เชนร้านอาหารที่ยิงแอดกว้างจนขาดทุนทุกเดือน: เคสหดขอบเขตเป้าหมายจนพลิกเป็นกำไร
สรุปสั้น ๆ
เชนร้านอาหารในเคสตัวอย่างนี้เชื่อว่ายิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดจะได้ยอดขายเยอะที่สุด แต่ผลคือต้นทุนต่อออเดอร์สูงจนขาดทุน เมื่อลองหดขอบเขตเป้าหมายให้แคบลงตามระยะทางและพฤติกรรมจริงของลูกค้าที่เคยสั่ง แคมเปญที่เคยขาดทุนกลับพลิกเป็นกำไรภายในไม่กี่สัปดาห์
สมมติเชนร้านอาหาร ‘ครัวคุณยายสาขาเดลิเวอรี’ มีห้าสาขาในตัวเมือง ตั้งงบโฆษณาก้อนใหญ่ยิงครอบคลุมทั้งจังหวัดเพื่อหวังให้คนรู้จักแบรนด์เยอะที่สุด แนวคิดตอนนั้นคือ ‘ยิ่งเข้าถึงคนเยอะ ยิ่งมีโอกาสขายเยอะ’ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล
แต่พอเก็บตัวเลขไปสามเดือน กลับพบว่าต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรต่อจานที่ขายได้ พูดง่าย ๆ คือยิ่งขายยิ่งขาดทุน ทีมการตลาดเริ่มคิดว่าตลาดอาหารเดลิเวอรีแข่งขันสูงเกินไปแล้ว จนเกือบตัดสินใจลดงบโฆษณาลงทั้งหมด
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเคสตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดเรื่องการจำกัดขอบเขตเป้าหมาย ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลสำรวจจริง
ข้อมูลตอนยิงกว้างทั้งจังหวัด
| รัศมีจากสาขา | สัดส่วนงบที่ใช้ | ต้นทุนต่อออเดอร์ | กำไรต่อจานเฉลี่ย |
|---|---|---|---|
| 0-3 กม. | 20% | 38 บาท | 45 บาท |
| 3-8 กม. | 35% | 72 บาท | 45 บาท |
| 8-15 กม. | 30% | 145 บาท | 45 บาท |
| 15 กม. ขึ้นไป | 15% | 260 บาท | 45 บาท |
ทำไมยิงกว้างถึงกลายเป็นขาดทุน
จากตารางจะเห็นว่ากำไรต่อจานคงที่อยู่ที่ 45 บาทไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ต้นทุนค่าแอดกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทาง เพราะคนที่อยู่ไกลมีโอกาสสั่งจริงต่ำกว่ามาก ส่วนหนึ่งเพราะค่าส่งที่แพงขึ้นทำให้ลังเลตัดสินใจนานกว่า และร้านต้องจ่ายค่าแอดเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง ๆอยู่ดี
งบ 30% ที่ยิงไปในรัศมี 8-15 กม. และอีก 15% ที่ยิงไปไกลกว่า 15 กม. รวมกันคือเกือบครึ่งของงบทั้งหมด แต่ทำกำไรได้น้อยที่สุด เพราะต้นทุนต่อออเดอร์ในโซนนี้สูงกว่ากำไรต่อจานไปมาก
บทสนทนาในทีมตอนถกกันเรื่องหดขอบเขต
ตอนเสนอให้หดรัศมีการยิงแอดเหลือแค่ 8 กม. มีคนในทีมกังวลว่า ‘ถ้ายิงแคบลง คนเห็นแบรนด์น้อยลง ยอดขายรวมจะไม่ตกไปด้วยเหรอ’ ซึ่งเป็นคำถามที่สมเหตุสมผลมาก
แต่พอลองคำนวณดูจริง ๆ กำไรสุทธิที่ได้จากการยิงแคบกลับสูงกว่า แม้ยอดขายรวมจะลดลง เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนแอดที่แพงในโซนไกลอีกต่อไป ทีมจึงตัดสินใจทดลองหดขอบเขตดูก่อนหนึ่งเดือน
ขั้นตอนหดขอบเขตเป้าหมายที่ทำจริง
- หดรัศมีการยิงแอดของแต่ละสาขาเหลือ 5-8 กม. ตามพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าลูกค้าเก่าสั่งจริงบ่อยที่สุด
- ดึงข้อมูลลูกค้าที่เคยสั่งซ้ำจากแชท มาสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันแทนการยิงกว้างแบบเดิม ใช้แนวคิดคล้ายการวิเคราะห์ลูกค้าจากพฤติกรรมสั่งซื้อจริง
- ย้ายงบส่วนที่เคยยิงไกลเกิน 15 กม. มาเพิ่มความถี่ในโซนใกล้แทน เพื่อให้คนกลุ่มที่มีโอกาสสั่งจริงเห็นโฆษณาบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับที่เอเจนซี่อสังหาปรับสัดส่วนงบตามช่องทางที่ปิดการขายได้จริง
- ทดลองสี่สัปดาห์แล้ววัดกำไรสุทธิเทียบกับช่วงยิงกว้าง ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวมอย่างเดียว
ผลลัพธ์หลังหดขอบเขตสี่สัปดาห์
ยอดขายรวมลดลงจริงประมาณ 12% ตามที่ทีมกังวลไว้ แต่ต้นทุนค่าแอดต่อออเดอร์ลดลงเฉลี่ยกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้กำไรสุทธิรวมกลับเพิ่มขึ้นจากที่เคยติดลบ กลายเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน
บทเรียนสำคัญคือ การมองแค่ ‘ยอดขายรวม’ อาจทำให้ตัดสินใจผิด เพราะยอดขายที่มากับต้นทุนสูงเกินไป ไม่ได้แปลว่าธุรกิจแข็งแรงขึ้น การยิงแคบลงแต่แม่นขึ้นบางครั้งให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ายิงกว้างแต่เผาเงินไปกับคนที่ไม่ได้อยากสั่งจริง
สรุป
เคสตัวอย่างนี้ชวนให้ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ว่า ‘ยิงกว้างเท่ากับโอกาสขายมากกว่า’ เพราะในธุรกิจที่ต้นทุนต่อชิ้นคงที่ การยิงกว้างเกินไปอาจหมายถึงการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงคนที่ไม่มีวันสั่งจริง ๆ
ก่อนจะเพิ่มงบเพื่อขยายขอบเขต ลองถามตัวเองก่อนว่ากำไรสุทธิของแต่ละโซนเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ดูยอดขายรวม เพราะบางครั้งการยิงแคบลงแต่แม่นขึ้น กลับให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ามาก
- ยิงกว้างไม่ได้แปลว่าขายได้มากขึ้นเสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นคงที่
- ให้ดูกำไรสุทธิแยกตามโซนหรือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวม
- ใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าที่สั่งซ้ำจริงเป็นฐานในการกำหนดขอบเขตใหม่
คำถามที่พบบ่อย
การยิงแอดให้ครอบคลุมคนเยอะที่สุดไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเสมอไปหรือ
ไม่เสมอไป โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นทุนต่อชิ้นคงที่แต่ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าต่างกันตามระยะทางหรือกลุ่มเป้าหมาย การยิงกว้างเกินอาจทำให้ต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรที่ได้
ควรหดขอบเขตเป้าหมายแค่ไหนถึงจะพอดี
ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรดูจากข้อมูลลูกค้าเก่าว่าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางหรือกลุ่มไหนบ่อยที่สุด แล้วเริ่มจากขอบเขตนั้นก่อนค่อยขยายทีละน้อย
ถ้ายอดขายรวมลดลงหลังหดขอบเขต ควรกลับไปยิงกว้างเหมือนเดิมไหม
ควรดูกำไรสุทธิก่อนตัดสินใจ ถ้ายอดขายลดแต่กำไรเพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนต่อออเดอร์ลดลงมากกว่า นั่นคือสัญญาณที่ดี ไม่ควรกลับไปยิงกว้างแค่เพราะยอดขายรวมดูน้อยลง
ธุรกิจแบบไหนที่ไม่ควรหดขอบเขตเป้าหมายแคบเกินไป
ธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นสูงมากหรือขายสินค้าที่ลูกค้ายอมเดินทางไกลเพื่อซื้อ อาจได้ประโยชน์จากการยิงกว้างกว่าธุรกิจที่กำไรต่อชิ้นบางอย่างอาหารเดลิเวอรี
จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าส่วนใหญ่สั่งจากระยะทางไหน
ดูจากที่อยู่จัดส่งในประวัติออเดอร์ย้อนหลัง หรือถ้าใช้ระบบแชทที่บันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ ก็สามารถดึงมาวิเคราะห์ได้ว่ากลุ่มที่สั่งซ้ำบ่อยอยู่ในรัศมีไหน
การหดขอบเขตเป้าหมายเกี่ยวข้องกับการวัดผล Conversion ยังไง
เมื่อยิงแคบลงและมีข้อมูลลูกค้าที่แม่นขึ้น การส่ง Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาผ่านระบบอย่าง linli ก็จะช่วยให้ระบบเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายที่ทำกำไรจริงได้เร็วขึ้นไปอีก
บทความที่เกี่ยวข้อง


