← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ตั้ง Attribution Window 7 วันหรือ 28 วัน ตัวเลข ROAS ที่รายงานเจ้านายจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
ตั้ง Attribution Window 7 วันหรือ 28 วัน ตัวเลข ROAS ที่รายงานเจ้านายจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

สรุปสั้น ๆ

Attribution Window คือกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มโฆษณายอมนับว่าการซื้อยังเกี่ยวข้องกับคลิกก่อนหน้าอยู่ ยิ่งตั้งกรอบยาว ยิ่งมีโอกาสจับคู่ยอดขายเข้ากับคลิกได้มากขึ้น ทำให้ ROAS ที่รายงานดูดีขึ้นโดยที่ยอดขายจริงไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่บาทเดียว

‘PetWell’ (ชื่อสมมติ) ร้านขายอาหารเสริมสัตว์เลี้ยงออนไลน์ที่ปิดยอดผ่านไลน์เป็นหลัก เจอเรื่องแปลกที่ทำให้ทีมการตลาดงงไปพักหนึ่ง คือเดือนที่แล้วมีคนแนะนำให้ลองเปลี่ยนการตั้งค่า attribution window ใน Facebook Ads Manager จาก 7-day click เป็น 28-day click ผลคือ ROAS ที่เคยรายงานอยู่ที่ 3.2 เท่า พุ่งขึ้นเป็น 4.6 เท่าทันทีในหน้ารายงาน โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนแอดหรือเพิ่มงบอะไรเลยสักบาท

เจ้าของร้านดีใจมากตอนแรก คิดว่าแอดตัวเองเก่งขึ้นเฉย ๆ แต่พอเช็กยอดขายจริงในบัญชีธนาคารกลับพบว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเดียวกันเลย นั่นเป็นจุดที่ทำให้เริ่มสงสัยว่าตัวเลข ROAS ที่เห็นในหน้าแอดจริง ๆ แล้วบอกอะไรกันแน่

เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่เป็นกลไกปกติของการตั้งค่า attribution window ที่หลายคนไม่เคยตั้งคำถาม บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมแค่เปลี่ยนตัวเลขกรอบเวลา ถึงทำให้ ROAS ที่รายงานเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

Attribution Window คืออะไรกันแน่

Attribution Window คือระยะเวลาหลังจากลูกค้าคลิกโฆษณา ที่แพลตฟอร์มยังยอมนับว่าการซื้อที่เกิดขึ้นภายในช่วงนั้นเกี่ยวข้องกับคลิกดังกล่าว เช่นถ้าตั้ง 7-day click ลูกค้าคลิกวันจันทร์แล้วซื้อภายในวันอาทิตย์ถัดไป จะถูกนับเป็นผลจากคลิกนั้น แต่ถ้าซื้อวันจันทร์ถัดไปอีกสัปดาห์ (เกิน 7 วัน) จะไม่ถูกนับเป็นผลจากคลิกนั้นแล้ว

พอขยายกรอบเป็น 28-day click ลูกค้าคนเดียวกันที่ซื้อภายในเกือบหนึ่งเดือนหลังคลิก ก็ยังถูกนับเป็นผลจากคลิกนั้นอยู่ ทำให้จำนวนการซื้อที่ ‘จับคู่ได้กับคลิกโฆษณา’ เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ ทั้งที่พฤติกรรมลูกค้าจริง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

ทำไม ROAS ถึงเปลี่ยนทั้งที่ยอดขายจริงเท่าเดิม

ROAS คำนวณจากยอดขายที่ ‘แอดอ้างว่าเป็นผลจากตัวเอง’ หารด้วยค่าโฆษณาที่จ่ายไป เมื่อกรอบเวลานับคลิกยาวขึ้น จำนวนยอดขายที่ถูกนับเข้ามาในสูตรก็มากขึ้นตามไปด้วย แม้ยอดขายรวมทั้งหมดของธุรกิจจะเท่าเดิม เพราะมันแค่ ‘แย่งเครดิต’ จากยอดขายที่จะถูกนับเป็นออร์แกนิกหรือช่องทางอื่นอยู่แล้ว มาเป็นของแอดแทน

กรณีของ PetWell ยอดขายบางส่วนที่เคยถูกนับว่ามาจากลูกค้าที่พิมพ์ชื่อร้านเข้ามาตรง ๆ โดยไม่ผ่านแอด พอขยายกรอบเป็น 28 วัน กลับถูกแอด Facebook แย่งเครดิตไปแทน เพราะลูกค้ากลุ่มนั้นเคยคลิกแอดไว้เมื่อสามสัปดาห์ก่อนโดยที่ไม่ได้ซื้อทันที การแย่งเครดิตแบบนี้ทำให้ ROAS ของแอดดูดีขึ้น แต่ภาพรวมธุรกิจไม่ได้ดีขึ้นตามจริง

ตัวอย่างตัวเลขเปรียบเทียบ 7 วันกับ 28 วัน

การตั้งค่า Windowยอดขายที่จับคู่ได้กับแอดROAS ที่รายงาน
7-day click310,000 บาท3.2 เท่า
28-day click445,000 บาท4.6 เท่า
ยอดขายจริงทั้งร้าน (ไม่เปลี่ยน)620,000 บาท-

แล้วควรตั้งกรอบเวลาแบบไหนถึงจะไม่หลอกตัวเอง

  • ใช้กรอบเวลาที่ใกล้เคียงกับวงจรขายจริงของธุรกิจตัวเอง ไม่ใช่เลือกกรอบที่ยาวที่สุดเพราะทำให้ตัวเลขดูดี ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ปิดภายในสามวัน การตั้ง 28 วันจะทำให้ตัวเลขบวมเกินจริง
  • เปรียบเทียบ ROAS ที่ต่างกรอบเวลาไว้เสมอ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเดียว เพื่อให้เห็นว่าความต่างมากแค่ไหนและควรเชื่อตัวไหนมากกว่ากัน
  • ยึดยอดขายจริงในบัญชีเป็นหลักสุดท้ายเสมอ ไม่ว่าตัวเลขในหน้าแอดจะรายงานสวยแค่ไหน เพราะสุดท้ายเงินที่เข้าบัญชีจริงคือความจริงเดียวที่ไม่ถูกกรอบเวลาบิดเบือน
  • ถ้าจะรายงานให้เจ้าของธุรกิจหรือเจ้านายฟัง ให้ระบุกรอบเวลาที่ใช้กำกับไว้ในรายงานเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเวลาต้องเทียบตัวเลขข้ามเดือนที่อาจตั้งค่าไม่เหมือนกัน

สรุป

ตัวเลข ROAS ที่ดูดีขึ้นไม่ได้แปลว่าธุรกิจดีขึ้นเสมอไป บางครั้งมันแค่เป็นผลจากการปรับกรอบเวลานับคลิกให้ยาวขึ้น ซึ่งเป็นการตกแต่งตัวเลขโดยไม่ตั้งใจมากกว่าการปรับปรุงผลงานจริง

ก่อนรายงานตัวเลข ROAS ให้ใครฟัง ลองถามตัวเองก่อนว่ากรอบเวลาที่ใช้อยู่นั้นสะท้อนพฤติกรรมลูกค้าจริงหรือเป็นแค่ค่าที่ทำให้ตัวเลขดูสวยที่สุด

  • Attribution Window ที่ยาวขึ้นทำให้ ROAS ดูดีขึ้นได้ โดยที่ยอดขายจริงไม่เปลี่ยน
  • ควรตั้งกรอบเวลาให้ใกล้เคียงวงจรขายจริง ไม่ใช่เลือกกรอบที่ทำให้ตัวเลขสวยที่สุด
  • ยึดยอดขายจริงในบัญชีเป็นเกณฑ์สุดท้ายเสมอ ไม่ว่าหน้ารายงานแอดจะโชว์ตัวเลขอะไร

คำถามที่พบบ่อย

แพลตฟอร์มไหนควรตั้งกรอบเวลายาวกว่ากัน Facebook หรือ TikTok

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมลูกค้าจริงของธุรกิจคุณบนแต่ละแพลตฟอร์ม บางธุรกิจลูกค้าจาก TikTok ตัดสินใจไวกว่าฝั่ง Facebook ก็ควรตั้งกรอบสั้นกว่า ควรเช็กจากข้อมูลจริงมากกว่าใช้ค่าเริ่มต้นที่แพลตฟอร์มตั้งมาให้

การตั้งกรอบเวลาสั้นเกินไปมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ความเสี่ยงคือจะมองข้ามยอดขายที่มาจากลูกค้าที่ใช้เวลาตัดสินใจนานกว่าปกติ ทำให้ ROAS ดูแย่กว่าความเป็นจริง และอาจนำไปสู่การตัดงบโฆษณาที่จริง ๆ แล้วยังทำงานได้ดีอยู่ เพียงแต่ผลลัพธ์มาช้ากว่ากรอบเวลาที่ตั้งไว้

ทำไมแพลตฟอร์มโฆษณาไม่ตั้งกรอบเวลาให้ตรงกับความจริงของแต่ละธุรกิจไปเลย

เพราะแพลตฟอร์มต้องมีค่าเริ่มต้นที่ใช้ได้กับธุรกิจหลากหลายประเภทพร้อมกัน จึงเลือกค่ากลาง ๆ ที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน หน้าที่ของแต่ละธุรกิจคือต้องปรับกรอบเวลาให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าจริงของตัวเองเอง ไม่ใช่ใช้ค่าเริ่มต้นแบบไม่ตั้งคำถาม

ควรเชื่อ ROAS จากแอดหรือยอดขายจริงในบัญชีมากกว่ากัน

ยอดขายจริงในบัญชีควรเป็นเกณฑ์สุดท้ายเสมอ เพราะ ROAS ในหน้าแอดขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากรอบเวลาและโมเดล attribution ที่เลือก ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้โดยที่ยอดขายจริงไม่เปลี่ยน ควรใช้ ROAS เป็นตัวช่วยตัดสินใจเชิงทิศทาง ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องเชื่อ 100%

มีวิธีดูว่ายอดขายจริงตรงกับที่แอดรายงานแค่ไหนไหม

มี ควรเทียบยอดขายรวมทั้งเดือนจากบัญชีจริงกับยอดขายที่ทุกแพลตฟอร์มโฆษณารวมกันอ้างว่าเป็นผลงานตัวเอง ถ้าตัวเลขรวมจากแอดสูงกว่ายอดขายจริงมาก แปลว่ามีการนับซ้ำเกิดขึ้นจากกรอบเวลาที่ทับซ้อนกันระหว่างแพลตฟอร์ม

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง