← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลูกค้าเห็นโฆษณา 5 ที่ก่อนทัก LINE: จะให้เครดิตช่องทางไหนดีเมื่อทุกช่องขอเป็นเจ้าของยอด

02 ส.ค. 04:11 · อ่าน 1 นาที
ลูกค้าเห็นโฆษณา 5 ที่ก่อนทัก LINE: จะให้เครดิตช่องทางไหนดีเมื่อทุกช่องขอเป็นเจ้าของยอด

สรุปสั้น ๆ

เมื่อลูกค้าหนึ่งคนเห็นโฆษณาหลายช่องทางก่อนทัก LINE ปัญหาคือทุกแพลตฟอร์มจะเคลมยอดปิดเดียวกันเป็นของตัวเอง ทำให้ถ้าคุณเอายอดจากทุกที่มาบวกกัน มันจะเกินยอดจริงหลายเท่า การมองข้ามช่องทางที่ถูกคือการยึดยอดปิดจริงจากฝั่งของคุณเป็นความจริงกลาง แล้วค่อยดูว่าแต่ละช่องมีส่วนช่วยในเส้นทางนั้นแค่ไหน ไม่ใช่เชื่อตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานมาแยกกัน

เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าคนหนึ่งเอารายงานสามหน้ามาวางให้ผมดู หน้าแรก Meta บอกว่าเดือนนี้ทำยอดให้ 40 ดีล หน้าสอง Google บอก 35 ดีล หน้าสาม TikTok บอกอีก 20 ดีล รวมสามแพลตฟอร์มได้ 95 ดีล แต่พอเปิดบัญชีจริง เดือนนั้นปิดการขายไปแค่ 38 ดีล ตัวเลขที่หายไปกว่าครึ่งไม่ได้หายไปไหน มันคือดีลเดียวกันที่ถูกนับซ้ำสามที

นี่คือปัญหาที่ทุกคนที่ยิงแอดหลายช่องทางแล้วปิดการขายใน LINE ต้องเจอ เพราะลูกค้าจริงไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง เขาอาจเห็นคลิป TikTok ตอนเช้า เจอโฆษณา Meta ตอนบ่าย แล้วค่ำ ๆ ค้น Google ก่อนจะกดทัก LINE ทุกช่องทางที่เขาแตะล้วนเคลมว่าตัวเองคือคนพาดีลนี้มา

บทความนี้จะเจาะว่าทำไมตัวเลขถึงบวม และจะมองภาพรวมข้ามช่องทางยังไงให้ยุติธรรมและใช้ตัดสินใจงบได้จริง เพราะถ้าคุณเชื่อตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานมาแบบแยกกัน คุณจะเทงบตามภาพลวงตา แล้วสงสัยตลอดว่าทำไมยอดรวมในกระเป๋าไม่เคยตรงกับที่รายงานบอก

ทำไมยอดรวมทุกช่องถึงเกินความจริงเสมอ

รากของปัญหาคือแต่ละแพลตฟอร์มมองเห็นแค่โลกของตัวเอง Meta รู้แค่ว่าคนนี้เคยเห็นโฆษณา Meta แล้วมาปิดการขาย มันจึงเคลมดีลนั้นเต็ม ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนคนเดียวกันนี้ก็เคยเห็นโฆษณา Google และ TikTok มาด้วย ฝั่ง Google กับ TikTok ก็คิดแบบเดียวกัน ต่างคนต่างเคลมดีลเดียวกันเต็มจำนวน

ผลคือถ้าคุณเอาตัวเลขจากทั้งสามที่มาบวกกันตรง ๆ คุณจะได้ยอดที่เกินความจริงเสมอ ยิ่งลูกค้าเดินทางผ่านหลายช่องทางก่อนตัดสินใจ ตัวเลขก็ยิ่งซ้อนกันหนัก นี่คือสาเหตุที่ตัวเลขในแพลตฟอร์มกับยอดจริงไม่เคยตรงกัน

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนอื่นคือ ตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานไม่ได้โกหก มันแค่ตอบคำถามคนละข้อกับที่คุณอยากรู้ มันตอบว่า ‘คนที่ปิดการขายเคยแตะโฆษณาฉันไหม’ ซึ่งตอบว่าเคยได้หลายเจ้าพร้อมกัน แต่คำถามที่คุณอยากรู้จริงคือ ‘เงินก้อนนี้ควรให้เครดิตใคร’ ซึ่งเป็นคนละเรื่อง

