คำนวณ ROI และต้นทุนต่อออเดอร์ของแคมเปญที่ปิดใน LINE
การคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์ กำไรขั้นต้น และ ROI ของแคมเปญที่ปิดการขายผ่าน LINE สำหรับทีมการเงินและผู้บริหาร

ดันความเร็ว Pipeline การขายให้ Lead ไม่ค้างอยู่กลางทางนานเกินไป
Lead ที่เข้ามาเยอะแต่ค้างอยู่ในขั้นตอนต่าง ๆ นานหลายสัปดาห์ ทำให้เงินที่ควรได้จากการขายไหลเข้าช้ากว่าที่ควร Pipeline Velocity คือตัวเลขที่ช่วยจับปัญหานี้ก่อนที่จะกระทบยอดขายทั้งไตรมาส

ทราฟฟิกเข้าร้านทุกวันแต่ปิดการขายไม่ได้สักที ปัญหาอยู่ที่ LTV CAC Ratio หรือเปล่า
ร้านที่มีคนทักเข้ามาทุกวันแต่กำไรไม่โต มักไม่ได้มีปัญหาที่ยอด Lead แต่มีปัญหาที่สัดส่วน LTV CAC Ratio ที่ไม่เคยถูกคำนวณเลยตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ

จ่ายค่าแอดหาลูกค้าใหม่ 900 บาทต่อคน กว่าจะคืนทุนต้องรอกี่เดือนกันแน่
รู้แค่ว่าค่าโฆษณาต่อลูกค้าหนึ่งคนเท่าไหร่ยังไม่พอ เพราะถ้าไม่รู้ว่าต้องรอกี่เดือนกว่าจะได้เงินก้อนนั้นคืน ธุรกิจอาจขาดสภาพคล่องโดยไม่รู้ตัว CAC Payback Period คือคำตอบของคำถามนี้

ยิงแอดเข้า LINE ทั้งเดือน แล้วยอดขายจริงมาจากช่องไหนกันแน่
หลายธุรกิจยิงแอดเข้า LINE พร้อมกันหลายแคมเปญ แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับตอบไม่ได้ว่ายอดขายจริงมาจากช่องไหน MER คือตัวเลขที่ช่วยตอบคำถามนี้แบบภาพรวม ไม่ใช่แยกทีละแคมเปญ

เพิ่ม Lead ได้ทุกเดือนแต่ยอดปิดนิ่งอยู่ที่เดิม ต้องกลับไปดู Marketing Efficiency Ratio
Lead เข้าเยอะขึ้น แต่ยอดขายจริงไม่ขยับตาม เป็นสัญญาณว่าต้องหยุดดูแค่จำนวน Lead แล้วกลับมาดู Marketing Efficiency Ratio ที่มองภาพรวมงบการตลาดทั้งก้อนแทน

Blended ROAS เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และตอนไหนที่ยังไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจ
แต่ละแพลตฟอร์มโฆษณารายงาน ROAS ของตัวเองสูงจนบวกกันแล้วเกินยอดขายจริง Blended ROAS ช่วยตัดปัญหานี้ แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ควรเริ่มดูตัวเลขนี้ตั้งแต่วันแรก

ทำไมยอดขายที่ปิดได้จริงในแต่ละเดือนไม่เท่ากับตัวเลขที่แพลตฟอร์มโฆษณารายงาน
ผู้บริหารหลายคนเปิดรายงาน Ads Manager แล้วเห็นตัวเลข Conversion ที่ดูดี แต่พอเทียบกับยอดโอนเข้าบัญชีจริงกลับไม่ตรงกันเสมอ revenue attribution platform คือคำตอบของช่องว่างนี้ ถ้าเข้าใจว่าทำไมตัวเลขสองชุดถึงต่างกันได้ตั้งแต่ต้น

ธุรกิจขนาดเล็กที่ออเดอร์ยังไม่ถึงหลักร้อยต่อเดือน ควรเริ่มดู Marginal ROAS เมื่อไหร่
ROAS เฉลี่ยที่เห็นในแดชบอร์ดบอกแค่ผลรวม แต่ Marginal ROAS บอกว่าเงินบาทถัดไปที่จะเพิ่มงบ จะได้ผลตอบแทนเท่าเดิมหรือลดลง บทความนี้อธิบายหลักการและชี้ว่าธุรกิจแบบไหนควรเริ่มใช้แนวคิดนี้ แบบไหนยังไม่จำเป็น

พนักงานขายปิดยอดได้ทุกเดือน แต่ทีมมาร์เก็ตติ้งไม่เคยรู้ว่าช่วยตรงไหนบ้าง
Marketing Sourced Revenue คือยอดขายที่เกิดขึ้นจากดีลที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามด้านการตลาด ไม่ใช่จากลูกค้าที่เดินเข้ามาเองหรือทีมขายหาเองทั้งหมด

จำนวนแชทเข้าเท่าเดิมทุกเดือน แต่ทำไมยอดขายกลับสวนทางกัน
Revenue per Lead คือรายได้เฉลี่ยที่แต่ละ Lead สร้างให้ธุรกิจ ช่วยอธิบายว่าทำไมจำนวน Lead เท่าเดิมแต่ยอดขายเปลี่ยนไป เพราะคุณภาพของ Lead ไม่ได้คงที่เสมอไป

Cost per Opportunity: ตัวเลขที่บอกว่าจ่ายค่าแอดคุ้มจริงหรือแค่ได้แชทเยอะ
Cost per Opportunity คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโอกาสขายหนึ่งดีลที่เปิดขึ้นจริง ต่างจาก Cost per Lead ตรงที่นับเฉพาะดีลที่มีโอกาสปิดจริง ไม่ใช่แค่จำนวนคนทัก

ค่าแอดคอร์สเรียนที่จ่ายไป เทียบกับ Lead ที่ได้จริงคุ้มไหม
ธุรกิจคอร์สเรียนมักตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบโฆษณาจากความรู้สึกมากกว่าตัวเลข บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณ Cost per Lead และ Cost per Sale ให้เห็นว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มค่าจริงหรือไม่