← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ทำยังไงให้ระดับผู้บริหารที่มาจาก LinkedIn ทัก LINE สอบถามบริการ

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 08:38อัปเดต 01 พ.ย. 09:26อ่าน 2 นาที
ทำยังไงให้ระดับผู้บริหารที่มาจาก LinkedIn ทัก LINE สอบถามบริการ
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ผู้บริหารใน LinkedIn จะย้ายมาทัก LINE ต่อเมื่อเรามีของให้เขาก่อน ไม่ใช่ยื่นใบเสนอราคาใส่หน้า ทำโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อ โพสต์ที่แก้ปัญหาจริงของเขา แล้ววางทางไป LINE ไว้ตรงที่คนอ่านจบพอดี จะได้คนที่ตั้งใจคุยจริง ไม่ใช่คนมาถามเล่น

B2B เป็นเกมที่ต่างจากการขายของทั่วไปอยู่พอสมควร คนที่คุณอยากได้ไม่ใช่คนซื้อของชิ้นละไม่กี่ร้อย แต่เป็นคนที่เซ็นอนุมัติงบหลักแสนหลักล้าน คนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊กแจกของ เขาอยู่ใน LinkedIn และเขาระวังตัวสูงมากกับคนที่พยายามขายของเขา

ผมเจอเจ้าของธุรกิจหลายคนพยายามยิงข้อความหาผู้บริหารใน LinkedIn ตรง ๆ ว่า ‘สนใจบริการเราไหมครับ’ แล้วก็เงียบหายทุกราย เพราะมันคือการเดินเข้าไปขายของกับคนแปลกหน้าที่ยุ่งอยู่ ทั้งที่วิธีที่ได้ผลกว่ามากคือทำให้เขาเป็นฝ่ายทักมาหาเราเอง

บทความนี้จะเล่าว่าจะวางตัวใน LinkedIn ยังไงให้คนระดับตัดสินใจกล้าย้ายมาคุยต่อใน LINE ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปิดงานได้จริงจังกว่า โดยที่เขาไม่รู้สึกว่ากำลังถูกลากเข้ากับดักการขาย

ทำไมต้องดึงเขาออกจาก LinkedIn มาที่ LINE

LinkedIn เก่งเรื่องทำให้คนเจอเราและเชื่อว่าเรารู้จริง แต่มันไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับการคุยงานละเอียด ข้อความในกล่อง InMail มักถูกมองข้าม การแจ้งเตือนก็เยอะจนคนไม่ได้เปิดดูทุกวัน พอบทสนทนาเริ่มจริงจัง มันต้องการช่องที่ตอบเร็วและเป็นส่วนตัวกว่านั้น

LINE ตอบโจทย์นี้ในตลาดไทย เพราะเป็นแอปที่ผู้บริหารเปิดอยู่แล้วทั้งวัน การย้ายมา LINE คือการย้ายจากพื้นที่ทางการที่คนตั้งการ์ด มาสู่พื้นที่ที่คุยกันได้เป็นกันเองขึ้น และตอบกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเปิดอีเมล

แต่การย้ายช่องต้องมีเหตุผลให้เขา ไม่ใช่จู่ ๆ ขอ LINE เขาเฉย ๆ เหตุผลที่ดีคือมีบางอย่างที่ส่งให้ทาง LINE สะดวกกว่า เช่นไฟล์วิเคราะห์ เคสตัวอย่าง หรือการนัดคุยที่ยืดหยุ่นกว่า พอมีเหตุผลรองรับ การย้ายช่องก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่การรุกล้ำ

โปรไฟล์ต้องทำให้เขาเชื่อก่อนจะกดทัก

ก่อนที่ผู้บริหารจะยอมทักใคร เขาจะแอบไปส่องโปรไฟล์คนนั้นก่อนเสมอ ถ้าโปรไฟล์คุณว่างเปล่า ไม่มีผลงาน ไม่มีมุมมอง เขาจะไม่กล้าเสียเวลาคุยด้วย เพราะในโลก B2B เวลาของผู้บริหารคือต้นทุนที่แพงมาก

  • หัวข้อใต้ชื่อต้องบอกว่าเราช่วยแก้ปัญหาอะไร ไม่ใช่แค่ตำแหน่งงาน คนอ่านต้องรู้ทันทีว่าคุยกับเราแล้วเขาจะได้อะไร
  • มีเคสหรือผลงานที่จับต้องได้ เล่าเป็นเรื่องว่าเคยช่วยลูกค้าแก้ปัญหาแบบไหน ตัวเลขก่อนหลังช่วยให้ดูจริง แต่อย่าเคลมผลแบบตายตัวเกินจริง
  • โพสต์สม่ำเสมอในเรื่องที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้คนที่ส่องเห็นว่าเราคิดเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่ใช่โผล่มาขายของแล้วหายไป
  • รูปและข้อมูลติดต่อครบ ดูเป็นมืออาชีพ เพราะคนตัดสินความน่าเชื่อจากรายละเอียดเล็ก ๆ พวกนี้โดยไม่รู้ตัว

โพสต์แบบไหนที่ทำให้ผู้บริหารอยากทักมาเอง

คอนเทนต์ที่ดึงคน B2B ไม่ใช่คอนเทนต์ขายของ แต่เป็นคอนเทนต์ที่พูดถึงปัญหาที่เขาปวดหัวอยู่จริง แล้วให้มุมมองที่เขาเอาไปใช้ได้เลย พอเขาอ่านแล้วรู้สึกว่า ‘คนนี้เข้าใจปัญหาเรานี่หว่า’ ความอยากคุยต่อจะเกิดเอง

ผมชอบเขียนโพสต์ที่เริ่มจากสถานการณ์จริงที่ลูกค้าเคยเจอ เช่น เจ้าของธุรกิจที่ยิงแอดแล้วมีคนทักเยอะแต่ปิดไม่ได้ แล้วค่อย ๆ อธิบายว่าปัญหาจริงอยู่ตรงไหน การเล่าแบบนี้ทำให้คนที่มีปัญหาเดียวกันรู้สึกว่าโดนพูดถึง และอยากรู้ว่าเราจะช่วยเขายังไงต่อ

อีกแนวที่ได้ผลคือ debunk ความเชื่อผิด ๆ ในวงการ เช่น ความเชื่อที่ว่ายอดทักเยอะแปลว่าแอดดี ทั้งที่จริงต้องดูถึงช่องว่างระหว่างคลิกกับการปิดการขาย โพสต์แนวนี้ทำให้เราดูเป็นคนที่คิดลึกกว่าคนทั่วไปในตลาด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผู้บริหารอยากคุยด้วย

วางทางไป LINE ตรงไหนให้เนียนที่สุด

จุดที่คนพลาดบ่อยคือใส่ลิงก์ LINE ในทุกโพสต์แบบขายตรง ๆ ซึ่งทำให้ดูเหมือนสแปม ทางที่เนียนกว่าคือวางไว้ในจุดที่คนอ่านจบแล้วอยากได้อะไรต่อ

  1. ในโพสต์ที่ให้คุณค่าเต็ม ๆ ปิดท้ายด้วยการเสนอของต่อยอด เช่น ‘ถ้าอยากได้เทมเพลตที่ผมใช้จริง ทักมาคุยกันได้ที่ LINE’ ให้คนที่อ่านจบและอยากได้เพิ่มเป็นคนตัดสินใจเอง
  2. ใส่ลิงก์ LINE ไว้ในส่วนข้อมูลติดต่อของโปรไฟล์ด้วย เพราะคนที่ส่องโปรไฟล์แล้วประทับใจจะหาทางติดต่อเอง โดยไม่ต้องรอให้เราโพสต์ชวน
  3. เมื่อมีคนคอมเมนต์ถามลึก ให้ชวนไปคุยต่อใน LINE แทนที่จะตอบยาวในคอมเมนต์สาธารณะ เพราะการย้ายไปคุยส่วนตัวคือจุดที่บทสนทนาเริ่มจริงจัง และคนอื่นไม่ต้องเห็นรายละเอียดที่เป็นความลับทางธุรกิจ
  4. พอเขาทักมาใน LINE อย่าเพิ่งยัดใบเสนอราคา ให้ทำเหมือนที่ทำในโพสต์คือเข้าใจปัญหาเขาก่อน แล้วค่อย ๆ พาไปสู่ข้อเสนอ วิธีเดียวกับที่ใช้รับมือข้อกังวลก่อนปิดการขาย

รู้ได้ยังไงว่าดีลใหญ่มาจาก LinkedIn จริง

B2B มีรอบการตัดสินใจยาว คนอาจเห็นโพสต์เราวันนี้ แต่ทักมาอีกสองเดือนถัดไป ทำให้การวัดว่า LinkedIn คุ้มไหมยากกว่าการขายของทั่วไปที่ปิดในวันเดียว ถ้าเราไม่บันทึกที่มา พอถึงตอนปิดดีลใหญ่ เราก็ลืมไปแล้วว่าเขามาจากช่องไหน

ทางแก้คือถามและบันทึกที่มาตั้งแต่ตอนเขาทักเข้ามา และผูกมันไว้กับบทสนทนา เพื่อให้ตอนปิดดีลได้ เรารู้ว่ามาจาก LinkedIn ระบบที่ทำการให้เครดิตหลายจุดสัมผัสตลอดเส้นทางช่วยได้มากในเคส B2B ที่กว่าจะปิดต้องผ่านหลายจุดสัมผัส เพราะช่วยให้เห็นว่า LinkedIn มีส่วนช่วยเปิดประตูดีลจริง แม้จะไม่ใช่จุดที่ปิด

สรุป

การใช้ LinkedIn ดึงคน B2B เข้า LINE ไม่ใช่เรื่องของการยิงข้อความหว่านให้เยอะ แต่เป็นเรื่องของการทำตัวให้น่าเชื่อจนคนระดับตัดสินใจอยากทักมาเอง โปรไฟล์ที่ดี คอนเทนต์ที่แก้ปัญหาจริง และการวางทางไป LINE ที่เนียน คือสามอย่างที่ทำงานร่วมกัน

และเพราะดีล B2B มีรอบยาว การบันทึกที่มาตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก มันคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้ว่าเวลาที่ลงไปใน LinkedIn ให้ผลตอบแทนจริง ไม่ได้หยุดอยู่ที่รู้สึกว่ามีคนกดไลก์เยอะแล้วเข้าใจไปเองว่ามันเวิร์ก

  • ทำโปรไฟล์และคอนเทนต์ให้ผู้บริหารทักมาเอง ไม่ใช่ไปทักเขาก่อน
  • ย้ายมา LINE เมื่อมีเหตุผลรองรับ แล้วเข้าใจปัญหาเขาก่อนเสนอราคา
  • บันทึกที่มาตั้งแต่ต้นเพื่อวัดผล LinkedIn ในดีลที่ปิดยาว

คำถามที่พบบ่อย

การทักหาผู้บริหารตรง ๆ ใน LinkedIn ได้ผลไหม

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผล เพราะมันเหมือนเดินเข้าไปขายของกับคนแปลกหน้าที่ยุ่งและระวังตัว วิธีที่ได้ผลกว่าคือทำคอนเทนต์และโปรไฟล์ให้น่าเชื่อจนเขาทักมาหาเราเอง เพราะคนที่ทักมาเองมักตั้งใจคุยมากกว่าคนที่ถูกเราไปกวน

ควรขอย้ายมา LINE ตอนไหน

ควรมีเหตุผลรองรับ เช่น มีไฟล์ เคส หรือรายละเอียดที่ส่งทาง LINE สะดวกกว่า ไม่ควรจู่ ๆ ขอ LINE เขาเฉย ๆ เพราะจะดูเหมือนรีบปิดการขาย จังหวะที่ดีคือตอนบทสนทนาเริ่มลึกจนต้องคุยละเอียดกว่าที่ทำในพื้นที่สาธารณะ

โพสต์ LinkedIn ควรโพสต์บ่อยแค่ไหน

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความถี่ โพสต์สัปดาห์ละสองสามครั้งที่มีคุณภาพ ดีกว่าโพสต์ทุกวันแบบไม่มีเนื้อ เพราะคนที่มาส่องโปรไฟล์ต้องเห็นว่าเราคิดเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่ใช่โผล่มาขายของแล้วหายไป

ควรใส่ลิงก์ LINE ในทุกโพสต์เลยไหม

ไม่ควร เพราะจะดูเหมือนสแปมและลดความน่าเชื่อถือ ควรใส่เฉพาะโพสต์ที่ให้คุณค่าเต็มแล้วมีของต่อยอดให้ และวางไว้ในส่วนข้อมูลติดต่อของโปรไฟล์ เพื่อให้คนที่ประทับใจหาทางติดต่อเองได้

B2B ปิดดีลยาว จะวัด LinkedIn ยังไงให้แม่น

ต้องบันทึกที่มาตั้งแต่คนทักเข้ามาและผูกไว้กับบทสนทนา เพราะดีล B2B อาจปิดหลังเห็นโพสต์ไปแล้วหลายเดือน ถ้าไม่บันทึก พอปิดได้จะลืมว่ามาจากไหน การวัดแบบให้เครดิตหลายจุดสัมผัสจะช่วยให้เห็นบทบาทของ LinkedIn ตามจริง

ธุรกิจเล็กที่เพิ่งเริ่มเล่น LinkedIn ได้ไหม

ได้ และบางทีได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของธุรกิจเล็กมักเล่าเรื่องจริงจากหน้างานได้มีชีวิตกว่าบริษัทใหญ่ที่โพสต์แบบทางการ ขอแค่โฟกัสที่ปัญหาจริงของลูกค้ากลุ่มที่อยากได้ แล้วค่อย ๆ สร้างตัวตนไป

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพคำคมดึงคนแชร์ ฝังชื่อ LINE ID ให้ทราฟฟิกไหลมาเองโดยไม่ต้องยิงแอด

ภาพคำคมดึงคนแชร์ ฝังชื่อ LINE ID ให้ทราฟฟิกไหลมาเองโดยไม่ต้องยิงแอด

ภาพคำคมที่โดนใจถูกแชร์ต่อฟรี ๆ แต่ส่วนใหญ่ลืมวางชื่อแบรนด์ บทความนี้เล่าวิธีฝัง LINE ID ในภาพให้คนเห็นทุกครั้งที่แชร์ โดยไม่ทำลายความสวยของภาพ
ปั้น Personal Branding เจ้าของแบรนด์ ให้ตัวเองเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้า LINE

ปั้น Personal Branding เจ้าของแบรนด์ ให้ตัวเองเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้า LINE

คนเชื่อคนมากกว่าเชื่อโลโก้ บทความนี้เล่าวิธีปั้นตัวตนเจ้าของแบรนด์ให้คนตามและอยากทัก LINE มาคุย โดยไม่ต้องเป็นดารา แค่จริงและสม่ำเสมอ
โพสต์ Threads ให้เกิด Engagement แล้วทิ้งลิงก์ LINE ดึงทราฟฟิกเข้ามา

โพสต์ Threads ให้เกิด Engagement แล้วทิ้งลิงก์ LINE ดึงทราฟฟิกเข้ามา

Threads เล่นกับบทสนทนา ไม่ใช่ลิงก์ บทความนี้เล่าวิธีเขียนโพสต์ให้คนคอมเมนต์ถล่ม แล้วค่อยหย่อนลิงก์ LINE ในจังหวะที่ไม่โดนกดระยะห่าง