← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลูกค้ากดโฆษณาสามตัวในสามวัน ก่อนจะมาปิดการขายในแชท: ใครควรได้เครดิต

02 ส.ค. 04:16 · อ่าน 1 นาที
ลูกค้ากดโฆษณาสามตัวในสามวัน ก่อนจะมาปิดการขายในแชท: ใครควรได้เครดิต

สรุปสั้น ๆ

ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อจากโฆษณาตัวเดียวเสมอไป หลายคนเห็นแอดสร้างการรับรู้ก่อน แล้วค่อยเห็นแอดตัวที่กระตุ้นให้ทักจริง การให้เครดิตทั้งหมดกับแอดตัวสุดท้ายทำให้มองข้ามแคมเปญที่ทำหน้าที่ปูทาง และอาจตัดงบผิดตัวได้

ลองนึกภาพลูกค้าคนหนึ่งที่กำลังหาที่เรียนภาษาให้ลูก วันจันทร์เขาเห็นโฆษณาตัวหนึ่งของโรงเรียนสอนภาษา (สมมติชื่อ 'บ้านภาษาสนุก') ผ่านตาแต่ไม่ได้กดอะไร วันพุธเห็นอีกแอดหนึ่งพูดถึงรีวิวผู้ปกครอง เลยกดเข้าไปดูเว็บไซต์ครู่หนึ่ง แล้ววันศุกร์เห็นแอดที่สามที่มีโปรโมชั่นช่วงเปิดเทอม คราวนี้กดทักเข้า LINE ทันทีแล้วปิดการขายในวันนั้น

คำถามคือ แอดตัวไหนควรได้เครดิตว่า 'ทำให้ขายได้' ถ้าระบบวัดผลให้เครดิตทั้งหมดกับแอดตัวสุดท้าย (วันศุกร์) เพียงเพราะมันเป็นจุดที่ลูกค้าทักเข้ามา แคมเปญวันจันทร์กับวันพุธที่ทำหน้าที่สร้างการรับรู้และความมั่นใจจะดูเหมือนไม่มีผลอะไรเลย ทั้งที่จริง ๆ แล้วถ้าไม่มีสองแคมเปญนั้น แอดวันศุกร์อาจไม่มีความหมายเลยก็ได้

ปัญหาของการให้เครดิตแบบคลิกสุดท้ายเพียงอย่างเดียว

โมเดลวัดผลที่พบบ่อยที่สุดคือ 'last click' คือให้เครดิตทั้งหมดกับช่องทางหรือแคมเปญสุดท้ายที่ลูกค้าคลิกก่อนทักเข้ามา วิธีนี้เข้าใจง่ายและตั้งค่าไม่ยาก แต่มันมีจุดอ่อนใหญ่คือมองข้ามทุกจุดสัมผัสก่อนหน้าไปทั้งหมด

ผลที่ตามมาคือแคมเปญที่ทำหน้าที่ 'ปูทาง' เช่นแคมเปญสร้างการรับรู้แบรนด์ หรือแคมเปญรีทาร์เก็ตที่ทำให้คนกลับมาสนใจอีกครั้ง จะดูเหมือนไม่มีประสิทธิภาพเลยในรายงาน ทั้งที่จริง ๆ มันคือส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อในที่สุด หากตัดงบแคมเปญเหล่านี้ทิ้งเพราะดูเหมือนไม่ได้ผล อาจเสียยอดขายทางอ้อมไปโดยไม่รู้ตัว

ในบริบทของ LINE ปัญหานี้ซับซ้อนขึ้นอีกชั้น

ต่างจากอีคอมเมิร์ซที่ลูกค้ากดซื้อจบในหน้าเว็บ การซื้อขายผ่าน LINE OA มักมีช่วงเวลาระหว่างการคลิกโฆษณากับการปิดการขายในแชทที่ยาวกว่า บางเคสลูกค้าทักเข้ามาแล้วเงียบไปหลายวันก่อนจะกลับมาโอนเงินจริง ยิ่งทำให้การผูก conversion กลับไปยังแคมเปญต้นทางซับซ้อนขึ้น

ถ้าระบบนับแค่ event 'ทักเข้ามาครั้งแรก' เป็นจุดตัดสิน โดยไม่มองย้อนไปดูว่าก่อนหน้านั้นลูกค้าเห็นแอดอะไรมาบ้าง ก็จะพลาดภาพรวมของช่วงเวลาการนับผล (attribution window) ที่ควรจะยาวพอสำหรับพฤติกรรมจริงของลูกค้ากลุ่มนี้

โมเดลการให้เครดิตแบบต่าง ๆ เทียบกัน

ไม่มีโมเดลไหนถูกต้องสมบูรณ์แบบ แต่การรู้จักตัวเลือกช่วยให้เลือกแบบที่เหมาะกับพฤติกรรมลูกค้าของตัวเองได้ดีขึ้น:

โมเดลหลักการเหมาะกับ
Last clickเครดิตทั้งหมดให้แอดตัวสุดท้ายธุรกิจที่ตัดสินใจซื้อเร็ว รอบเดียวจบ
First clickเครดิตทั้งหมดให้แอดตัวแรกวัดว่าแคมเปญไหนสร้างการรับรู้ได้ดี
<a href="/blog/attribution-position-based-line">Position-based</a>แบ่งเครดิตหนักที่ตัวแรกและตัวสุดท้ายธุรกิจที่มีเส้นทางซื้อยาวหลายจุดสัมผัส
Fractional/Data-drivenแบ่งเครดิตตามน้ำหนักจริงของแต่ละจุดสัมผัสธุรกิจที่มีงบพอและอยากเห็นภาพละเอียด

แนวทางที่ใช้ได้จริงสำหรับธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก

  1. อย่ายึดติดกับโมเดลใดโมเดลหนึ่งแบบเด็ดขาด ให้เปิดดูรายงานแบบหลายโมเดลเทียบกันในแพลตฟอร์มที่รองรับ เพื่อเห็นว่าแคมเปญไหนถูกมองข้ามถ้าใช้ last click อย่างเดียว
  2. ขยาย attribution window ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง ถ้าสินค้าของคุณมักใช้เวลาตัดสินใจหลายวัน การตั้งหน้าต่างแค่ 1 วันจะพลาดจุดสัมผัสสำคัญไปมาก
  3. ให้ทีมขายถามลูกค้าตรง ๆ บางครั้งเวลาปิดการขายว่า 'รู้จักร้านเราจากช่องทางไหนเป็นครั้งแรก' เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพที่ช่วยยืนยันสิ่งที่ตัวเลขบอกได้
  4. อย่าตัดงบแคมเปญสร้างการรับรู้ทันทีเพียงเพราะ conversion ที่นับได้โดยตรงน้อย ให้ดูควบคู่กับว่าถ้าปิดแคมเปญนั้น ยอดขายรวมทั้งระบบเปลี่ยนไปไหมในเดือนถัดมา

สรุป

การซื้อขายในโลกจริงแทบไม่เคยเกิดจากจุดสัมผัสเดียว โดยเฉพาะเมื่อปลายทางคือการปิดการขายในแชทที่มักมีช่วงเวลาคั่นระหว่างการเห็นโฆษณากับการตัดสินใจ การยึดโมเดล last click อย่างเดียวจึงเสี่ยงมองข้ามแคมเปญที่ทำงานได้ดีจริง

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปว่าโมเดลไหนถูกที่สุด สิ่งที่ทำได้คือเปิดดูหลายมุมพร้อมกัน แล้วตัดสินใจโดยเข้าใจว่าตัวเลขแต่ละโมเดลกำลังเล่าเรื่องคนละด้านของพฤติกรรมลูกค้า

  • ลูกค้ามักเห็นโฆษณาหลายตัวก่อนทักเข้ามาซื้อจริง ไม่ใช่จุดสัมผัสเดียว
  • last click อย่างเดียวมองข้ามแคมเปญที่ทำหน้าที่ปูทางความสนใจ
  • เปิดดูหลายโมเดลเทียบกัน และขยาย attribution window ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมซื้อจริง

คำถามที่พบบ่อย

ควรใช้โมเดล last click ต่อไปไหมถ้าเคยใช้มาตลอด

ใช้ได้ถ้าธุรกิจของคุณลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วในจุดสัมผัสเดียว แต่ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เห็นโฆษณาหลายครั้งก่อนทัก ควรเปิดดูโมเดลอื่นประกอบเพื่อไม่ให้พลาดภาพรวม

ทำไมแคมเปญสร้างการรับรู้ถึงดูเหมือนไม่มีผลในรายงาน

เพราะโมเดล last click ให้เครดิตกับจุดสัมผัสสุดท้ายเท่านั้น แคมเปญที่ทำหน้าที่ปูทางให้คนรู้จักแบรนด์จึงมักถูกมองข้ามไปทั้งที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ

ควรตั้ง attribution window นานแค่ไหนดี

ขึ้นกับพฤติกรรมจริงของลูกค้า สินค้าราคาสูงหรือที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจนาน ควรตั้งหน้าต่างยาวกว่าสินค้าที่ซื้อเร็ว ลองเทียบระยะเวลาเฉลี่ยจากคลิกแรกถึงปิดการขายจริงเป็นตัวอ้างอิง

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้โมเดล data-driven ที่ซับซ้อนไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้างบไม่มากพอที่จะมีข้อมูลให้ระบบเรียนรี้แม่นยำ การใช้ position-based หรือแค่เปิดดูหลายโมเดลเทียบกันด้วยตาก็ช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้นแล้ว

ถามลูกค้าตรง ๆ ว่ารู้จักร้านจากไหน จะได้ข้อมูลที่แม่นยำไหม

แม่นยำในระดับหนึ่งแต่มีความคลาดเคลื่อนจากความจำของลูกค้าเอง ใช้เป็นข้อมูลเสริมยืนยันสิ่งที่ตัวเลขบอกได้ดี แต่ไม่ควรใช้แทนข้อมูลเชิงระบบทั้งหมด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง