← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

U-Shaped Attribution: ให้เครดิตจุดแรกที่ทำให้รู้จักและจุดที่ทำให้ทักไลน์มากกว่าจุดกลาง ๆ

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
U-Shaped Attribution: ให้เครดิตจุดแรกที่ทำให้รู้จักและจุดที่ทำให้ทักไลน์มากกว่าจุดกลาง ๆ

สรุปสั้น ๆ

U-Shaped หรือ Position-Based Attribution ให้เครดิตหนัก ๆ กับสองจุด คือจุดแรกที่ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ และจุดสุดท้ายที่ทำให้เขาทักไลน์ ส่วนจุดสัมผัสระหว่างทางแบ่งเครดิตที่เหลือเท่า ๆ กัน เหมาะกับธุรกิจที่ทั้งการสร้างการรับรู้และการกระตุ้นตัดสินใจสำคัญพอ ๆ กัน

‘SmileCare’ (ชื่อสมมติ) คลินิกทันตกรรมจัดฟันแห่งหนึ่ง มีเคสลูกค้าคนหนึ่งที่ทีมการตลาดยกมาเป็นตัวอย่างสอนงานทุกครั้ง เธอเห็นโฆษณา Facebook ของคลินิกครั้งแรกตอนหาข้อมูลจัดฟันแบบใส เดือนถัดมาเห็นโพสต์รีวิวจากอินฟลูฯ อีกคน สัปดาห์ต่อมาเห็นแอดโปรโมชันผ่อน 0% จนสุดท้ายทักเข้า LINE OA เพื่อจองคิวปรึกษา

รวมแล้วมีจุดสัมผัสอย่างน้อยสามจุดก่อนที่เธอจะทัก คำถามคือ ถ้าจะแบ่งเครดิตยอดขายก้อนนี้ ควรให้น้ำหนักเท่ากันหมดทุกจุดไหม หรือควรให้บางจุดสำคัญกว่าจุดอื่น

หลายคนคุ้นกับ Last-Click และ Linear Attribution มาก่อน แต่มีอีกโมเดลหนึ่งที่ตอบโจทย์ธุรกิจแบบ SmileCare ได้ดีคือ U-Shaped หรือเรียกอีกชื่อว่า Position-Based Attribution ซึ่งเชื่อว่าจุดเริ่มต้นกับจุดปิดสำคัญกว่าจุดกลางทาง

U-Shaped คืออะไร ทำไมถึงเรียกว่ารูปตัว U

ชื่อ U-Shaped มาจากการวาดกราฟน้ำหนักเครดิตของแต่ละจุดสัมผัสเรียงตามลำดับเวลา จุดแรกกับจุดสุดท้ายจะมีแท่งสูง ส่วนจุดกลาง ๆ จะมีแท่งเตี้ยกว่า เมื่อลากเส้นเชื่อมจะได้รูปร่างคล้ายตัว U สูตรที่นิยมใช้กันคือให้เครดิต 40% กับจุดแรก 40% กับจุดสุดท้าย และ 20% หารเฉลี่ยให้จุดกลางที่เหลือทั้งหมด

เหตุผลเบื้องหลังคือ จุดแรกมีค่าเพราะเป็นตัวสร้างการรับรู้ให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ตั้งแต่ต้น ถ้าไม่มีจุดนี้ เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นเลย ส่วนจุดสุดท้ายมีค่าเพราะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลงมือจริง ส่วนจุดกลางแม้จะมีส่วนช่วยประคองความสนใจไว้ แต่บทบาทในการ ‘เริ่ม’ หรือ ‘จบ’ เรื่องนั้นน้อยกว่าสองจุดปลาย

ลองแบ่งเครดิตเคสของ SmileCare ด้วยโมเดลนี้

จุดสัมผัสบทบาทเครดิตตาม U-Shaped
Facebook Ads (ครั้งแรก)จุดเริ่มต้น สร้างการรับรู้40%
โพสต์รีวิวอินฟลูฯ (กลางทาง)ประคองความสนใจ10%
แอดโปรผ่อน 0% (กลางทาง)ประคองความสนใจ10%
ทักไลน์จองคิว (จุดสุดท้าย)กระตุ้นให้ลงมือ40%

U-Shaped เหมาะกับธุรกิจแบบไหนเป็นพิเศษ

โมเดลนี้เหมาะกับธุรกิจที่ทั้งการสร้างการรับรู้และการกระตุ้นตัดสินใจสำคัญพอ ๆ กัน อย่างคลินิกทันตกรรม การศึกษา หรือบริการที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรกแต่ก็ต้องมีตัวกระตุ้นชัดเจนตอนท้ายอย่างโปรโมชันหรือการรีวิว มันแตกต่างจาก Linear ตรงที่ไม่ได้มองว่าทุกจุดสัมผัสสำคัญเท่ากันหมด ซึ่งตรงกับความรู้สึกจริงของนักการตลาดหลายคนมากกว่า

ถ้าธุรกิจของคุณมีจุดสัมผัสกลางทางเยอะมาก เช่นมีคอนเทนต์การศึกษาหลายชิ้นก่อนลูกค้าจะทัก การใช้ U-Shaped อาจทำให้จุดกลางเหล่านั้นดูมีค่าน้อยเกินจริง ในกรณีนั้นอาจต้องพิจารณาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อดูว่าจุดกลางทางไหนมีผลต่อการตัดสินใจมากเป็นพิเศษ แล้วปรับน้ำหนักให้จุดนั้นสูงขึ้นเป็นกรณีพิเศษ

ขั้นตอนเริ่มใช้ U-Shaped กับข้อมูลที่มีอยู่

  1. รวบรวมจุดสัมผัสทั้งหมดของลูกค้าแต่ละคนก่อนทัก โดยถามในแชทหรือดึงจากแคมเปญที่ติด UTM ไว้แล้ว อย่างน้อยต้องรู้ว่าจุดแรกกับจุดสุดท้ายคืออะไร
  2. กำหนดสูตรแบ่งเครดิตเริ่มต้นที่ 40-20-40 แล้วลองใช้กับข้อมูลย้อนหลังสักหนึ่งเดือนก่อน อย่าเพิ่งปรับสูตรจนกว่าจะเห็นผลจริงจากข้อมูลชุดแรก
  3. เทียบผลลัพธ์กับ Last-Click เดิมที่เคยใช้ ดูว่าช่องทางไหนที่ได้เครดิตเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แล้วถามตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นสมเหตุสมผลกับสิ่งที่เห็นในแชทจริงหรือไม่
  4. ปรับสัดส่วน 40-20-40 ให้เข้ากับธุรกิจตัวเองในรอบถัดไป เช่นถ้าจุดกลางทางมีบทบาทมากเป็นพิเศษ อาจปรับเป็น 30-40-30 แทน

สรุป

U-Shaped Attribution เป็นทางสายกลางที่หลายธุรกิจมองข้าม เพราะคนส่วนใหญ่คุ้นกับ Last-Click ที่ง่ายกว่า หรือ Linear ที่ดูยุติธรรมกว่าในทางทฤษฎี ทั้งที่ในความเป็นจริงจุดเริ่มต้นและจุดปิดมักมีน้ำหนักมากกว่าจุดกลางทางเสมอ

ลองเริ่มจากสัดส่วน 40-20-40 กับข้อมูลย้อนหลังของธุรกิจคุณเอง แล้วดูว่าภาพที่ได้ตรงกับสิ่งที่เห็นในแชทจริงแค่ไหน ก่อนจะปรับสัดส่วนให้เข้ากับธรรมชาติของสินค้าคุณมากขึ้น

  • U-Shaped ให้น้ำหนักหนักกับจุดแรกและจุดสุดท้าย ส่วนจุดกลางแบ่งเท่ากัน
  • เหมาะกับธุรกิจที่การสร้างการรับรู้และการกระตุ้นตัดสินใจสำคัญพอ ๆ กัน
  • เริ่มจากสัดส่วน 40-20-40 แล้วค่อยปรับตามธรรมชาติสินค้าและข้อมูลจริง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมไม่ใช้ Linear ที่หารเท่ากันทุกจุดไปเลย ง่ายกว่าไหม

Linear ง่ายกว่าจริง แต่มันสมมติว่าทุกจุดสัมผัสมีความสำคัญเท่ากันหมด ซึ่งไม่ตรงกับความจริงของธุรกิจส่วนใหญ่ที่จุดเริ่มต้นกับจุดปิดมักมีบทบาทเด่นกว่าจุดกลางทางอย่างชัดเจน U-Shaped จึงให้ภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่าโดยไม่ซับซ้อนเกินไป

ถ้ามีจุดสัมผัสแค่จุดเดียว ทั้งเริ่มต้นและปิดคือช่องทางเดียวกัน จะคำนวณยังไง

ในกรณีนั้นให้เครดิตเต็ม 100% กับจุดสัมผัสเดียวนั้นไปเลย เพราะ U-Shaped ใช้ได้จริงเมื่อมีอย่างน้อยสองจุดสัมผัสขึ้นไป ถ้ามีจุดเดียวก็ไม่มีจุดกลางทางให้แบ่ง

สัดส่วน 40-20-40 เปลี่ยนได้ไหม หรือต้องใช้ตัวเลขนี้เท่านั้น

เปลี่ยนได้และควรปรับให้เข้ากับธุรกิจตัวเอง ตัวเลข 40-20-40 เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่นิยมใช้กันทั่วไป ธุรกิจที่จุดกลางทางมีบทบาทมาก เช่นต้องอ่านรีวิวหลายรอบก่อนตัดสินใจ อาจปรับให้จุดกลางได้น้ำหนักมากขึ้น

U-Shaped ใช้ได้กับธุรกิจที่ไม่มีคอนเทนต์กลางทางเลยไหม

ถ้าไม่มีจุดกลางทางเลยก็ไม่ต่างจากการแบ่งครึ่งเครดิตระหว่างจุดแรกกับจุดสุดท้าย ซึ่งก็ยังใช้ได้ตามหลักการเดิม เพียงแต่ในทางปฏิบัติจะเรียกว่าเป็นกรณีพิเศษของ U-Shaped ที่ไม่มีส่วนโค้งตรงกลาง

จะรู้ได้ยังไงว่าธุรกิจตัวเองควรใช้ U-Shaped ไม่ใช่โมเดลอื่น

ลองถามตัวเองว่า การที่ลูกค้ารู้จักแบรนด์ครั้งแรกสำคัญพอ ๆ กับตัวกระตุ้นที่ทำให้เขาทักไหม ถ้าคำตอบคือใช่ทั้งสองอย่าง U-Shaped น่าจะเหมาะกว่า Last-Click หรือ First-Click ที่มองข้ามฝั่งใดฝั่งหนึ่งไปเลย

มีวิธีเก็บลำดับจุดสัมผัสทั้งหมดแบบเป็นระบบไหม ไม่ต้องพึ่งความจำแอดมิน

มี ระบบอย่าง linli ช่วยบันทึกว่าลูกค้าแต่ละคนเข้ามาทักผ่านจุดสัมผัสไหนและมีประวัติคลิกโฆษณาอะไรมาก่อนบ้าง ทำให้การจัดลำดับจุดแรก จุดกลาง และจุดสุดท้ายไม่ต้องพึ่งการจำของแอดมินคนเดียว

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง