← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

เลือกคีย์เวิร์ดบน Google Ads ให้ได้คน ‘พร้อมทัก LINE’ ไม่ใช่แค่คนพร้อมคลิก

02 ส.ค. 04:04 · อ่าน 2 นาที
เลือกคีย์เวิร์ดบน Google Ads ให้ได้คน ‘พร้อมทัก LINE’ ไม่ใช่แค่คนพร้อมคลิก

สรุปสั้น ๆ

อย่าเลือกคีย์เวิร์ดจากยอดค้นหาเยอะหรือ CPC ถูกอย่างเดียว ให้เลือกจาก ‘ใจของคนที่พิมพ์คำนั้น’ คำที่บอกความตั้งใจซื้อ (ราคา รับทำ สั่ง จอง ใกล้ฉัน) มักได้คนที่พร้อมทัก LINE จริง ส่วนคำกว้าง ๆ ได้ยอดคลิกสวยแต่คนหายเงียบ วิธีดูคือแยกคำเป็นสามชั้นตามความตั้งใจ แล้วเทงบไปที่ชั้นที่ใกล้จ่ายเงินก่อน

ผมเคยรับดูแลแอดให้ร้านทำป้ายไวนิลเจ้าหนึ่ง เดือนแรกเขาส่งรายงานเก่ามาให้ดู คำว่า ‘ป้ายไวนิล’ ได้คลิกเดือนละเกือบพัน CPC ถูกมากด้วย เจ้าของภูมิใจกับตัวเลขนี้มาก แต่พอผมถามว่าเดือนนั้นมีคนทัก LINE เข้ามากี่คน คำตอบคือ ‘ไม่ถึงสามสิบ’ นั่นแหละคือปัญหา

ยอดคลิกกับยอดคนทักเป็นคนละเรื่องกันเลย และรากของมันเริ่มตั้งแต่ตอนเลือกคีย์เวิร์ดใน Keyword Planner นี่แหละ เพราะเครื่องมือนี้โชว์ปริมาณค้นหากับราคาประมูลให้เห็นชัด แต่มันไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าคนที่พิมพ์คำนั้น ‘พร้อมจ่ายเงินแค่ไหน’ ซึ่งคือสิ่งที่คุณต้องอ่านให้ออกเอง

บทความนี้ผมจะเล่าวิธีที่ผมใช้จริงในการอ่าน Keyword Planner แบบไม่หลงกับตัวเลขปริมาณ แล้วคัดคำที่พาคนพร้อมคุยเข้ามาในแชท ไม่ใช่แค่คนที่กดเข้ามาดูแล้วปิดหน้าไป

กับดักแรก: หลงยอดค้นหาเยอะ กับ CPC ถูก

สิ่งแรกที่คนเปิด Keyword Planner แล้วมองคือคอลัมน์ ‘ปริมาณการค้นหาต่อเดือน’ ยิ่งเยอะยิ่งน่าตื่นเต้น แล้วถ้าบวกกับ CPC ที่ถูกด้วย ก็เหมือนเจอขุมทอง แต่นี่คือกับดักที่ทำให้งบละลายไปกับคนที่ไม่มีวันทัก

เหตุผลง่ายมาก คำที่ค้นเยอะมักเป็นคำกว้าง และคำกว้างมักเป็นคำของคนที่ ‘เพิ่งเริ่มสนใจ’ ไม่ใช่คนที่จะจ่ายวันนี้ คนพิมพ์ ‘ป้ายไวนิล’ อาจกำลังทำรายงานส่งอาจารย์ อาจแค่อยากรู้ว่ามันคืออะไร ส่วนคนพิมพ์ ‘รับทำป้ายไวนิลด่วน ราคา’ คือคนที่มีงานอยู่ในมือแล้วและกำลังหาคนทำ

CPC ถูกก็หลอกได้เหมือนกัน คำที่คู่แข่งไม่ประมูลแพงมักเป็นคำที่คนอื่นเขาลองแล้วรู้ว่าไม่เวิร์ก ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้ม มันอาจแปลว่าคนอื่นเลิกเล่นคำนี้ไปแล้วเพราะมันไม่ได้ยอด สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือ ‘ต้นทุนต่อคนที่ทัก LINE’ ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก

แยกคีย์เวิร์ดเป็นสามชั้นตามความตั้งใจ

วิธีที่ผมใช้คือไม่มองคำเป็นก้อนเดียว แต่จับมันแยกเป็นสามชั้นตามระยะห่างจากการจ่ายเงิน พอแบ่งแบบนี้ปุ๊บ คุณจะเห็นเลยว่าควรเทงบไปทางไหนก่อนเวลาที่งบมีจำกัด

ชั้นตัวอย่างคำคนกลุ่มนี้อยู่จุดไหนควรทำอะไร
ใกล้จ่ายราคา, รับทำ, สั่ง, จอง, ด่วน, ใกล้ฉันมีงาน/มีของในใจแล้ว หาคนปิดเทงบก่อน ตั้ง LINE เป็นปลายทาง
กำลังเลือกยี่ห้อไหนดี, เทียบ, รีวิว, ข้อดีข้อเสียยังชั่งใจอยู่ ต้องการความมั่นใจให้หลักฐาน ค่อย ๆ ดึงเข้าแชท
เพิ่งสนใจคืออะไร, วิธี, ทำเอง, ราคาถูกที่สุดหาความรู้ ยังไม่พร้อมจ่ายงบน้อยพอ ปูทางระยะยาว

อ่านสัญญาณในตัวคำ: คำไหนแฝง ‘ความพร้อมจ่าย’

หลังแบ่งชั้นแล้ว มาดูรายละเอียดในตัวคำ เพราะบางคำหน้าตาคล้ายกันแต่ใจคนละเรื่อง ตรงนี้คือจุดที่ประสบการณ์ช่วยได้มากกว่าตัวเลขในเครื่องมือ

คำที่มี ‘ราคา’ ต่อท้ายเกือบทุกครั้งคือคนใกล้ตัดสินใจ เขายอมพิมพ์คำว่าราคาแปลว่าเขาข้ามขั้น ‘แค่ดูเล่น’ มาแล้ว เรื่องนี้ผมเขียนละเอียดไว้ในบทที่ว่าด้วย Search Intent ระหว่างคำว่าราคากับซื้อที่ไหน ลองอ่านต่อได้ ส่วนคำที่มี ‘ด่วน’ ‘วันนี้’ ‘ใกล้ฉัน’ คือคนที่มีความเร่ง คนกลุ่มนี้ทักไวและปิดไว ถ้าแอดมินตอบทัน

ในทางกลับกัน คำที่มี ‘ฟรี’ ‘ทำเอง’ ‘ราคาถูกที่สุด’ ให้ระวัง คนพิมพ์ ‘ราคาถูกที่สุด’ ฟังดูเหมือนพร้อมซื้อ แต่จริง ๆ เขาไวต่อราค ามาก ทักมาก็ต่อราคายับ ปิดยาก และมักหายไปหาเจ้าที่ถูกกว่า ผมไม่ได้บอกให้ตัดทิ้ง แต่ให้รู้ว่ากำลังซื้อคนแบบไหนเข้ามา จะได้เตรียมสคริปต์ให้ถูก

อย่าลืม Negative Keyword — มันช่วยได้พอกับการเลือกคำดี ๆ

หลายคนโฟกัสแต่ว่าจะเลือกคำไหนเข้า แต่ลืมว่าจะกันคำไหนออก ทั้งที่การใส่ Negative Keyword ดี ๆ ช่วยลดคนทักขยะได้เยอะมาก และคนทักขยะนี่แหละที่กินเวลาแอดมินจนไม่มีเวลาดูแลคนที่พร้อมซื้อจริง

ตัวอย่างจริงจากร้านป้ายไวนิลเจ้านั้น พอเราใส่คำว่า ‘ทำเอง’ ‘วิธีทำ’ ‘โปรแกรม’ ‘ราคาถูก’ เป็น Negative ปรากฏว่ายอดคลิกลดลงจริง แต่จำนวนคนที่ทักเข้ามาแล้ว ‘มีงานจริง’ กลับเพิ่มขึ้น เพราะงบไม่รั่วไปกับคนที่แค่หาข้อมูล ประเด็นเรื่องคลิกเยอะแต่ทักน้อยนี้ ผมแยกไปเล่าเต็ม ๆ ใน บทว่าด้วยรอยรั่วระหว่างคลิกกับการทัก

วิธีหา Negative ที่ง่ายที่สุดคือดูรายงาน Search Terms ทุกสัปดาห์ว่าคนพิมพ์อะไรจริง ๆ ก่อนจะคลิกโฆษณาเรา คุณจะเจอคำแปลก ๆ ที่ไม่เกี่ยวเลยเต็มไปหมด เก็บกวาดมันออกเรื่อย ๆ แล้วต้นทุนต่อคนทักจะค่อย ๆ ลดลงเอง

ปิดวงจร: วัดกลับว่าคำไหนได้ยอดขายจริง

ทั้งหมดข้างบนคือการ ‘เดาให้แม่นขึ้น’ ตอนเลือกคำ แต่การเดาต่อให้แม่นแค่ไหนก็ยังเป็นการเดา วิธีเดียวที่จะรู้ว่าคำไหนดีจริงคือวัดกลับจนถึงยอดขายในแชท ไม่ใช่หยุดที่ยอดทัก เพราะบางคำได้คนทักเยอะแต่ปิดไม่ได้เลย

ถ้าคุณผูกได้ว่าคนที่ปิดการขายในแชทมาจากคีย์เวิร์ดไหน คุณจะเลิกเถียงกับทีมด้วยความรู้สึก แล้วเริ่มตัดคำที่ได้แต่คนถามเล่นทิ้ง เทงบไปที่คำที่ทำเงินจริง เรื่องการทำรายงานให้เห็นถึงยอดขายผมเล่าไว้ใน บทว่าด้วย Performance Report และถ้าอยากวางงบจากต้นทุนต่อการปิดจริง ลองดู การวางแผนงบจาก Cost per Purchase ต่อได้

สรุป

การเลือกคีย์เวิร์ดที่ดีไม่ได้เริ่มที่ตัวเลขปริมาณค้นหา แต่เริ่มที่การอ่านใจคนที่พิมพ์คำนั้นว่าเขาอยู่ห่างจากการจ่ายเงินแค่ไหน แบ่งคำเป็นสามชั้น เทงบไปที่คนใกล้จ่ายก่อน แล้วใช้ Negative Keyword กันคนที่แค่หาข้อมูลออกไป

แต่ที่สำคัญที่สุดคืออย่าหยุดวัดแค่ยอดคลิกหรือยอดทัก ให้ตามกลับไปถึงยอดขายในแชทว่าคำไหนทำเงินจริง เพราะนั่นคือข้อมูลเดียวที่ทำให้คุณเลิกเดาแล้วเทงบได้อย่างมั่นใจ

  • อย่าหลงยอดค้นหาเยอะกับ CPC ถูก — ดูความตั้งใจซื้อในตัวคำ
  • แบ่งคำสามชั้น: ใกล้จ่าย / กำลังเลือก / เพิ่งสนใจ แล้วเทงบตามลำดับ
  • Negative Keyword และการวัดกลับถึงยอดขายสำคัญพอกับการเลือกคำดี ๆ

คำถามที่พบบ่อย

Keyword Planner บอกยอดค้นหาเป็นช่วงกว้าง ๆ เชื่อได้แค่ไหน

ใช้เป็นแนวทางเทียบระหว่างคำได้ แต่อย่ายึดเป็นตัวเลขเป๊ะ ยิ่งบัญชียังไม่มีประวัติใช้เงิน ตัวเลขจะยิ่งกว้าง สิ่งที่เชื่อได้กว่าคือข้อมูลจริงหลังยิงไปสักพัก ว่าคำไหนได้คนทักและปิดได้จริง

ควรเริ่มด้วยคำกว้างหรือคำเจาะจงดีกว่ากัน

ถ้างบจำกัดและอยากเห็นยอดเร็ว เริ่มด้วยคำเจาะจงที่บอกความตั้งใจซื้อก่อน เช่นคำที่มีราคาหรือรับทำ เพราะได้คนที่ใกล้จ่าย พอมีเงินหมุนกลับมาค่อยขยับไปเล่นคำกว้างเพื่อดักคนตั้งแต่ต้นทาง

CPC ถูกมากผิดปกติ ควรรีบคว้าไว้ไหม

อย่าเพิ่งดีใจ คำที่ถูกผิดปกติมักเป็นคำที่คนอื่นลองแล้วรู้ว่าไม่ได้ยอดเลยเลิกประมูล ลองยิงทดสอบด้วยงบน้อยก่อน แล้วดูว่าได้คนทักที่มีคุณภาพไหม ถ้าได้แต่คนถามเล่นก็ไม่คุ้มถึงจะถูก

จับคู่คีย์เวิร์ดแบบ Broad Match ยังใช้ได้อยู่ไหม

ใช้ได้ถ้าคุมด้วย Negative Keyword และดูรายงาน Search Terms สม่ำเสมอ Broad ช่วยให้เจอคำใหม่ที่คิดไม่ถึง แต่ถ้าปล่อยไม่ดู มันจะพาคนที่ไม่เกี่ยวเข้ามาเผางบ ควรเริ่มจากแมตช์ที่แคบกว่าถ้ายังใหม่

ควรรีวิว Search Terms บ่อยแค่ไหน

ช่วงเริ่มยิงใหม่ควรดูทุกสองสามวัน เพราะเป็นช่วงที่คำแปลก ๆ โผล่มาเยอะ พอระบบนิ่งแล้วปรับเป็นสัปดาห์ละครั้งก็พอ ทุกครั้งที่ดูให้เก็บคำที่ไม่เกี่ยวเป็น Negative ทันที ต้นทุนต่อคนทักจะค่อย ๆ ดีขึ้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง