← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลูกค้าคลิกโฆษณาวันนี้ แต่ปิดในไลน์อีกหกสัปดาห์ให้หลัง: Time-Decay Attribution สำหรับสินค้าที่ตัดสินใจนาน

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
ลูกค้าคลิกโฆษณาวันนี้ แต่ปิดในไลน์อีกหกสัปดาห์ให้หลัง: Time-Decay Attribution สำหรับสินค้าที่ตัดสินใจนาน

สรุปสั้น ๆ

Time-Decay Attribution ให้เครดิตกับจุดสัมผัสที่อยู่ใกล้วันปิดการขายมากกว่าจุดที่ห่างไกล เหมาะกับสินค้า B2B หรือของราคาสูงที่ใช้เวลาตัดสินใจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะโมเดล Last-Click ธรรมดาจะมองข้ามความยาวนานของเส้นทางลูกค้าไปเลย

‘SunRoof’ (ชื่อสมมติ) บริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้บ้านพักอาศัย เจอปัญหาที่ทีมการตลาดปวดหัวมานาน คือลูกค้าคนหนึ่งดาวน์โหลดคู่มือคำนวณค่าไฟจากโฆษณา Facebook วันที่ 2 มิถุนายน หลังจากนั้นเห็นโฆษณารีทาร์เก็ตอีกสามครั้งในเดือนถัดมา จนวันที่ 15 กรกฎาคม เขาถึงทักเข้า LINE OA เพื่อขอใบเสนอราคา และปิดดีลจริงวันที่ 28 กรกฎาคม รวมแล้วเกือบสองเดือนตั้งแต่คลิกแรกถึงวันโอนเงิน

ถ้าใช้ Last-Click ธรรมดา เครดิตทั้งหมดจะตกไปที่โฆษณารีทาร์เก็ตตัวสุดท้ายก่อนวันทัก ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีจุดสัมผัสอย่างน้อยสี่จุดที่ร่วมกันดันลูกค้าคนนี้มาถึงจุดปิดดีล การให้เครดิต 100% กับจุดสุดท้ายจุดเดียวจึงบิดเบือนภาพรวมไปมาก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่วงจรขายยาวแบบนี้

Time-Decay Attribution คือโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ — มันไม่ได้ให้เครดิตทั้งหมดกับจุดสุดท้ายเหมือน Last-Click และไม่ได้หารเท่ากันทุกจุดเหมือน Linear แต่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความใกล้ของวันปิดดีล บทความนี้จะอธิบายว่ามันทำงานยังไง และทำไมธุรกิจวงจรขายยาวควรพิจารณาใช้

หลักการของ Time-Decay: ยิ่งใกล้วันปิด ยิ่งได้เครดิตมาก

แนวคิดพื้นฐานง่ายมาก คือกำหนด ‘ครึ่งชีวิต’ (half-life) ของเครดิต เช่น ตั้งไว้ที่ 7 วัน แปลว่าจุดสัมผัสที่เกิดขึ้น 7 วันก่อนปิดดีลจะได้เครดิตครึ่งหนึ่งของจุดสัมผัสที่เกิดขึ้นในวันปิดดีลเอง ส่วนจุดสัมผัสที่เกิดขึ้น 14 วันก่อนปิด จะได้แค่หนึ่งในสี่ ไล่ลดหลั่นกันไปแบบนี้เรื่อย ๆ

กรณีของ SunRoof ถ้าตั้ง half-life ไว้ที่ 10 วัน คู่มือคำนวณค่าไฟที่ดาวน์โหลดตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนจะได้เครดิตน้อยมาก เพราะห่างจากวันปิดเกือบสองเดือน แต่โฆษณารีทาร์เก็ตช่วงต้นกรกฎาคมที่ใกล้วันทักมากกว่าจะได้เครดิตสูงกว่าชัดเจน สะท้อนความจริงว่าจุดสัมผัสไหนน่าจะมีบทบาทมากกว่าในการดันให้เขาตัดสินใจ

ข้อดีของโมเดลนี้คือมันยอมรับว่าจุดสัมผัสแรกมีค่าจริง (ไม่เหมือน Last-Click ที่ตัดทิ้งไปเลย) แต่ก็ไม่ได้ให้ค่าเท่ากับจุดใกล้วันปิดเหมือน Linear ซึ่งสมเหตุสมผลกว่าสำหรับธุรกิจที่ผู้ซื้อมักตัดสินใจจริงจังในช่วงใกล้วันปิดมากกว่าตอนเริ่มสนใจ

ทำไมธุรกิจ B2B และของราคาสูงถึงเหมาะกับโมเดลนี้เป็นพิเศษ

สินค้าที่ตัดสินใจไวแบบอิมพัลส์ไม่ค่อยมีปัญหานี้ เพราะเส้นทางลูกค้าสั้น จุดสัมผัสแรกกับจุดปิดห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่สำหรับ B2B หรือของราคาสูงอย่างโซลาร์เซลล์ อสังหาริมทรัพย์ หรือคอร์สเรียนราคาแพง ผู้ซื้อมักต้องขอความเห็นจากคนในครอบครัวหรือทีมงาน เปรียบเทียบราคาหลายเจ้า และรอจังหวะการเงินที่พร้อม

ยิ่งวงจรขายยาว ยิ่งมีความเสี่ยงที่ Last-Click จะให้เครดิตกับ ‘จุดสัมผัสที่บังเอิญเกิดใกล้วันปิด’ มากกว่า ‘จุดสัมผัสที่แท้จริงสร้างความสนใจ’ Time-Decay ช่วยลดความเอนเอียงนี้โดยไม่ทิ้งความสำคัญของจุดสัมผัสตอนต้นทางไปทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับธรรมชาติของการตัดสินใจแบบพิจารณานาน

ตัวอย่างการตั้งค่า half-life ตามความยาวของวงจรขาย

วงจรขายโดยเฉลี่ยhalf-life ที่แนะนำเริ่มต้นเหตุผล
1-3 วัน (อิมพัลส์)1 วันจุดสัมผัสใกล้วันปิดมีน้ำหนักสูงเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว
1-2 สัปดาห์3-5 วันยังมีจุดสัมผัสต้นทางที่ควรได้เครดิตพอสมควร
1-2 เดือน (B2B/high-ticket)10-14 วันต้องกระจายเครดิตให้จุดสัมผัสหลายจุดตลอดเส้นทางยาว

จะรู้ half-life ที่แม่นได้ ต้องเห็นวันที่ของทุกจุดสัมผัส ไม่ใช่แค่วันปิด

ปัญหาจริงของ SunRoof ไม่ใช่แค่เรื่องเลือกโมเดล แต่คือการที่แอดมินไลน์ไม่เคยรู้ว่าลูกค้าคนที่ทักมาวันนี้เคยคลิกโฆษณาอะไรมาก่อนบ้างเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีระบบเชื่อมข้อมูลคลิกย้อนหลังกับวันที่ปิดจริงในแชท ก็ไม่มีทางคำนวณ time-decay ได้เลย เพราะโมเดลนี้ต้องอาศัยไทม์สแตมป์ของทุกจุดสัมผัส ไม่ใช่แค่จุดสุดท้าย

สิ่งที่ SunRoof เริ่มทำคือให้ทีมขายกรอกวันที่ ‘เริ่มติดต่อครั้งแรก’ กับ ‘วันปิดดีล’ ในทุกเคส แล้วย้อนดูจากแพลตฟอร์มโฆษณาว่าลูกค้ารายนั้นมีคลิกกี่ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้พอมองเห็นรูปแบบว่าวงจรขายเฉลี่ยของธุรกิจตัวเองอยู่ที่ราวหกสัปดาห์ ซึ่งกลายเป็นฐานในการตั้งค่า half-life ให้เหมาะสมกว่าการเดาส่งเดช

ข้อผิดพลาดที่มักเจอเมื่อเริ่มใช้ Time-Decay

  • ตั้ง half-life สั้นเกินไปเพราะก็อปปี้ค่าจากธุรกิจอิมพัลส์ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาแทบไม่ต่างจาก Last-Click เลย
  • ไม่บันทึกวันที่ของจุดสัมผัสตอนต้นทาง ทำให้โมเดลไม่มีข้อมูลเพียงพอจะคำนวณค่าถ่วงน้ำหนักได้จริง
  • ลืมทบทวน half-life เมื่อวงจรขายเปลี่ยน เช่นเปิดโปรโมชันผ่อนชำระที่ทำให้คนตัดสินใจไวขึ้น แต่ยังใช้ค่าเก่าที่ตั้งไว้ตอนวงจรขายยาวกว่านี้

สรุป

สำหรับธุรกิจที่วงจรขายยาว การให้เครดิตทั้งหมดกับจุดสัมผัสสุดท้ายเหมือน Last-Click คือการมองข้ามความจริงว่าลูกค้าใช้เวลาคิดนานแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดปิดดีล

Time-Decay ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่มันสะท้อนธรรมชาติของการตัดสินใจแบบพิจารณานานได้ดีกว่าโมเดลง่าย ๆ ทั่วไป ลองเริ่มจากการบันทึกวันที่ของทุกจุดสัมผัสให้ครบก่อน แล้วค่อยปรับ half-life ให้เข้ากับวงจรขายจริงของธุรกิจคุณ

  • Time-Decay ให้เครดิตมากขึ้นกับจุดสัมผัสที่ใกล้วันปิดดีล เหมาะกับวงจรขายยาว
  • ต้องมีไทม์สแตมป์ของทุกจุดสัมผัส ไม่ใช่แค่วันปิด ถึงจะคำนวณได้จริง
  • ตั้ง half-life จากวงจรขายเฉลี่ยจริงของธุรกิจ ไม่ใช่ก็อปปี้ค่าจากธุรกิจอื่น

คำถามที่พบบ่อย

Time-Decay กับ Linear Attribution ต่างกันตรงไหน

Linear หารเครดิตเท่ากันทุกจุดสัมผัสไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ส่วน Time-Decay ให้น้ำหนักมากขึ้นกับจุดที่ใกล้วันปิดดีล ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่เชื่อว่าจุดสัมผัสหลัง ๆ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าจุดแรก ๆ

ควรตั้ง half-life จากอะไร ไม่ใช่การเดาสุ่ม

ควรตั้งจากวงจรขายเฉลี่ยจริงของธุรกิจตัวเอง โดยย้อนดูเคสที่ปิดแล้วสักสิบยี่สิบเคสว่าโดยเฉลี่ยจากจุดสัมผัสแรกถึงวันปิดใช้เวลากี่วัน แล้วตั้ง half-life เป็นสัดส่วนหนึ่งในสามถึงครึ่งหนึ่งของค่านั้นเป็นจุดเริ่มต้น

ธุรกิจที่วงจรขายสั้นควรใช้ Time-Decay ไหม

ถ้าวงจรขายสั้นมากอย่างสินค้าอิมพัลส์ที่ปิดภายในไม่กี่ชั่วโมง ใช้ Last-Click ธรรมดาก็ให้ผลใกล้เคียงกันอยู่แล้ว Time-Decay จะเห็นประโยชน์ชัดกว่ามากเมื่อวงจรขายยาวเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

ต้องมีซอฟต์แวร์พิเศษไหมถึงจะคำนวณ Time-Decay ได้

ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยซอฟต์แวร์ราคาแพง ถ้ามีวันที่ของแต่ละจุดสัมผัสครบ สามารถคำนวณด้วยสูตรถ่วงน้ำหนักในสเปรดชีตได้ แต่ถ้าจำนวนดีลเยอะขึ้น การมีระบบช่วยดึงข้อมูลอัตโนมัติจะประหยัดเวลากว่ามาก

จุดสัมผัสที่เกิดก่อนหน้านานมาก ๆ ควรตัดทิ้งไปเลยไหม

ไม่ควรตัดทิ้งทันที ให้ปล่อยให้สูตร decay ลดค่าลงเองตามธรรมชาติ เพราะบางครั้งจุดสัมผัสแรกที่ดูห่างไกลก็ยังมีส่วนสร้างการรับรู้อยู่บ้าง แม้จะน้อยกว่าจุดใกล้วันปิดมากก็ตาม

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง