แบรนด์บิวตี้ที่คนกดโฆษณาเยอะแต่หายเงียบก่อนแชทจะเริ่มด้วยซ้ำ: เคสอุดรอยรั่วช่วง ‘คลิกแล้วเงียบ’
สรุปสั้น ๆ
แบรนด์ในเคสตัวอย่างนี้พบว่าคนกดโฆษณาเยอะมาก แต่มีคนทักแชทจริงน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวแชทเลย แต่อยู่ที่ช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างกดโฆษณากับการเปิดแอปแชท ซึ่งมีขั้นตอนที่ทำให้คนเปลี่ยนใจก่อนจะได้เริ่มคุยด้วยซ้ำ
สมมติแบรนด์ ‘กลีบบัวสกินแคร์’ ยิงแอดวิดีโอสั้นโปรโมทเซรั่มตัวใหม่ ยอดคนกดปุ่ม ‘ส่งข้อความ’ ใต้โฆษณาสูงถึงวันละกว่า 400 ครั้ง แต่พอเข้าไปดูในระบบแชทจริง กลับมีคนเริ่มทักข้อความแรกเข้ามาไม่ถึง 150 คนต่อวัน
ตัวเลขนี้แปลว่ามีคนมากกว่าครึ่งที่ตั้งใจจะทักแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้ทักจริง ทีมการตลาดตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องปกติของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ ‘เปลี่ยนใจง่าย’ แต่พอลองไล่ดูขั้นตอนจริงตั้งแต่กดโฆษณาจนถึงเปิดแชท กลับพบจุดรั่วที่ไม่มีใครเคยสังเกตมาก่อน
เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเคสตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิด ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลสำรวจจริง
ช่องว่างระหว่างกดโฆษณากับเริ่มทักจริง
จากคนกดปุ่ม ‘ส่งข้อความ’ ใต้โฆษณาประมาณ 400 คนต่อวัน มีเพียงประมาณ 145 คนที่เปิดแอปแชทแล้วพิมพ์ข้อความแรกจริง ๆ คิดเป็นเพียง 36% ของคนที่ตั้งใจจะทัก ส่วนที่เหลือกว่า 60% หายไปในระหว่างทางโดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตัวเลขนี้ต่างจากปัญหาที่ทีมเคยเจอมาก่อน เพราะปกติปัญหาการเงียบหายมักเกิด ‘หลังจาก’ เริ่มคุยกันแล้ว แต่เคสนี้คนหายไปตั้งแต่ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างคลิกกับแชทที่มักถูกมองข้าม
สิ่งที่พบตอนลองทำตัวเป็นลูกค้าไล่คลิกดูเอง
ทีมงานลองกดปุ่ม ‘ส่งข้อความ’ จากโฆษณาด้วยตัวเองหลายรอบ แล้วพบว่าแอปแชทใช้เวลาโหลดค่อนข้างนานในบางเครื่อง บางครั้งกดแล้วเด้งไปหน้าเปล่า ๆ ที่ไม่มีข้อความต้อนรับใด ๆ ทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยไม่รู้ว่าต้องพิมพ์อะไรต่อ
อีกจุดที่พบคือ ข้อความต้อนรับอัตโนมัติ (ถ้ามี) เขียนด้วยประโยคทางการเกินไปแบบ ‘สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่กลีบบัวสกินแคร์ กรุณาสอบถามได้ตามสะดวก’ ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งเห็นในวิดีโอโฆษณาเลย ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกจากบริบทที่กำลังสนใจอยู่
จุดรั่วที่พบระหว่างคลิกกับเริ่มแชท
- หน้าแชทโหลดช้าในมือถือรุ่นเก่าหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี ทำให้คนที่ใจร้อนปิดหนีไปก่อนหน้าจะเปิด
- ไม่มีข้อความต้อนรับที่เชื่อมโยงกับโฆษณาที่เพิ่งเห็น ทำให้คนไม่รู้จะเริ่มพิมพ์อะไรก่อน
- บางกรณีปุ่มส่งข้อความพาไปเปิดแอปแชทคนละตัวกับที่ลูกค้าคุ้นเคยใช้งานอยู่ ทำให้ต้องติดตั้งแอปใหม่ก่อนถึงจะทักได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้หลายคนล้มเลิกกลางทาง คล้ายกับที่โฆษณาสื่อสารไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง
- ไม่มีการวัดผลแยกระหว่าง ‘คนกดปุ่ม’ กับ ‘คนที่ทักจริง’ มาก่อน ทำให้ปัญหานี้ถูกซ่อนอยู่นานโดยไม่มีใครรู้ตัว เหมือนกรณียอดขายจริงที่ระบบวัดผลมองไม่เห็น
สิ่งที่แบรนด์ทำเพื่ออุดรอยรั่วนี้
- ตั้งข้อความต้อนรับอัตโนมัติให้เชื่อมโยงกับโฆษณาที่ลูกค้าเพิ่งเห็น เช่น ‘สนใจเซรั่มตัวที่เห็นในคลิปใช่ไหมคะ พิมพ์คำว่า สนใจ ได้เลยค่ะ เดี๋ยวส่งรายละเอียดให้’
- ทดสอบความเร็วในการโหลดหน้าแชทจากอุปกรณ์หลากหลายรุ่น แล้วปรับให้ปุ่มพาไปยังแอปแชทที่ลูกค้าส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในเครื่อง
- เพิ่มการวัดผลแยกระหว่างจำนวนคนกดปุ่มกับจำนวนคนที่ทักข้อความแรกจริง เพื่อให้เห็นช่องว่างนี้ตลอดเวลา ไม่ใช่มาเจอเอาทีหลัง
- ทดลองปรับข้อความต้อนรับหลายแบบสลับกัน แล้ววัดว่าแบบไหนทำให้คนพิมพ์ข้อความแรกกลับมามากที่สุด
หลังอุดรอยรั่ว ตัวเลขเปลี่ยนไปแค่ไหน
| ตัวชี้วัด | ก่อนแก้ | หลังแก้ 3 สัปดาห์ |
|---|---|---|
| คนกดปุ่มส่งข้อความต่อวัน | 400 | 400 (เท่าเดิม) |
| คนที่ทักข้อความแรกจริงต่อวัน | 145 (36%) | 268 (67%) |
| ยอดขายจากแชทต่อสัปดาห์ | ฐานเดิม | เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว |
สรุป
เคสตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่าจุดรั่วของฟันเนลไม่ได้เกิดขึ้นแค่ ‘หลังจาก’ ลูกค้าเริ่มคุยแล้วเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงสั้น ๆ ก่อนบทสนทนาจะเริ่มด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นช่วงที่หลายธุรกิจไม่เคยวัดผลแยกออกมาดูเลย
ถ้าตัวเลขคนกดโฆษณากับคนที่ทักแชทจริงของธุรกิจคุณห่างกันมาก อย่าเพิ่งสรุปว่าลูกค้าแค่ ‘เปลี่ยนใจง่าย’ ลองไล่ทำตัวเป็นลูกค้าคลิกดูเองสักรอบ อาจเจอจุดรั่วที่แก้ได้ง่ายกว่าที่คิด
- ช่องว่างระหว่างคลิกโฆษณากับเริ่มทักแชทจริง เป็นจุดรั่วที่มักถูกมองข้าม
- ข้อความต้อนรับที่เชื่อมโยงกับโฆษณาที่เพิ่งเห็น ช่วยดึงคนให้พิมพ์ข้อความแรกได้มากขึ้น
- ควรวัดผลแยกระหว่างคนกดปุ่มกับคนทักจริง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขคลิกจากโฆษณาอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมคนกดปุ่มส่งข้อความแล้วไม่ทักจริงเยอะขนาดนี้
ส่วนหนึ่งเกิดจากขั้นตอนทางเทคนิค เช่น หน้าแชทโหลดช้าหรือพาไปแอปที่ไม่คุ้นเคย อีกส่วนเกิดจากไม่มีข้อความต้อนรับที่ทำให้รู้ว่าควรพิมพ์อะไรต่อ
ข้อความต้อนรับอัตโนมัติควรเขียนแบบไหนถึงจะช่วยได้
ควรเชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งเห็นในโฆษณา และบอกใบ้ว่าควรพิมพ์อะไรต่อ แทนที่จะเป็นข้อความต้อนรับทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับบริบท
จะรู้ได้ยังไงว่าธุรกิจตัวเองมีช่องว่างระหว่างคลิกกับทักแชทหรือเปล่า
ให้เทียบจำนวนคนที่กดปุ่มจากโฆษณา กับจำนวนข้อความแรกที่เข้ามาจริงในระบบแชท ถ้าตัวเลขสองฝั่งห่างกันมาก นั่นคือสัญญาณว่ามีรอยรั่วช่วงนี้
ปัญหานี้ต่างจากลูกค้าทักแล้วเงียบหายยังไง
ต่างกันตรงจังหวะที่เกิดปัญหา ลูกค้าทักแล้วเงียบหายคือปัญหาหลังเริ่มคุยแล้ว ส่วนช่องว่างคลิกแล้วเงียบคือปัญหาที่เกิดก่อนบทสนทนาจะเริ่มด้วยซ้ำ ต้องแก้คนละจุดกัน
ต้องเปลี่ยนแอปแชทที่ใช้ไหมถ้าเจอปัญหานี้
ไม่จำเป็นเสมอไป บางครั้งแค่ปรับให้ปุ่มพาไปแอปที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้วและปรับข้อความต้อนรับให้เข้าบริบทก็ช่วยได้มากแล้ว โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมด
การวัดผลแยกระหว่างคนกดปุ่มกับคนทักจริงยุ่งยากไหม
ไม่ยุ่งยากถ้ามีระบบที่ออกแบบมาเพื่อตามเส้นทางลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา เช่น linli ที่ช่วยให้เห็นตัวเลขสองฝั่งนี้แยกกันชัดเจน แทนที่จะต้องมานั่งประมาณเอาแบบเคสนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง


