← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

จ่ายค่าแอด 500 บาทต่อแชท แพงไปไหม: ทำไมนายหน้าอสังหาฯ ต้องเลิกดู cost per chat

02 ส.ค. 04:26 · อ่าน 2 นาที
จ่ายค่าแอด 500 บาทต่อแชท แพงไปไหม: ทำไมนายหน้าอสังหาฯ ต้องเลิกดู cost per chat

สรุปสั้น ๆ

cost per chat เป็นตัวเลขที่หลอกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายที่สุด เพราะไม่ได้แยกว่าแชทนั้นมีกำลังซื้อจริงหรือแค่ถามเล่น บทความนี้เสนอกรอบคำนวณ cost per qualified lead ที่กรองด้วยสัญญาณความพร้อม เช่น งบที่แจ้ง ช่วงเวลาที่ต้องการซื้อ และการนัดดูสถานที่จริง เพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงของลีดที่มีโอกาสปิดดีล ตัวเลขในบทนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลจากโครงการใด

นายหน้าอสังหาฯ คนหนึ่งบ่นให้ฟังว่าค่าแอดต่อแชทพุ่งจาก 150 บาทเป็น 400 บาทในสามเดือน แล้วถามว่าควรหยุดแคมเปญไหม ผมถามกลับว่าแชท 400 บาทที่ได้มา มีกี่คนที่นัดดูคอนโดจริง เขานิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบว่าไม่เคยแยกดูเลย

นี่คือปัญหาใหญ่ของธุรกิจอสังหาฯ ที่ขายสินค้าราคาหลักล้าน แชทที่เข้ามาทัก "ราคาเท่าไหร่คะ" กับแชทที่บอกงบ บอกทำเล และขอนัดดูห้องจริง มีมูลค่าต่างกันมหาศาล แต่พอมองผ่านตัวเลข cost per chat ตัวเดียว มันถูกนับเท่ากันหมด ทำให้การตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาผิดพลาดได้ง่าย

บทความนี้จะพาสร้างตัวเลข cost per qualified lead ที่กรองด้วยสัญญาณความพร้อมของลูกค้า เพื่อให้คุณเห็นต้นทุนที่แท้จริงของลีดที่มีโอกาสกลายเป็นยอดขาย ตัวเลขทุกชุดในบทนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ผลจากโครงการจริง

ทำไม cost per chat หลอกธุรกิจอสังหาฯ ได้ง่ายเป็นพิเศษ

  • สินค้าราคาหลักล้าน ดึงคนเข้ามาถามเล่นเยอะ — คนจำนวนมากทักเพราะอยากรู้ราคาตลาด ไม่ได้มีแผนซื้อจริงในเร็ว ๆ นี้
  • แชทหนึ่งครั้งไม่เท่ากับความสนใจหนึ่งหน่วย — บางคนทักถามหลายโครงการพร้อมกันเพื่อเทียบราคา ไม่ได้ตั้งใจซื้อโครงการใดโครงการหนึ่งเป็นพิเศษ
  • รอบขายยาวทำให้แยกยาก — กว่าจะรู้ว่าแชทไหนเป็นลูกค้าจริง ต้องรอหลายสัปดาห์ ทำให้คนมักด่วนสรุปจากตัวเลขแชทตอนต้นเดือนซึ่งยังไม่มีสัญญาณอะไรชัดเจน
  • ทำเลและงบกำหนดสิทธิ์ซื้อจริง — คนที่งบไม่ถึงหรืออยู่ผิดทำเลไม่มีทางปิดได้ไม่ว่าแอดมินจะเก่งแค่ไหน การนับรวมแชทเหล่านี้เข้าไปในตัวหารทำให้ตัวเลขดูแย่เกินจริง

นิยาม "qualified lead" ให้ชัดก่อนคำนวณอะไร

ก่อนคำนวณตัวเลขใหม่ ต้องตกลงกันในทีมก่อนว่าอะไรคือแชทที่ "qualified" สำหรับอสังหาฯ ส่วนใหญ่มักใช้สามสัญญาณร่วมกัน คือแจ้งงบที่ใกล้เคียงราคาโครงการ แจ้งช่วงเวลาที่ต้องการซื้อภายในไม่กี่เดือน และยินดีนัดดูห้องหรือดูโครงการจริง

ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้งสามข้อ แต่ควรมีอย่างน้อยสองข้อถึงจะนับเป็น qualified การตั้งเกณฑ์แบบนี้ทำให้ทีมมีมาตรฐานเดียวกันในการแท็กแชท ไม่ใช่ต่างคนต่างตัดสินตามความรู้สึก ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่เคยพูดถึงในการแบ่งกลุ่มทราฟฟิกให้ชัดก่อนวัดผล

คำนวณ cost per qualified lead เทียบกับ cost per chat

เมื่อแท็กแชทได้แล้ว ให้หารค่าแอดทั้งเดือนด้วยจำนวนแชทที่ qualified แทนจำนวนแชททั้งหมด ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่างสมมติที่แสดงว่าตัวเลขสองแบบนี้ให้ภาพต่างกันขนาดไหน

เดือน (สมมติ)ค่าแอดแชททั้งหมดcost/chatแชท qualifiedcost/qualified
เดือน A60,000400150481,250
เดือน B60,000150400451,333

เมื่อตัวเลขจริงโผล่ การตัดสินใจเปลี่ยนไปยังไง

จากตารางสมมติ เดือน B ที่ cost per chat พุ่งจาก 150 เป็น 400 บาท ดูเหมือนแคมเปญแย่ลงมาก แต่พอดูที่ cost per qualified lead กลับพบว่าแทบไม่ต่างกัน คือ 1,250 กับ 1,333 บาท นั่นแปลว่าแคมเปญเดือน B ไม่ได้แย่ลงจริง แค่ดึงคนถามเล่นเข้ามาน้อยลง ทำให้ตัวหารรวมลดลงและ cost per chat ดูสูงขึ้นทั้งที่คุณภาพลีดใกล้เคียงเดิม

นี่คือเหตุผลที่การตัดสินใจหยุดหรือลดงบแคมเปญไม่ควรดูแค่ cost per chat ตัวเดียว เพราะมันอาจทำให้คุณหยุดแคมเปญที่จริง ๆ ยังส่งลูกค้าคุณภาพเข้ามาในราคาที่เท่าเดิม การอ่านตัวเลขผิดแบบนี้เจ็บเงินจริงในธุรกิจที่กำไรต่อดีลสูงอย่างอสังหาฯ ควรดูควบคู่กับการให้คะแนนลีดอสังหาฯเพื่อยืนยันคุณภาพอีกชั้น

รักษาความสะอาดของข้อมูลนี้ให้ใช้ได้ต่อเนื่อง

  1. ให้แอดมินแท็กสถานะแชททุกเคสตามเกณฑ์ที่ตกลงไว้ทันทีหลังคุยจบ ไม่ปล่อยค้างจนลืมบริบท
  2. ทบทวนเกณฑ์ qualified ทุกไตรมาส เพราะราคาตลาดและพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนได้ เกณฑ์ที่ใช้ได้เมื่อครึ่งปีก่อนอาจหลวมหรือเข้มเกินไปแล้ววันนี้
  3. แยกคำนวณ cost per qualified lead ตามโครงการหรือทำเล เพราะแต่ละโครงการมีธรรมชาติผู้ซื้อต่างกัน การรวมทุกโครงการไว้ด้วยกันจะซ่อนความจริงของแต่ละที่
  4. เก็บประวัติการปิดดีลจริงควบคู่ไปด้วย เพื่อย้อนตรวจว่าเกณฑ์ qualified ที่ตั้งไว้ทำนายการปิดดีลได้แม่นแค่ไหน แล้วปรับเกณฑ์ตามผลจริง

สรุป

cost per chat เป็นตัวเลขที่ดูเข้าใจง่ายแต่หลอกธุรกิจอสังหาฯ ได้บ่อย เพราะไม่แยกว่าแชทไหนมีกำลังซื้อจริง การนิยาม qualified lead ให้ชัดแล้วคำนวณต้นทุนต่อลีดคุณภาพ ช่วยให้เห็นภาพจริงของแคมเปญโฆษณา

อย่าตัดสินใจหยุดหรือเพิ่มงบจากตัวเลขแชทดิบ ให้ดูที่ต้นทุนต่อลีดที่มีสัญญาณความพร้อมจริง แล้วเทียบกับมูลค่าคอมมิชชันต่อดีล นั่นคือสมการที่บอกความคุ้มค่าได้ตรงกว่าตัวเลขผิวเผิน

  • cost per chat ไม่แยกคุณภาพลีด จึงตัดสินใจตามมันอย่างเดียวไม่ได้
  • นิยาม qualified lead ให้ชัดด้วยสัญญาณงบ ช่วงเวลาซื้อ และการนัดดูสถานที่
  • เทียบ cost per qualified lead กับมูลค่าคอมมิชชันต่อดีล ไม่ใช่แค่ดูราคาต่อแชท

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีระบบแท็กแชท จะเริ่มเก็บ qualified lead ยังไง

เริ่มจาก Google Sheet ง่าย ๆ ให้แอดมินกรอกสามคอลัมน์คืองบที่แจ้ง ช่วงเวลาที่ต้องการซื้อ และสถานะนัดดูสถานที่ หลังจบทุกแชท ไม่ต้องรอระบบอัตโนมัติสมบูรณ์ก่อนค่อยเริ่ม เริ่มจากมือได้เลย

แชทที่ยังไม่ qualified ตอนนี้ ควรทิ้งไปเลยไหม

ไม่ควร เก็บไว้ในรายการติดตามระยะยาว เพราะบางคนยังไม่พร้อมตอนนี้แต่พร้อมในอีกสองสามเดือนข้างหน้า การละทิ้งลีดที่ยังไม่ qualified ทันทีอาจเสียโอกาสที่จะกลับมาปิดในภายหลัง

cost per qualified lead ที่เท่าไหร่ถือว่าดี

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับราคาโครงการและมาร์จินต่อดีล วิธีที่แม่นกว่าคือเทียบกับต้นทุนของเดือนก่อนหน้าของตัวเอง หรือเทียบกับมูลค่าคอมมิชชันเฉลี่ยต่อดีลเพื่อดูว่าคุ้มค่าจ้างแอดหรือไม่

ตัวเลขในตารางตัวอย่างของบทนี้เอาไปใช้อ้างอิงได้ไหม

ไม่ได้ เพราะเป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงจากโครงการใด คุณต้องแทนด้วยตัวเลขค่าแอดและจำนวนแชทจริงของโครงการตัวเองเสมอ

ควรวัด qualified lead แยกตามช่องทางแอดไหม

ควรอย่างยิ่ง เพราะแต่ละช่องทางดึงคนที่มีความตั้งใจไม่เท่ากัน การรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกันจะกลบความจริงว่าช่องทางไหนให้ลีดคุณภาพสูงกว่า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับตัดสินใจจัดสรรงบครั้งต่อไป

นายหน้าอิสระที่ไม่มีทีมแอดมิน ทำกรอบนี้ได้ไหม

ได้ แม้จะทำคนเดียวก็ควรแท็กแชทของตัวเองตามเกณฑ์เดียวกัน เพราะประโยชน์หลักคือการรู้ต้นทุนที่แท้จริงของลีดคุณภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการทีม ยิ่งดีลราคาสูง ยิ่งคุ้มที่จะเสียเวลาแท็กข้อมูลนี้

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง