← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

เชนร้านอาหารที่ยิงแอดกว้างจนขาดทุนทุกเดือน: เคสหดขอบเขตเป้าหมายจนพลิกเป็นกำไร

02 ส.ค. 04:15 · อ่าน 1 นาที
เชนร้านอาหารที่ยิงแอดกว้างจนขาดทุนทุกเดือน: เคสหดขอบเขตเป้าหมายจนพลิกเป็นกำไร

สรุปสั้น ๆ

เชนร้านอาหารในเคสตัวอย่างนี้เชื่อว่ายิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดจะได้ยอดขายเยอะที่สุด แต่ผลคือต้นทุนต่อออเดอร์สูงจนขาดทุน เมื่อลองหดขอบเขตเป้าหมายให้แคบลงตามระยะทางและพฤติกรรมจริงของลูกค้าที่เคยสั่ง แคมเปญที่เคยขาดทุนกลับพลิกเป็นกำไรภายในไม่กี่สัปดาห์

สมมติเชนร้านอาหาร ‘ครัวคุณยายสาขาเดลิเวอรี’ มีห้าสาขาในตัวเมือง ตั้งงบโฆษณาก้อนใหญ่ยิงครอบคลุมทั้งจังหวัดเพื่อหวังให้คนรู้จักแบรนด์เยอะที่สุด แนวคิดตอนนั้นคือ ‘ยิ่งเข้าถึงคนเยอะ ยิ่งมีโอกาสขายเยอะ’ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล

แต่พอเก็บตัวเลขไปสามเดือน กลับพบว่าต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรต่อจานที่ขายได้ พูดง่าย ๆ คือยิ่งขายยิ่งขาดทุน ทีมการตลาดเริ่มคิดว่าตลาดอาหารเดลิเวอรีแข่งขันสูงเกินไปแล้ว จนเกือบตัดสินใจลดงบโฆษณาลงทั้งหมด

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเคสตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดเรื่องการจำกัดขอบเขตเป้าหมาย ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลสำรวจจริง

ข้อมูลตอนยิงกว้างทั้งจังหวัด

รัศมีจากสาขาสัดส่วนงบที่ใช้ต้นทุนต่อออเดอร์กำไรต่อจานเฉลี่ย
0-3 กม.20%38 บาท45 บาท
3-8 กม.35%72 บาท45 บาท
8-15 กม.30%145 บาท45 บาท
15 กม. ขึ้นไป15%260 บาท45 บาท

ทำไมยิงกว้างถึงกลายเป็นขาดทุน

จากตารางจะเห็นว่ากำไรต่อจานคงที่อยู่ที่ 45 บาทไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ต้นทุนค่าแอดกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทาง เพราะคนที่อยู่ไกลมีโอกาสสั่งจริงต่ำกว่ามาก ส่วนหนึ่งเพราะค่าส่งที่แพงขึ้นทำให้ลังเลตัดสินใจนานกว่า และร้านต้องจ่ายค่าแอดเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง ๆอยู่ดี

งบ 30% ที่ยิงไปในรัศมี 8-15 กม. และอีก 15% ที่ยิงไปไกลกว่า 15 กม. รวมกันคือเกือบครึ่งของงบทั้งหมด แต่ทำกำไรได้น้อยที่สุด เพราะต้นทุนต่อออเดอร์ในโซนนี้สูงกว่ากำไรต่อจานไปมาก

บทสนทนาในทีมตอนถกกันเรื่องหดขอบเขต

ตอนเสนอให้หดรัศมีการยิงแอดเหลือแค่ 8 กม. มีคนในทีมกังวลว่า ‘ถ้ายิงแคบลง คนเห็นแบรนด์น้อยลง ยอดขายรวมจะไม่ตกไปด้วยเหรอ’ ซึ่งเป็นคำถามที่สมเหตุสมผลมาก

แต่พอลองคำนวณดูจริง ๆ กำไรสุทธิที่ได้จากการยิงแคบกลับสูงกว่า แม้ยอดขายรวมจะลดลง เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนแอดที่แพงในโซนไกลอีกต่อไป ทีมจึงตัดสินใจทดลองหดขอบเขตดูก่อนหนึ่งเดือน

ขั้นตอนหดขอบเขตเป้าหมายที่ทำจริง

  1. หดรัศมีการยิงแอดของแต่ละสาขาเหลือ 5-8 กม. ตามพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าลูกค้าเก่าสั่งจริงบ่อยที่สุด
  2. ดึงข้อมูลลูกค้าที่เคยสั่งซ้ำจากแชท มาสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันแทนการยิงกว้างแบบเดิม ใช้แนวคิดคล้ายการวิเคราะห์ลูกค้าจากพฤติกรรมสั่งซื้อจริง
  3. ย้ายงบส่วนที่เคยยิงไกลเกิน 15 กม. มาเพิ่มความถี่ในโซนใกล้แทน เพื่อให้คนกลุ่มที่มีโอกาสสั่งจริงเห็นโฆษณาบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับที่เอเจนซี่อสังหาปรับสัดส่วนงบตามช่องทางที่ปิดการขายได้จริง
  4. ทดลองสี่สัปดาห์แล้ววัดกำไรสุทธิเทียบกับช่วงยิงกว้าง ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวมอย่างเดียว

ผลลัพธ์หลังหดขอบเขตสี่สัปดาห์

ยอดขายรวมลดลงจริงประมาณ 12% ตามที่ทีมกังวลไว้ แต่ต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์ลดลงเฉลี่ยกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้กำไรสุทธิรวมกลับเพิ่มขึ้นจากที่เคยติดลบ กลายเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน

บทเรียนสำคัญคือ การมองแค่ ‘ยอดขายรวม’ อาจทำให้ตัดสินใจผิด เพราะยอดขายที่มากับต้นทุนสูงเกินไป ไม่ได้แปลว่าธุรกิจแข็งแรงขึ้น การยิงแคบลงแต่แม่นขึ้นบางครั้งให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ายิงกว้างแต่เผาเงินไปกับคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง

สรุป

เคสตัวอย่างนี้ชวนให้ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ว่า ‘ยิงกว้างเท่ากับโอกาสขายมากกว่า’ เพราะในธุรกิจที่ต้นทุนต่อชิ้นคงที่ การยิงกว้างเกินไปอาจหมายถึงการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่มีวันสั่งจริง ๆ

ก่อนจะเพิ่มงบเพื่อขยายขอบเขต ลองถามตัวเองก่อนว่ากำไรสุทธิของแต่ละโซนเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ดูยอดขายรวม เพราะบางครั้งการยิงแคบลงแต่แม่นขึ้น กลับให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ามาก

  • ยิงกว้างไม่ได้แปลว่าขายได้มากขึ้นเสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นคงที่
  • ให้ดูกำไรสุทธิแยกตามโซนหรือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวม
  • ใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าที่สั่งซ้ำจริงเป็นฐานในการกำหนดขอบเขตใหม่

คำถามที่พบบ่อย

การยิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเสมอไปหรือ

ไม่เสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นทุนต่อชิ้นคงที่แต่ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าต่างกันตามระยะทางหรือกลุ่มเป้าหมาย การยิงกว้างเกินอาจทำให้ต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรที่ได้

ควรหดขอบเขตเป้าหมายแค่ไหนถึงจะพอดี

ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรดูจากข้อมูลลูกค้าเก่าว่าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางหรือกลุ่มไหนบ่อยที่สุด แล้วเริ่มจากขอบเขตนั้นก่อนค่อยขยายทีละน้อย

ถ้ายอดขายรวมลดลงหลังหดขอบเขต ควรกลับไปยิงกว้างเหมือนเดิมไหม

ควรดูกำไรสุทธิก่อนตัดสินใจ ถ้ายอดขายลดแต่กำไรเพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนต่อออเดอร์ลดลงมากกว่า นั่นคือสัญญาณที่ดี ไม่ควรกลับไปยิงกว้างแค่เพราะยอดขายรวมดูน้อยลง

ธุรกิจแบบไหนที่ไม่ควรหดขอบเขตเป้าหมายแคบเกินไป

ธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นสูงมากหรือขายสินค้าที่ลูกค้ายอมเดินทางไกลเพื่อซื้อ อาจได้ประโยชน์จากการยิงกว้างกว่าธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นบางอย่างอาหารเดลิเวอรี

จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางไหน

ดูจากที่อยู่จัดส่งในประวัติออเดอร์ย้อนหลัง หรือถ้าใช้ระบบแชทที่บันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ ก็สามารถดึงมาวิเคราะห์ได้ว่ากลุ่มที่สั่งซ้ำบ่อยอยู่ในรัศมีไหน

การหดขอบเขตเป้าหมายเกี่ยวข้องกับการวัดผล Conversion ยังไง

เมื่อยิงแคบลงและมีข้อมูลลูกค้าที่แม่นขึ้น การส่ง Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาผ่านระบบอย่าง linli ก็จะช่วยให้ระบบเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายที่ทำกำไรจริงได้เร็วขึ้นไปอีก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง