← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

เชนร้านอาหารที่ยิงแอดกว้างจนขาดทุนทุกเดือน เคสหดขอบเขตเป้าหมายจนพลิกเป็นกำไร

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:14อัปเดต 09 ก.ค. 14:14อ่าน 1 นาที
เชนร้านอาหารที่ยิงแอดกว้างจนขาดทุนทุกเดือน เคสหดขอบเขตเป้าหมายจนพลิกเป็นกำไร
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เชนร้านอาหารในเคสตัวอย่างนี้เชื่อว่ายิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดจะได้ยอดขายเยอะที่สุด แต่ผลคือต้นทุนต่อออเดอร์สูงจนขาดทุน เมื่อลองหดขอบเขตเป้าหมายให้แคบลงตามระยะทางและพฤติกรรมจริงของลูกค้าที่เคยสั่ง แคมเปญที่เคยขาดทุนกลับพลิกเป็นกำไรภายในไม่กี่สัปดาห์

สมมติเชนร้านอาหาร ‘ครัวคุณยายสาขาเดลิเวอรี’ มีห้าสาขาในตัวเมือง ตั้งงบโฆษณาก้อนใหญ่ยิงครอบคลุมทั้งจังหวัดเพื่อหวังให้คนรู้จักแบรนด์เยอะที่สุด แนวคิดตอนนั้นคือ ‘ยิ่งเข้าถึงคนเยอะ ยิ่งมีโอกาสขายเยอะ’ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล

แต่พอเก็บตัวเลขไปสามเดือน กลับพบว่าต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรต่อจานที่ขายได้ พูดง่าย ๆ คือยิ่งขายยิ่งขาดทุน ทีมการตลาดเริ่มคิดว่าตลาดอาหารเดลิเวอรีแข่งขันสูงเกินไปแล้ว จนเกือบตัดสินใจลดงบโฆษณาลงทั้งหมด

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเคสตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดเรื่องการจำกัดขอบเขตเป้าหมาย ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลสำรวจจริง

ข้อมูลตอนยิงกว้างทั้งจังหวัด

รัศมีจากสาขาสัดส่วนงบที่ใช้ต้นทุนต่อออเดอร์กำไรต่อจานเฉลี่ย
0-3 กม.20%38 บาท45 บาท
3-8 กม.35%72 บาท45 บาท
8-15 กม.30%145 บาท45 บาท
15 กม. ขึ้นไป15%260 บาท45 บาท

ทำไมยิงกว้างถึงกลายเป็นขาดทุน

จากตารางจะเห็นว่ากำไรต่อจานคงที่อยู่ที่ 45 บาทไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ต้นทุนค่าแอดกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทาง เพราะคนที่อยู่ไกลมีโอกาสสั่งจริงต่ำกว่ามาก ส่วนหนึ่งเพราะค่าส่งที่แพงขึ้นทำให้ลังเลตัดสินใจนานกว่า และร้านต้องจ่ายค่าแอดเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง ๆอยู่ดี

งบ 30% ที่ยิงไปในรัศมี 8-15 กม. และอีก 15% ที่ยิงไปไกลกว่า 15 กม. รวมกันคือเกือบครึ่งของงบทั้งหมด แต่ทำกำไรได้น้อยที่สุด เพราะต้นทุนต่อออเดอร์ในโซนนี้สูงกว่ากำไรต่อจานไปมาก

บทสนทนาในทีมตอนถกกันเรื่องหดขอบเขต

ตอนเสนอให้หดรัศมีการยิงแอดเหลือแค่ 8 กม. มีคนในทีมกังวลว่า ‘ถ้ายิงแคบลง คนเห็นแบรนด์น้อยลง ยอดขายรวมจะไม่ตกไปด้วยเหรอ’ ซึ่งเป็นคำถามที่สมเหตุสมผลมาก

แต่พอลองคำนวณดูจริง ๆ กำไรสุทธิที่ได้จากการยิงแคบกลับสูงกว่า แม้ยอดขายรวมจะลดลง เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนแอดที่แพงในโซนไกลอีกต่อไป ทีมจึงตัดสินใจทดลองหดขอบเขตดูก่อนหนึ่งเดือน

ขั้นตอนหดขอบเขตเป้าหมายที่ทำจริง

  1. หดรัศมีการยิงแอดของแต่ละสาขาเหลือ 5-8 กม. ตามพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าลูกค้าเก่าสั่งจริงบ่อยที่สุด
  2. ดึงข้อมูลลูกค้าที่เคยสั่งซ้ำจากแชท มาสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันแทนการยิงกว้างแบบเดิม ใช้แนวคิดคล้ายการวิเคราะห์ลูกค้าจากพฤติกรรมสั่งซื้อจริง
  3. ย้ายงบส่วนที่เคยยิงไกลเกิน 15 กม. มาเพิ่มความถี่ในโซนใกล้แทน เพื่อให้คนกลุ่มที่มีโอกาสสั่งจริงเห็นโฆษณาบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับที่เอเจนซี่อสังหาปรับสัดส่วนงบตามช่องทางที่ปิดการขายได้จริง
  4. ทดลองสี่สัปดาห์แล้ววัดกำไรสุทธิเทียบกับช่วงยิงกว้าง ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวมอย่างเดียว

ผลลัพธ์หลังหดขอบเขตสี่สัปดาห์

ยอดขายรวมลดลงจริงประมาณ 12% ตามที่ทีมกังวลไว้ แต่ต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์ลดลงเฉลี่ยกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้กำไรสุทธิรวมกลับเพิ่มขึ้นจากที่เคยติดลบ กลายเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน

บทเรียนสำคัญคือ การมองแค่ ‘ยอดขายรวม’ อาจทำให้ตัดสินใจผิด เพราะยอดขายที่มากับต้นทุนสูงเกินไป ไม่ได้แปลว่าธุรกิจแข็งแรงขึ้น การยิงแคบลงแต่แม่นขึ้นบางครั้งให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ายิงกว้างแต่เผาเงินไปกับคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง

สรุป

เคสตัวอย่างนี้ชวนให้ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ว่า ‘ยิงกว้างเท่ากับโอกาสขายมากกว่า’ เพราะในธุรกิจที่ต้นทุนต่อชิ้นคงที่ การยิงกว้างเกินไปอาจหมายถึงการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่มีวันสั่งจริง ๆ

ก่อนจะเพิ่มงบเพื่อขยายขอบเขต ลองถามตัวเองก่อนว่ากำไรสุทธิของแต่ละโซนเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ดูยอดขายรวม เพราะบางครั้งการยิงแคบลงแต่แม่นขึ้น กลับให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ามาก

  • ยิงกว้างไม่ได้แปลว่าขายได้มากขึ้นเสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นคงที่
  • ให้ดูกำไรสุทธิแยกตามโซนหรือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวม
  • ใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าที่สั่งซ้ำจริงเป็นฐานในการกำหนดขอบเขตใหม่

คำถามที่พบบ่อย

การยิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเสมอไปหรือ

ไม่เสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นทุนต่อชิ้นคงที่แต่ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าต่างกันตามระยะทางหรือกลุ่มเป้าหมาย การยิงกว้างเกินอาจทำให้ต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรที่ได้

ควรหดขอบเขตเป้าหมายแค่ไหนถึงจะพอดี

ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรดูจากข้อมูลลูกค้าเก่าว่าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางหรือกลุ่มไหนบ่อยที่สุด แล้วเริ่มจากขอบเขตนั้นก่อนค่อยขยายทีละน้อย

ถ้ายอดขายรวมลดลงหลังหดขอบเขต ควรกลับไปยิงกว้างเหมือนเดิมไหม

ควรดูกำไรสุทธิก่อนตัดสินใจ ถ้ายอดขายลดแต่กำไรเพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนต่อออเดอร์ลดลงมากกว่า นั่นคือสัญญาณที่ดี ไม่ควรกลับไปยิงกว้างแค่เพราะยอดขายรวมดูน้อยลง

ธุรกิจแบบไหนที่ไม่ควรหดขอบเขตเป้าหมายแคบเกินไป

ธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นสูงมากหรือขายสินค้าที่ลูกค้ายอมเดินทางไกลเพื่อซื้อ อาจได้ประโยชน์จากการยิงกว้างกว่าธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นบางอย่างอาหารเดลิเวอรี

จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางไหน

ดูจากที่อยู่จัดส่งในประวัติออเดอร์ย้อนหลัง หรือถ้าใช้ระบบแชทที่บันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ ก็สามารถดึงมาวิเคราะห์ได้ว่ากลุ่มที่สั่งซ้ำบ่อยอยู่ในรัศมีไหน

การหดขอบเขตเป้าหมายเกี่ยวข้องกับการวัดผล Conversion ยังไง

เมื่อยิงแคบลงและมีข้อมูลลูกค้าที่แม่นขึ้น การส่ง Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาผ่านระบบอย่าง linli ก็จะช่วยให้ระบบเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายที่ทำกำไรจริงได้เร็วขึ้นไปอีก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอเจนซี่อสังหาที่พึ่งช่องทางเดียวจนเจ๊งเมื่อมันหยุดทำงาน เคสกระจายความเสี่ยงพร้อมวัดผลแยกที่มา

เอเจนซี่อสังหาที่พึ่งช่องทางเดียวจนเจ๊งเมื่อมันหยุดทำงาน เคสกระจายความเสี่ยงพร้อมวัดผลแยกที่มา

เอเจนซี่อสังหาสมมติที่พึ่งพาโฆษณาช่องทางเดียวมานาน จนวันที่ช่องทางนั้นมีปัญหาชั่วคราว ยอดลีดหายไปเกือบหมดทันที เคสตัวอย่างการกระจายความเสี่ยงพร้อมวัดผลแยกที่มา
แบรนด์บิวตี้ที่คนกดโฆษณาเยอะแต่หายเงียบก่อนแชทจะเริ่มด้วยซ้ำ เคสอุดรอยรั่วช่วง 'คลิกแล้วเงียบ'

แบรนด์บิวตี้ที่คนกดโฆษณาเยอะแต่หายเงียบก่อนแชทจะเริ่มด้วยซ้ำ เคสอุดรอยรั่วช่วง 'คลิกแล้วเงียบ'

แบรนด์สกินแคร์สมมติที่คนกดโฆษณาเข้ามาจำนวนมาก แต่มีคนเริ่มทักแชทจริงน้อยมาก จนพบว่าปัญหาซ่อนอยู่ในช่วงสั้น ๆ ระหว่างคลิกกับการเปิดแชท
แคมเปญคอร์สออนไลน์ที่ดูเหมือน 'ตาย' ในหน้ารายงานแอด ทั้งที่จริงปิดยอดในแชทเงียบ ๆ ทุกวัน

แคมเปญคอร์สออนไลน์ที่ดูเหมือน 'ตาย' ในหน้ารายงานแอด ทั้งที่จริงปิดยอดในแชทเงียบ ๆ ทุกวัน

ผู้ขายคอร์สออนไลน์สมมติที่เกือบปิดแคมเปญเพราะหน้ารายงานฟ้องว่า Conversion เป็นศูนย์ ทั้งที่จริงมีคนปิดยอดในแชททุกวัน เพียงแต่ระบบไม่เคยเห็น