ยึดยอดปิดจริงเป็นความจริงกลาง ไม่ใช่ตัวเลขแพลตฟอร์ม

ทางออกไม่ได้เริ่มจากการพยายามทำให้ตัวเลขสามแพลตฟอร์มตรงกัน เพราะมันไม่มีวันตรง จุดเริ่มที่ถูกคือหันกลับมายึดสิ่งที่คุณรู้แน่นอนที่สุด นั่นคือยอดปิดการขายจริงในระบบของคุณเอง ว่าเดือนนี้ปิดกี่ดีล แต่ละดีลมูลค่าเท่าไร

เมื่อคุณมียอดปิดจริงเป็นหลัก คำถามเปลี่ยนจาก ‘แพลตฟอร์มไหนพูดถูก’ กลายเป็น ‘ดีลจริง 38 ดีลนี้ แต่ละดีลลูกค้าเดินผ่านช่องทางไหนมาบ้าง’ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยข้อมูลจริง ถ้าคุณเก็บที่มาของแต่ละคนที่ทักเข้ามา คุณจะเห็นว่าดีลนี้มาจาก TikTok ดีลนั้นเห็นทั้ง Meta และ Google

การยึดยอดจริงเป็นศูนย์กลางแบบนี้คือหัวใจของการทำการให้เครดิตด้วยข้อมูลจริง เพราะมันเปลี่ยนจากการเชื่อคำเคลมของแต่ละแพลตฟอร์ม มาเป็นการดูเส้นทางจริงของคนจริง แล้วค่อยแบ่งเครดิตตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แบ่งเครดิตยังไงเมื่อหลายช่องมีส่วนช่วย

พอรู้ว่าแต่ละดีลผ่านช่องทางไหนมาบ้าง คำถามต่อไปคือจะให้เครดิตยังไง จะเทหมดให้คลิกแรกหรือคลิกสุดท้าย ซึ่งไม่มีสูตรที่ถูกที่สุดสูตรเดียว มีแต่สูตรที่เหมาะกับธุรกิจต่างกัน ตารางนี้เทียบวิธีคิดหลัก ๆ ให้เห็นภาพ

วิธีให้เครดิตให้เครดิตใครเหมาะกับ
คลิกสุดท้ายช่องทางที่คนแตะก่อนทักธุรกิจที่ตัดสินใจเร็ว วงจรสั้น
คลิกแรกช่องทางที่ทำให้รู้จักครั้งแรกธุรกิจที่เน้นสร้างการรับรู้
แบ่งเท่ากันทุกช่องที่แตะ เท่ากันหมดอยากเห็นภาพรวมว่าช่องไหนมีส่วน
ตามตำแหน่งเน้นคลิกแรกกับสุดท้ายวงจรยาว มีทั้งสร้างรู้จักและปิด

แนวทางที่ทำได้จริงสำหรับ SME

ถ้าคุณเป็นร้านเล็กที่ไม่มีทีมข้อมูล อย่าเพิ่งไปตั้งเป้าทำโมเดลการให้เครดิตที่ซับซ้อน เพราะมันกินเวลาจนไม่คุ้ม สิ่งที่ให้ผลมากที่สุดด้วยแรงน้อยที่สุดคือ เก็บที่มาของคนที่ทักเข้ามาให้ได้ก่อน แค่รู้ว่าแต่ละคนมาจากช่องทางไหนก็เปลี่ยนการตัดสินใจได้เยอะแล้ว

จากนั้นให้เริ่มด้วยการดูแบบคลิกสุดท้ายก่อน เพราะเข้าใจง่ายและใกล้จุดตัดสินใจ แล้วค่อย ๆ สังเกตว่ามีช่องทางไหนที่ชอบโผล่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางบ่อย ๆ ทั้งที่ไม่ค่อยได้เครดิตคลิกสุดท้าย ช่องทางแบบนั้นอาจมีค่ากว่าที่ตัวเลขคลิกสุดท้ายบอก อย่าเพิ่งตัดงบทิ้งเร็วเกินไป

เครื่องมืออย่าง linli ช่วยให้การเก็บที่มาข้ามช่องทางทำได้โดยไม่ต้องต่อระบบเอง เพราะมันผูกที่มาของแต่ละคนเข้ากับบทสนทนาและยอดปิดให้ ทำให้คุณเห็นเส้นทางจริงโดยไม่ต้องนั่งไล่เทียบรายงานสามหน้าเองทุกเดือน ที่เหลือคือวิจารณญาณของคุณในการอ่านว่าช่องไหนควรได้เครดิตแค่ไหน

สรุป

ปัญหาการวัดผลข้ามช่องทางไม่ได้แก้ด้วยการหาว่าแพลตฟอร์มไหนพูดถูก เพราะทุกเจ้าต่างเห็นแค่โลกของตัวเองและเคลมดีลเดียวกันเต็มจำนวน การเอาตัวเลขมาบวกกันจึงให้ภาพลวงตาที่เกินจริงเสมอ

ทางที่ยั่งยืนคือหันกลับมายึดยอดปิดจริงในระบบของคุณเป็นความจริงกลาง แล้วดูว่าดีลจริงแต่ละดีลเดินผ่านช่องทางไหนมาบ้าง จากนั้นค่อยใช้วิจารณญาณแบ่งเครดิตตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เมื่อคุณเลิกเชื่อคำเคลมแยกส่วนของแต่ละแพลตฟอร์ม การตัดสินใจงบของคุณจะเริ่มตั้งอยู่บนความจริงในกระเป๋า ไม่ใช่ตัวเลขที่สวยแต่ซ้อนกัน

  • ทุกแพลตฟอร์มเคลมดีลเดียวกันเต็มจำนวน เอามาบวกกันคือภาพลวงตา
  • ยึดยอดปิดจริงในระบบเป็นความจริงกลาง แล้วดูเส้นทางจริงของแต่ละดีล
  • SME เริ่มจากเก็บที่มาของคนทัก แล้วดูคลิกสุดท้ายก่อน ค่อยปรับทีหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมยอดรวมทุกแพลตฟอร์มถึงเกินยอดจริง

เพราะแต่ละแพลตฟอร์มเห็นแค่โลกของตัวเองและเคลมดีลที่คนเคยแตะโฆษณามันเต็มจำนวน คนหนึ่งที่เห็นโฆษณาสามช่องทางก่อนซื้อ จะถูกนับเป็นดีลในทั้งสามที่ พอเอามาบวกกันจึงเกินความจริง วิธีแก้คือยึดยอดปิดจริงในระบบคุณเป็นหลัก ไม่ใช่บวกตัวเลขจากทุกแพลตฟอร์ม

ควรใช้โมเดลการให้เครดิตแบบไหนดี

ไม่มีแบบที่ถูกที่สุดแบบเดียว ขึ้นกับธุรกิจ ถ้าวงจรตัดสินใจสั้นให้เริ่มที่คลิกสุดท้ายเพราะเข้าใจง่าย ถ้าวงจรยาวและมีการสร้างการรับรู้มาก การดูแบบตามตำแหน่งที่เน้นทั้งจุดเริ่มและจุดปิดจะสะท้อนความจริงกว่า แนะนำให้เริ่มง่าย ๆ ก่อนแล้วค่อยปรับ

SME ที่ไม่มีทีมข้อมูลควรเริ่มตรงไหน

เริ่มที่การเก็บที่มาของคนที่ทักเข้ามาให้ได้ก่อน แค่รู้ว่าแต่ละคนมาจากช่องทางไหนก็พอให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นมากแล้ว ยังไม่ต้องทำโมเดลซับซ้อน เมื่อเก็บที่มาได้และดูแบบคลิกสุดท้ายไปสักพัก คุณจะเริ่มเห็นแพตเทิร์นเองว่าช่องไหนมีค่าจริง

ตัวเลขในแพลตฟอร์มไร้ประโยชน์ไปเลยไหม

ไม่ถึงกับไร้ประโยชน์ มันยังใช้ดูแนวโน้มภายในช่องทางเดียวกันได้ เช่นเทียบว่าแคมเปญ Meta ตัวไหนดีกว่ากัน แต่ห้ามเอาตัวเลขข้ามแพลตฟอร์มมาบวกกันเพื่อสรุปยอดรวม เพราะแต่ละเจ้านับด้วยกติกาและมุมมองของตัวเอง การเทียบข้ามเจ้าจึงต้องยึดยอดจริงเป็นตัวกลาง

ยอดจริงกับตัวเลขแพลตฟอร์มไม่มีทางตรงกันเลยเหรอ

แทบไม่มีทางตรงเป๊ะ เพราะกติกาการนับ กรอบเวลา และมุมมองต่างกันหมด เป้าหมายที่สมจริงไม่ใช่ทำให้ตรงกัน แต่คือเข้าใจว่าทำไมมันต่าง แล้วยึดยอดปิดจริงในระบบคุณเป็นความจริงกลางในการตัดสินใจ ส่วนตัวเลขแพลตฟอร์มใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น

cross-channel attribution ต้องใช้เครื่องมือแพงไหม

ไม่จำเป็นต้องแพง หัวใจคือการเก็บที่มาของแต่ละคนแล้วผูกกับยอดปิดจริง ซึ่งทำได้หลายระดับตั้งแต่จดมือในสเปรดชีตสำหรับร้านเล็ก ไปจนถึงใช้เครื่องมือที่เชื่อมที่มากับบทสนทนาให้อัตโนมัติ เลือกให้พอดีกับปริมาณดีลของคุณ อย่าลงทุนเกินกว่าที่จะได้ใช้จริง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง