← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

จ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศ 8 หลัก แล้ววัดผลได้แค่ยอดไลก์: เคสปรับวิธีวัดผลให้เห็นเงินจริงจากโพสต์ของดารา

02 ส.ค. 04:23 · อ่าน 1 นาที
จ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศ 8 หลัก แล้ววัดผลได้แค่ยอดไลก์: เคสปรับวิธีวัดผลให้เห็นเงินจริงจากโพสต์ของดารา

สรุปสั้น ๆ

การจ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศมักวัดผลด้วยยอดเอนเกจเมนต์เพราะโพสต์ของดาราไม่มีลิงก์ที่ตามรอยได้ ทางแก้ที่ใช้ได้จริงคือตั้งคำสั่งแอดมิน LINE OA เฉพาะสำหรับแคมเปญนั้น ให้คนที่มาจากโพสต์พิมพ์คำเฉพาะเข้ามา แล้วเทียบยอดกับช่วงเวลาที่โพสต์ออก เพื่อประเมินผลเชิงยอดขายแทนยอดไลก์อย่างเดียว

ผมเคยคุยกับผู้บริหารการตลาดคนหนึ่งที่บ่นให้ฟังว่า จ้างพรีเซนเตอร์ดาราดังโพสต์รีวิวสินค้าครั้งเดียวในราคาหลักแปดหลัก พอโพสต์ออกยอดไลก์ทะลุแสน คอมเมนต์เป็นพันแต่พอถูกถามในที่ประชุมบอร์ดว่ายอดขายที่มาจากโพสต์นี้เท่าไหร่ คำตอบที่มีอยู่คือ “ไม่รู้แน่ชัด เพราะดาราไม่ยอมใส่ลิงก์ติดตามผลในโพสต์ กลัวดูเหมือนโฆษณาแข็ง ๆ เกินไป”

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับแบรนด์ที่ใช้งบก้อนใหญ่กับพรีเซนเตอร์หรือ KOL ระดับบน เพราะการควบคุมคอนเทนต์ของดาราทำได้จำกัดกว่าการซื้อโฆษณาปกติมาก ดาราไม่อยากใส่ลิงก์ยาว ๆ หรือโค้ดส่วนลดที่ดูเป็นการขายของตรงเกินไป เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของตัวเอง แต่นั่นก็แปลว่าแบรนด์เสียความสามารถในการตามรอยยอดขายไปด้วย

บทความนี้เล่าวิธีที่เราแก้ปัญหานี้ให้ลูกค้ารายนั้นในแคมเปญถัดมา โดยไม่ต้องขอให้ดาราใส่ลิงก์หรือโค้ดส่วนลดที่ดูแข็งเกินไป แต่ใช้การตั้งค่า LINE OA และการเทียบช่วงเวลาแทน

ทำไมโพสต์ของพรีเซนเตอร์ถึงวัดผลยอดขายยากกว่าโฆษณาปกติ

โฆษณาที่ซื้อผ่านแพลตฟอร์มโดยตรง เราควบคุมได้ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ลิงก์ปลายทาง UTM parameter ไปจนถึงปุ่มกดที่พาไปยัง LINE OA แต่โพสต์ของพรีเซนเตอร์ระดับดาราส่วนใหญ่เป็นคอนเทนต์ที่ทีมงานของดาราเป็นคนควบคุม แบรนด์ทำได้แค่เสนอแนะ ไม่ใช่บังคับ ทำให้ลิงก์หรือโค้ดติดตามผลที่อยากใส่ มักถูกตัดออกหรือปรับจนไม่เหลือร่องรอยให้ตามได้

ผลคือแบรนด์เห็นแค่ตัวเลขเอนเกจเมนต์บนโพสต์ ซึ่งบอกได้แค่ว่าคนสนใจดูคอนเทนต์มากแค่ไหน แต่บอกไม่ได้เลยว่าคนเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นลูกค้าจริงกี่คน ทำให้การประเมินความคุ้มค่าของงบก้อนใหญ่ที่จ่ายให้พรีเซนเตอร์ทำได้แค่จากความรู้สึกและกระแสสังคม ไม่ใช่ตัวเลขทางธุรกิจ

วิธีใช้ LINE OA ตามรอยผลจากโพสต์พรีเซนเตอร์ โดยไม่ต้องพึ่งลิงก์

  • ตั้งคำเฉพาะให้แอดมินสังเกต — ในช่วงที่โพสต์พรีเซนเตอร์ออก ให้ทีมครีเอทีฟใส่ประโยคปิดท้ายเนื้อหาว่า “ทักไลน์บอก [ชื่อรหัส] เพื่อรับสิทธิ์พิเศษ” เป็นคำที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่โค้ดส่วนลดแข็ง ๆ แต่ทำหน้าที่เป็นตัวติดตามผลในใจ
  • เทียบช่วงเวลาที่โพสต์ออกกับยอดคนทัก LINE OA แบบพิมพ์ชื่อแบรนด์เข้ามาตรง ๆ คล้ายกับหลักการวิเคราะห์การค้นหาแบรนด์เองหลังเห็นสื่อที่ใช้กับแคมเปญทีวี
  • สอบถามคำแรกที่ลูกค้าพิมพ์เข้ามา หลายเคสลูกค้าจะพูดถึงชื่อดาราหรือคำที่ได้ยินจากคลิปตรง ๆ ซึ่งช่วยยืนยันว่าเห็นมาจากโพสต์นั้นจริง แม้จะไม่มีลิงก์ให้กดตามรอยก็ตาม
  • แยกยอดปิดการขายของกลุ่มที่มาช่วงโพสต์พรีเซนเตอร์ออก เทียบกับกลุ่มที่มาจากช่องทางอื่นในเวลาเดียวกัน เพื่อดูว่าคุณภาพต่างกันแค่ไหน

ตัวเลขเปรียบเทียบจากแคมเปญสมมติของแบรนด์เครื่องสำอาง “Belora”

ช่วงเวลาคนทักเข้า LINE OA/วันพูดถึงชื่อดารา/คลิปในข้อความแรก
ก่อนโพสต์ออก (ปกติ)~60 คน~2%
24 ชั่วโมงแรกหลังโพสต์ออก~340 คน~58%
3-7 วันหลังโพสต์ออก~150 คน~24%

อย่ามองข้ามคุณภาพของลีดที่มาจากพรีเซนเตอร์

สิ่งที่น่าสนใจจากเคสนี้คือ อัตราปิดการขายของกลุ่มที่มาจากโพสต์พรีเซนเตอร์ในช่วงแรกกลับต่ำกว่ากลุ่มที่มาจากโฆษณาปกติเล็กน้อย เพราะคนกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งทักเข้ามาเพราะความอยากรู้จักดารามากกว่าอยากซื้อสินค้าจริงจัง แอดมินต้องปรับสคริปต์ให้เล่าเรื่องสินค้าละเอียดขึ้นกว่าปกติ เพราะกลุ่มนี้ยังไม่ผ่านขั้นตอนการรับรู้ข้อมูลสินค้ามาก่อนเหมือนคนที่คลิกโฆษณาที่มีรายละเอียดครบ

บทเรียนนี้ทำให้ทีมมาร์เก็ตติ้งของลูกค้ารายนั้นเปลี่ยนมุมมองว่า พรีเซนเตอร์สร้าง “ความสนใจในวงกว้าง” ได้ดีมาก แต่การเปลี่ยนความสนใจนั้นเป็นยอดขายยังต้องพึ่งพาคุณภาพของทีมแอดมินที่รับแชทต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้ชื่อเสียงของดาราทำงานแทนทั้งหมด

สรุป

การจ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศไม่จำเป็นต้องจบด้วยการวัดผลแค่ยอดไลก์คอมเมนต์ ถ้าวางแผนการตามรอยผลไว้ล่วงหน้าก่อนโพสต์ออก แม้จะไม่ได้ลิงก์ที่ตามรอยได้แบบเป๊ะ ๆ แต่การเทียบช่วงเวลาและฟังคำพูดแรกของลูกค้าก็ให้ภาพที่ใช้ตัดสินใจได้จริง

สิ่งสำคัญที่มากกว่าเครื่องมือวัดผลคือการเตรียมทีมแอดมินให้พร้อมรับคนกลุ่มที่มาจากความสนใจในตัวดารา เพราะพวกเขาต้องการข้อมูลและการอธิบายที่ต่างจากคนที่มาจากโฆษณาที่มีรายละเอียดสินค้าครบอยู่แล้ว

  • ใช้คำรหัสที่เนียนไปกับคอนเทนต์แทนลิงก์แข็ง ๆ เพื่อให้แอดมินสังเกตที่มาของคนทักได้
  • เทียบช่วงเวลาที่โพสต์ออกกับยอดทัก LINE OA และฟังคำพูดแรกของลูกค้าเพื่อยืนยันที่มา
  • เตรียมสคริปต์แอดมินเฉพาะสำหรับกลุ่มที่มาจากพรีเซนเตอร์ เพราะพฤติกรรมและความพร้อมซื้อต่างจากกลุ่มอื่น

คำถามที่พบบ่อย

ต้องขอให้ดาราใส่ลิงก์ในโพสต์เสมอไหมถึงจะวัดผลได้

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าดาราหรือทีมงานไม่สะดวกใส่ลิงก์ การเทียบช่วงเวลาที่โพสต์ออกกับยอดทัก LINE OA และการฟังคำพูดแรกของลูกค้า ก็ให้ภาพที่ใกล้เคียงความจริงพอสมควรแล้ว

ถ้าดาราโพสต์พร้อมกับที่มีแคมเปญโฆษณาอื่นวิ่งอยู่ด้วย จะแยกผลได้อย่างไร

ควรหลีกเลี่ยงการเปิดแคมเปญโฆษณาใหม่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังโพสต์ออก เพื่อให้เห็นผลของโพสต์พรีเซนเตอร์เพียว ๆ ก่อน แล้วค่อยเปิดแคมเปญอื่นตามหลัง จะแยกผลได้ชัดกว่า

คำรหัสที่ให้ลูกค้าพิมพ์เข้ามา ควรออกแบบอย่างไรให้ไม่ดูแข็ง

ควรให้เนียนไปกับเนื้อหา เช่น อ้างอิงมุกหรือคำพูดที่ดาราพูดในคลิปจริง แทนการใช้โค้ดตัวเลขหรือคำที่ฟังดูเป็นการตลาดตรงเกินไป จะได้ทั้งความเป็นธรรมชาติและใช้ติดตามผลได้ในเวลาเดียวกัน

งบพรีเซนเตอร์ระดับนี้คุ้มค่าจริงหรือเปล่า วัดอย่างไร

ควรเทียบต้นทุนต่อคนที่ทักเข้ามาในช่วงหลังโพสต์ออก กับต้นทุนต่อคนที่ทักจากช่องทางโฆษณาปกติในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แล้วดูว่าต่างกันแค่ไหน ร่วมกับการประเมินมูลค่าด้านภาพลักษณ์แบรนด์ที่ตัวเลขอย่างเดียวบอกไม่ได้ทั้งหมด

ถ้าอัตราปิดการขายของกลุ่มพรีเซนเตอร์ต่ำกว่ากลุ่มอื่น ควรเลิกใช้พรีเซนเตอร์ไหม

ไม่จำเป็นต้องเลิก แต่ควรปรับสคริปต์แอดมินให้เหมาะกับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพราะเป้าหมายของพรีเซนเตอร์มักเป็นการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ไม่ใช่ปิดการขายทันที การวัดผลจึงควรมองเป็นภาพระยะยาวร่วมกับตัวเลขระยะสั้นด้วย

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง