าความรู้สึกมันมีอยู่แล้ว แค่ไม่มีใครหยิบมาใช้ นั่นคือดีลที่ค้างอยู่ในแชท ทุกวันนี้

ลองนึกภาพร้านหนึ่งที่มีคนทักเข้ามาสัปดาห์ละ 400 คน แบ่งเป็นคนที่เพิ่งถามราคา 250 คน คนที่ต่อรองอยู่ 90 คน และคนที่กำลังจะโอนภายในสัปดาห์นี้อีก 60 คน ถ้าฝ่ายบัญชีรู้ว่าในอดีต 3 กลุ่มนี้ปิดจริงในอัตราเท่าไหร่ ก็สามารถคำนวณล่วงหน้าได้ทันทีว่าอีกกี่สัปดาห์ข้างหน้าน่าจะมีเงินเข้าเท่าไหร่ โดยไม่ต้องรอให้ดีลปิดแล้วค่อยรู้

บทความนี้จะพาไปดูวิธีสร้างโมเดลพยากรณ์แบบนี้ทีละขั้น ตั้งแต่ตัวเลขที่ต้องดึงจากระบบแชท ไปจนถึงวิธีปรับน้ำหนักตามสเตจของดีล เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใช้วางแผนเงินสดได้จริง ไม่ใช่แค่เดาใจฝ่ายขาย

ทำไมพยากรณ์จากยอดขายที่ปิดแล้ว ถึงสายเกินไปเสมอ

ปัญหาของการพยากรณ์เงินสดแบบเดิมคือมันมองย้อนหลัง ยอดขายที่ปิดแล้วในเดือนนี้บอกได้แค่ว่าเดือนที่แล้วทำอะไรไว้ถูก แต่ไม่ได้บอกว่าอีก 4-6 สัปดาห์ข้างหน้าเงินจะไหลเข้าเท่าไหร่ ทั้งที่ในความเป็นจริง ดีลที่จะกลายเป็นรายได้ของเดือนหน้าส่วนใหญ่ ‘อยู่ในแชท’ ของทีมขายแล้วตั้งแต่วันนี้

จุดที่ฝ่ายบัญชีมักพลาดคือคิดว่าข้อมูลพวกนี้เป็นของฝ่ายขายอย่างเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้วถ้าดึงมาผ่านระบบที่ผูกที่มาของทักและความเร็วในการตอบกลับไว้ด้วย จะเห็นภาพชัดขึ้นมากว่าแต่ละดีลมีโอกาสปิดสูงหรือต่ำแค่ไหน ไม่ใช่แค่นับจำนวนคนที่ทักเข้ามา

สามชุดข้อมูลที่ต้องดึงจากท่อดีลก่อนเริ่มพยากรณ์

ก่อนจะสร้างโมเดลได้ ต้องมีข้อมูลดิบสามชุดนี้ให้ครบก่อน โดยส่วนใหญ่ระบบแชทหรือ CRM ที่ผูกกับแอดอยู่แล้วมักมีข้อมูลนี้ซ่อนอยู่ เพียงแต่ไม่มีใครดึงออกมาจัดกลุ่ม:

  • จำนวนดีลต่อสเตจ — แยกคนที่เพิ่งทักถามราคา คนที่กำลังต่อรอง และคนที่นัดโอนแล้วแต่ยังไม่โอน ให้เป็นสามกลุ่มแยกกันทุกสัปดาห์
  • อัตราปิดจริงเฉลี่ยของแต่ละสเตจ — ย้อนดูข้อมูล 8-12 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าคนในแต่ละกลุ่มปิดจริงกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เดาเอาว่ากลุ่มไหนน่าจะปิดง่าย
  • มูลค่าเฉลี่ยต่อดีลของแต่ละสเตจ — บางธุรกิจดีลที่เพิ่งเริ่มคุยมีมูลค่าเฉลี่ยต่ำกว่าดีลที่ต่อรองใกล้ปิด เพราะคนที่ต่อรองมักเป็นคนที่ตัดสินใจซื้อของราคาสูงกว่าอยู่แล้ว

สร้างโมเดลถ่วงน้ำหนักตามสเตจ แทนการนับดีลเท่ากันหมด

หัวใจของโมเดลนี้คือ ไม่นับดีลทุกสเตจเท่ากัน เพราะดีลที่นัดโอนแล้วมีโอกาสกลายเป็นเงินจริงสูงกว่าดีลที่เพิ่งทักถามราคาหลายเท่า วิธีคำนวณคือเอาจำนวนดีลในแต่ละสเตจ คูณด้วยอัตราปิดจริงของสเตจนั้น คูณด้วยมูลค่าเฉลี่ยต่อดีล แล้วรวมทั้งสามสเตจเข้าด้วยกัน ตัวอย่างน้ำหนักตั้งต้นที่พอใช้ได้:

สเตจดีลอัตราปิดจริงโดยเฉลี่ย (ตัวอย่าง)น้ำหนักที่ใช้คำนวณ
เพิ่งทักถามราคา8%ต่ำ ใช้เป็นฐานคร่าว ๆ เท่านั้น
กำลังต่อรอง/ถามรายละเอียด35%ปานกลาง น้ำหนักตามความคืบหน้า
นัดโอนแล้วแต่ยังไม่โอน70%สูง ใกล้เป็นเงินจริงที่สุด

ตัวอย่างคำนวณเงินสดที่น่าจะเข้าใน 4 สัปดาห์ข้างหน้า

สมมติสัปดาห์นี้มีดีลเพิ่งทักถามราคา 250 ดีล มูลค่าเฉลี่ย 800 บาท, ดีลต่อรองอยู่ 90 ดีล มูลค่าเฉลี่ย 1,500 บาท และดีลนัดโอนแล้ว 60 ดีล มูลค่าเฉลี่ย 1,800 บาท เมื่อคูณด้วยอัตราปิดจริงตามตารางด้านบน จะได้ตัวเลขพยากรณ์คร่าว ๆ ดังนี้ ซึ่งฝ่ายบัญชีเอาไปกระจายลงตารางกระแสเงินสดรายสัปดาห์ต่อได้ทันที:

สเตจดีลคำนวณเงินที่คาดว่าจะเข้า
เพิ่งทักถามราคา250 x 8% x 800≈ 16,000 บาท
กำลังต่อรอง90 x 35% x 1,500≈ 47,250 บาท
นัดโอนแล้ว60 x 70% x 1,800≈ 75,600 บาท

ปรับน้ำหนักใหม่ทุกสัปดาห์ อย่าตั้งค่าแล้วปล่อยผ่าน

โมเดลนี้ไม่ใช่สูตรตายตัวที่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดไป อัตราปิดจริงเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล ตามแคมเปญโปรโมชัน หรือตามคุณภาพแอดมินที่ตอบแชท ขั้นตอนที่ควรทำต่อเนื่องคือ:

  1. ทุกสิ้นสัปดาห์ ดึงจำนวนดีลจริงที่ปิดในแต่ละสเตจ เทียบกับที่พยากรณ์ไว้ ถ้าคลาดเคลื่อนเกิน 20% ต่อเนื่องสองสัปดาห์ ให้ปรับอัตราปิดในโมเดลใหม่
  2. แยกอัตราปิดตามช่องทางแอดด้วย ถ้าเป็นไปได้ เพราะดีลที่มาจากคำค้นหาสายซื้อมักปิดง่ายกว่าดีลจากแอดกว้าง ๆ การรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกันจะทำให้ตัวเลขเพี้ยน
  3. เมื่อได้ตัวเลขพยากรณ์รายสัปดาห์แล้ว ให้เอาไปต่อกับโมเดลช่วงเวลาที่เงินจริงจะเข้าบัญชี เพราะดีลที่ ‘ปิด’ กับเงินที่ ‘เข้าบัญชี’ มักมีช่วงห่างกันอีกหลายวัน

สรุป

เงินสดที่จะเข้าบัญชีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ไม่ได้ลอยมาจากอากาศ มันซ่อนอยู่ในแชทที่ทีมขายกำลังคุยอยู่ตอนนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ฝ่ายบัญชีต้องทำคือเปลี่ยนมุมมองจากการรอดูยอดขายที่ปิดแล้ว มาเป็นการอ่านสัญญาณจากดีลที่ยังไม่ปิด

โมเดลถ่วงน้ำหนักตามสเตจไม่ได้ให้ตัวเลขที่แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ให้ทิศทางที่ดีพอสำหรับตัดสินใจว่าจะจ่ายอะไรก่อนหลัง และเมื่อใช้ไปสักสองสามเดือน คุณจะเริ่มเห็นแพตเทิร์นของธุรกิจตัวเองชัดขึ้นเรื่อย ๆ

  • อย่าพยากรณ์เงินสดจากยอดขายที่ปิดแล้วอย่างเดียว ดูดีลที่ยังคุยค้างในแชทด้วย
  • ถ่วงน้ำหนักตามสเตจดีล ไม่ใช่นับทุกดีลเท่ากัน
  • ปรับอัตราปิดในโมเดลใหม่ทุกสัปดาห์ตามข้อมูลจริง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีข้อมูลย้อนหลังกี่สัปดาห์ถึงจะเริ่มสร้างโมเดลนี้ได้

อย่างน้อย 8 สัปดาห์เพื่อให้เห็นแนวโน้มอัตราปิดที่นิ่งพอสมควร ถ้ามีข้อมูลน้อยกว่านั้นตัวเลขจะแกว่งตามความบังเอิญมากเกินไป ควรใช้เป็นตัวเลขคร่าว ๆ ไปก่อนแล้วค่อยปรับ

ถ้าธุรกิจมีสินค้าหลายราคาต่างกันมาก จะคำนวณยังไง

แนะนำให้แยกโมเดลตามกลุ่มสินค้าหรือช่วงราคา แล้วค่อยรวมผลลัพธ์ตอนท้าย เพราะถ้าปนกันหมดมูลค่าเฉลี่ยต่อดีลจะไม่สะท้อนความจริงของแต่ละกลุ่ม

โมเดลนี้ต่างจากการพยากรณ์ยอดขายทั่วไปยังไง

การพยากรณ์ยอดขายทั่วไปมักมองภาพรวมทั้งเดือน แต่โมเดลนี้ลงลึกถึงระดับดีลแต่ละสเตจในแชท ทำให้ปรับตัวเลขได้ไวขึ้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนภายในสัปดาห์เดียว ไม่ต้องรอปิดเดือนถึงจะรู้

ถ้าทีมขายไม่บันทึกสเตจดีลให้ครบ จะเริ่มยังไงดี

เริ่มจากกำหนดสามสเตจง่าย ๆ แบบในบทความนี้ก่อน อย่าเพิ่งซับซ้อน แล้วตกลงกับทีมขายว่าทุกแชทต้องแท็กสเตจอย่างน้อยวันละครั้ง ค่อยเพิ่มความละเอียดทีหลังเมื่อทีมเริ่มชิน

ควรอัปเดตตัวเลขพยากรณ์บ่อยแค่ไหน

รายสัปดาห์เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายเร็วในแชท เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไวกว่าธุรกิจ B2B ทั่วไป ถ้าอัปเดตแค่รายเดือนจะสายเกินไปสำหรับการวางแผนเงินสด

จำเป็นต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์เฉพาะไหม

ไม่จำเป็นต้องมีระบบซับซ้อน สเปรดชีตที่ดึงข้อมูลจากแชทหรือ CRM มาแท็กสเตจก็เริ่มได้แล้ว ถ้ามีระบบอย่าง linli ที่ผูกที่มาแอดกับสถานะแชทอยู่แล้ว ก็จะดึงตัวเลขพวกนี้ได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องนั่งไล่นับเอง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง