← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ไล่รอยดีลคอนโด 5.2 ล้าน จากคลิกโฆษณาแรกถึงวันโอนกรรมสิทธิ์: ทัชพอยต์ไหนที่ปิดดีลจริง

02 ส.ค. 04:23 · อ่าน 1 นาที
ไล่รอยดีลคอนโด 5.2 ล้าน จากคลิกโฆษณาแรกถึงวันโอนกรรมสิทธิ์: ทัชพอยต์ไหนที่ปิดดีลจริง

สรุปสั้น ๆ

ดีลอสังหาฯ ราคาสูงแทบไม่เคยปิดจากแชทครั้งเดียว มันคือกระบวนการหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนที่ลูกค้าไปๆ กลับๆ ระหว่างสนใจกับลังเล บทความนี้ไล่เส้นทางดีลตัวอย่างหนึ่งดีลแบบละเอียด เพื่อให้เห็นว่าทัชพอยต์ไหนที่จริงๆ แล้วเป็นตัวเปลี่ยนใจ ไม่ใช่แค่แอดตัวแรกที่เขาคลิก

ผมอยากเล่าดีลหนึ่งที่ใช้เป็นตัวอย่างสอนทีมขายบ่อยๆ เป็นคอนโดใจกลางเมืองราคา 5.2 ล้านบาท จากคลิกโฆษณาตัวแรกจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ใช้เวลาเกือบ 11 สัปดาห์ ตัวเลขและช่วงเวลาที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นตัวอย่างประกอบเพื่อให้เห็นภาพรูปแบบที่พบได้บ่อยในธุรกิจอสังหาฯ ไม่ใช่สถิติทางการจากงานวิจัยที่ไหน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ถ้าเจ้าของโครงการไปเปิดรายงานโฆษณาวันที่ปิดดีล จะเห็นแค่ว่า ‘แคมเปญ A ได้ลูกค้า 1 ราย’ ทั้งที่ความจริงมีทัชพอยต์อย่างน้อย 6-7 จุดคั่นกลางระหว่างคลิกแรกกับวันเซ็นสัญญา และครึ่งหนึ่งของทัชพอยต์เหล่านั้นเกิดในแชท LINE ที่แพลตฟอร์มโฆษณามองไม่เห็นเลย

บทความนี้จะไล่เส้นทางดีลนี้ทีละช่วง เพื่อให้เห็นว่าถ้าคุณตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาหรือทีมแอดมินโดยดูแค่ ‘ยอดคลิกแรก’ คุณกำลังมองข้ามจุดที่ทำให้ดีลปิดจริงไปเกินครึ่ง

ภาพรวมดีล ก่อนจะไล่รายละเอียด

ลูกค้าคลิกโฆษณาคอนโดจาก Facebook วันศุกร์เย็น ทักเข้า LINE OA ถามราคาห้อง 2 นอน แอดมินตอบใน 8 นาที ให้ราคาเริ่มต้นพร้อมผังห้องคร่าวๆ แล้วก็เงียบไปเกือบสองสัปดาห์ ถ้าคุณดูแค่ตรงนี้ ดีลนี้จะถูกนับเป็น ‘ลีดเย็น’ ไปแล้ว

แต่สัปดาห์ที่สาม ลูกค้ากลับมาทักอีกครั้งพร้อมคำถามเรื่องเงินดาวน์และอัตราดอกเบี้ยผ่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาไปคำนวณตัวเลขกับคู่ครองมาแล้ว จากจุดนี้ไปจนถึงวันเซ็นสัญญาจอง ใช้เวลาอีก 3 สัปดาห์ และมีการนัดดูห้องจริง 2 ครั้ง ก่อนจะไปจบที่ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์อีกราวหนึ่งเดือนครึ่งหลังจากนั้น

รวมทั้งเส้นทาง มีข้อความไปกลับในแชทมากกว่า 60 ข้อความ การนัดดูห้อง 2 ครั้ง และการโทรคุยกับฝ่ายสินเชื่ออีก 1 ครั้ง — สิ่งเหล่านี้แพลตฟอร์มโฆษณาไม่เห็นสักจุดเดียว มันเห็นแค่ ‘คลิกวันศุกร์’ กับ ‘ยอดขายวันที่โอน’ ถ้าไม่เชื่อมข้อมูลการปิดดีลกลับเข้าระบบโฆษณา Facebook ก็จะคิดว่าแคมเปญนั้นได้แค่คลิกเปล่าๆ

ไล่ไทม์ไลน์ทัชพอยต์ทั้งหมด

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมสรุปทัชพอยต์หลักของดีลนี้เป็นตารางด้านล่าง สิ่งที่อยากให้สังเกตคือช่วง ‘เงียบ’ ระหว่างสัปดาห์ที่ 1-3 ไม่ได้แปลว่าลูกค้าหายไป มันเป็นช่วงที่เขาไปเทียบโครงการอื่นและคำนวณงบเองเงียบๆ

สัปดาห์เหตุการณ์ช่องทาง
1คลิกโฆษณา ทักถามราคาFacebook Ads → LINE
1-3เงียบ (คำนวณงบ/เทียบโครงการเอง)-
3ทักกลับถามเรื่องดาวน์/ดอกเบี้ยLINE
4นัดดูห้องตัวอย่างครั้งแรกที่โครงการ
5ถามเงื่อนไขส่วนลด เทียบกับอีกโครงการLINE
6นัดดูห้องอีกครั้งพร้อมคู่ครองที่โครงการ
6เซ็นสัญญาจอง วางเงินมัดจำที่โครงการ
9-11ยื่นสินเชื่อ อนุมัติ โอนกรรมสิทธิ์ธนาคาร/กรมที่ดิน

ตัวอย่างบทสนทนาช่วงที่เปลี่ยนใจ

ช่วงที่น่าสนใจที่สุดคือสัปดาห์ที่ 5 ตอนลูกค้าเขียนมาว่า ‘พอดีมีอีกที่นึงเสนอส่วนลด 3% ให้ค่ะ พี่ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะว่าที่นี่สู้ไหวไหม’ ถ้าแอดมินตอบแบบตัดราคาทันที มันจะกลายเป็นสงครามราคาที่ทั้งสองโครงการเสียหมด

สิ่งที่แอดมินตอบกลับไปคือ ‘ขอบคุณที่บอกนะคะพี่ เดี๋ยวหนูขอเช็กกับทีมก่อนว่ามีโปรอะไรพอช่วยได้บ้าง แต่นอกจากราคา อยากให้พี่ลองเทียบเรื่องระยะเวลาสร้างเสร็จกับทำเลด้วยนะคะ เพราะโครงการนี้ใกล้ห้างเดินได้ 5 นาที ซึ่งเป็นจุดที่พี่บอกว่าสำคัญตอนคุยกันครั้งแรก’ ข้อความนี้ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องราคา แต่ดึงเหตุผลที่ลูกค้าเคยพูดเองกลับมาเตือนใจ

สองวันถัดมาลูกค้าตอบกลับมาว่าจะนัดดูห้องอีกรอบพร้อมสามี นั่นคือจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของดีลนี้ ไม่ใช่ตอนคลิกโฆษณา และไม่ใช่ตอนถามราคาครั้งแรกด้วยซ้ำ

แล้วทัชพอยต์ไหนกันแน่ที่ ‘ปิดดีล’

ถ้าให้ตอบตรงๆ ไม่มีทัชพอยต์เดียวที่ปิดดีลนี้ แต่มีสามจุดที่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน คลิกโฆษณาทำหน้าที่ ‘เปิดประตู’ การตอบคำถามดาวน์/ดอกเบี้ยทำหน้าที่ ‘คัดกรองความจริงจัง’ และข้อความช่วงเทียบราคาทำหน้าที่ ‘ป้องกันดีลหลุดไปคู่แข่ง’

งานของคนทำโฆษณาส่วนใหญ่หยุดอยู่แค่ทัชพอยต์แรก เพราะนั่นคือจุดเดียวที่วัดผลได้ง่ายในแดชบอร์ด แต่ถ้าอยากรู้ว่าเงินโฆษณาบาทไหนคุ้มจริง ต้องผูกความเร็วในการตอบแชทตอนแรกเข้ากับลำดับการติดตามลูกค้าตลอดเส้นทาง ไม่ใช่มองแค่จุดใดจุดหนึ่งแยกกัน

สิ่งที่ผมเชื่อจากการดูดีลลักษณะนี้มาหลายเคสคือ ดีลอสังหาฯ ปิดที่ ‘ความสม่ำเสมอของการดูแล’ มากกว่าปิดที่ข้อความใดข้อความหนึ่งเป็นพิเศษ ทีมที่ตอบเร็วตั้งแต่แรกแล้วตามถูกจังหวะตลอดสองเดือน มีโอกาสปิดสูงกว่าทีมที่ตอบเร็วแต่หายไปช่วงกลาง

ความผิดพลาดที่ทำให้มองไม่เห็นภาพนี้เลย

  • ปิดเคสในระบบ CRM แค่ ‘ลูกค้าจอง’ แต่ไม่บันทึกว่าจองมาจากแคมเปญ/แอดมินคนไหน ทำให้ย้อนดูภายหลังไม่ได้ว่าอะไรพาเขามาถึงจุดนี้
  • วัดผลแอดแค่ 7 วันแรก ทั้งที่ดีลจริงใช้เวลาเป็นเดือน แคมเปญที่ดูเหมือนไม่มีคอนเวอร์ชันในสัปดาห์แรก อาจเป็นแคมเปญที่ปิดดีลได้ดีที่สุดในอีกสองเดือนข้างหน้าก็ได้
  • ไม่มีใครรับผิดชอบ ‘ช่วงเงียบ’ ระหว่างสัปดาห์ที่ 1-3 ปล่อยให้ลูกค้าคิดเองจนบางรายเปลี่ยนใจไปโครงการอื่นโดยที่ทีมขายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสียลูกค้าไปตอนไหน

สรุป

ดีลราคาหลักล้านไม่เคยปิดที่จุดเดียว มันเป็นผลรวมของทัชพอยต์เล็กๆ หลายจุดที่ต้องดูแลต่อเนื่องเป็นเดือน คนที่มองแค่คลิกแรกหรือแค่ยอดปิดสุดท้าย จะพลาดภาพช่วงกลางที่จริงๆ แล้วเป็นตัวตัดสินว่าดีลจะรอดหรือหลุด

ถ้าคุณขายของราคาสูงผ่านแชท ลองย้อนดูดีลที่ปิดล่าสุดสักสามดีล แล้วนับดูว่ามีทัชพอยต์กี่จุดกว่าจะจบ คุณอาจแปลกใจว่าจุดที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดไม่ใช่จุดที่เปลี่ยนใจลูกค้าจริงๆ เลย

  • ดีลอสังหาฯ ราคาสูงมีทัชพอยต์เฉลี่ยหลายจุดกว่าจะปิด ไม่ใช่แค่คลิกแรกกับยอดปิด
  • ช่วง ‘เงียบ’ กลางดีลคือช่วงเสี่ยงเสียลูกค้าให้คู่แข่งมากที่สุด ต้องมีคนดูแล
  • บันทึกทัชพอยต์ทุกจุดไว้ ถึงจะรู้ว่าโฆษณาบาทไหนพาลูกค้าที่ปิดจริงเข้ามา

คำถามที่พบบ่อย

ดีลอสังหาฯ ส่วนใหญ่ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะปิด

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับราคาห้องและความพร้อมด้านการเงินของลูกค้า แต่โดยทั่วไปดีลราคาหลักล้านมักใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงสามเดือน นับจากทักครั้งแรกถึงเซ็นสัญญาจอง

ช่วงที่ลูกค้าเงียบไปสองสามสัปดาห์ ควรทำอะไรไหม

ควรมีข้อความติดตามแบบให้คุณค่า เช่น ส่งข้อมูลเรื่องแบบผ่อนดาวน์หรือความคืบหน้าโครงการ แทนที่จะเงียบรอเขาทักกลับเอง เพราะช่วงนี้คือช่วงที่เขาอาจกำลังเทียบกับที่อื่นอยู่พอดี

ควรบันทึกอะไรบ้างในทุกทัชพอยต์เพื่อย้อนดูภายหลัง

อย่างน้อยควรบันทึกวันที่ ช่องทางที่มา คำถามหลักที่ลูกค้าถาม และสัญญาณความพร้อม เช่น ถามเรื่องดาวน์หรือถามเรื่องนัดดูห้อง เพื่อให้ทีมที่มารับช่วงต่อเข้าใจสถานะได้ทันที

ทำไมแคมเปญที่ดูเหมือนไม่มีคอนเวอร์ชันเลยในสัปดาห์แรก ถึงยังไม่ควรปิด

เพราะดีลราคาสูงมักใช้เวลาตัดสินใจนาน แคมเปญที่พาคนคุณภาพดีเข้ามาอาจไม่เห็นผลจนกว่าจะผ่านไปหลายสัปดาห์ ควรดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนตัดสินใจปิดแคมเปญ

ถ้าลูกค้าบอกว่าที่อื่นเสนอส่วนลดให้ ควรตัดราคาตามทันทีไหม

ไม่ควรรีบตัดราคาก่อนเข้าใจว่าเขาให้น้ำหนักกับอะไรมากที่สุด บางครั้งเหตุผลอื่นอย่างทำเลหรือระยะเวลาสร้างเสร็จสำคัญกับเขามากกว่าราคา การดึงเหตุผลที่เขาเคยพูดเองกลับมาย้ำ มักได้ผลดีกว่าสงครามราคา

ทีมขายควรมีคนเดียวคุยตลอดเส้นทาง หรือสลับคนได้

ถ้าเป็นไปได้ควรให้คนเดิมดูแลตลอด เพราะดีลราคาสูงลูกค้าต้องการความไว้ใจสะสม การสลับแอดมินกลางทางทำให้ต้องเริ่มสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ซึ่งเสี่ยงทำให้ดีลสะดุด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง