ราคาเหล็กและพลาสติกขึ้นลงทุกเดือน แต่ค่าแอดคงที่: ทำไม ROAS ตัวเดียวถึงหลอกซีเอฟโอให้ตัดสินใจผิด

สรุปสั้น ๆ
ROAS ที่คำนวณจากยอดขายหารด้วยค่าแอด ใช้ได้ดีกับธุรกิจที่ต้นทุนสินค้าค่อนข้างคงที่ แต่โรงงานที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กหรือเม็ดพลาสติกขึ้นลงเป็นรายเดือน อาจมี ROAS เท่าเดิมทุกเดือนทั้งที่กำไรจริงต่างกันมาก เพราะยอดขายเท่าเดิมแต่ต้นทุนวัตถุดิบเปลี่ยนไป ฝ่ายการเงินที่ดู ROAS อย่างเดียวโดยไม่ปรับตามต้นทุนจริง เสี่ยงตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบผิดทิศทาง
สมมติโรงงานผลิตโครงเหล็กสำเร็จรูปชื่อ "เหล็กกล้าโครงสร้าง" มียอดขายจากแชท LINE ที่มาจากแอดคงที่อยู่ที่สองล้านบาทต่อเดือน ค่าแอดที่ใช้อยู่ที่แสนบาท ROAS จึงคำนวณออกมาเท่ากับ 20 เท่าทุกเดือน ดูเผิน ๆ เหมือนธุรกิจมั่นคงดี
แต่พอฝ่ายการเงินไปดูราคาต้นทุนเหล็กที่ซื้อเข้ามาผลิตในแต่ละเดือน พบว่าเดือนที่ราคาเหล็กพุ่งสูงกว่าปกติ กำไรขั้นต้นของยอดขายสองล้านบาทเดือนนั้นเหลือแค่ครึ่งเดียวของเดือนที่ราคาเหล็กปกติ ทั้งที่ ROAS หน้าตารายงานยังคงเท่าเดิมทุกเดือน เพราะสูตรคำนวณ ROAS ไม่ได้สนใจต้นทุนวัตถุดิบเลย มันมองแค่ยอดขายกับค่าแอด
ถ้าซีเอฟโอตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาโดยดูแค่ ROAS ผิวเผินแบบนี้ อาจจะเห็นตัวเลขคงที่แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างปกติดี ทั้งที่ความจริงกำไรกำลังบางลงเรื่อย ๆ ในเดือนที่ต้นทุนวัตถุดิบสูง บทความนี้เล่าว่าควรปรับมุมมองยังไงให้เห็นภาพที่ตรงกับความจริงมากขึ้น
ROAS มาตรฐานไม่รู้จักคำว่าต้นทุนสินค้าที่ขายเลย
สูตร ROAS ดั้งเดิมคือยอดขายหารด้วยค่าแอด เป็นตัวเลขที่ออกแบบมาให้ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ได้ง่าย แต่มันมีสมมติฐานซ่อนอยู่ว่าต้นทุนสินค้าคงที่หรือใกล้เคียงเดิมตลอด ธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วไปที่ซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาขายต่ออาจใช้สมมติฐานนี้ได้ในระดับหนึ่ง แต่โรงงานที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักผูกกับราคาตลาดโลก เช่น เหล็ก ทองแดง หรือเม็ดพลาสติกที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน สมมติฐานนี้ใช้ไม่ได้เลย
ผลที่ตามมาคือ ROAS กลายเป็นตัวเลขที่ดูดีเสมอในเดือนที่ยอดขายเท่าเดิม แม้กำไรจริงจะบางลงมากก็ตาม ตัวเลขนี้จึงหลอกคนที่ไม่ได้เจาะลึกให้เข้าใจผิดว่าธุรกิจมั่นคง ทั้งที่ควรมองความสำเร็จเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่ตัวเลขเดียวเหมือนที่ใช้กับการนิยาม conversion
แทนที่ ROAS ด้วยผลตอบแทนหลังหักต้นทุนวัตถุดิบ
ตัวเลขที่สะท้อนความจริงกว่าคือดูกำไรขั้นต้นหลังหักต้นทุนวัตถุดิบของเดือนนั้นจริง แล้วหารด้วยค่าแอด แทนที่จะใช้ยอดขายทั้งก้อน วิธีนี้ใกล้เคียงกับแนวคิดผลตอบแทนตามส่วนต่างกำไรที่แท้จริงที่ธุรกิจอื่นเริ่มใช้กันมากขึ้น เพียงแต่โรงงานต้องเพิ่มตัวแปรต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนเข้าไปในสมการด้วย
| เดือน | ยอดขาย | ต้นทุนวัตถุดิบ | ROAS มาตรฐาน | ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนจริง |
|---|---|---|---|---|
| ราคาเหล็กปกติ (สมมติ) | 2,000,000 บาท | 1,100,000 บาท | 20 เท่า | 9 เท่า |
| ราคาเหล็กพุ่งสูง (สมมติ) | 2,000,000 บาท | 1,500,000 บาท | 20 เท่า | 5 เท่า |
จะปรับงบโฆษณายังไงเมื่อต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงกะทันหัน
- อย่ารีบตัดงบโฆษณาทันทีที่เห็นราคาวัตถุดิบขึ้น เพราะการหยุดยิงแอดกลางทางอาจทำให้เสียลูกค้าที่กำลังจะปิดดีลอยู่แล้ว ควรดูก่อนว่าราคาวัตถุดิบที่ขึ้นเป็นการขึ้นชั่วคราวหรือแนวโน้มระยะยาว
- ถ้าต้นทุนขึ้นแบบมีแนวโน้มต่อเนื่อง ให้พิจารณาปรับราคาขายควบคู่กับการสื่อสารกับทีมขายในแชท แทนที่จะยอมรับกำไรที่บางลงเรื่อย ๆ โดยไม่ทำอะไร
- ถ้าต้นทุนขึ้นชั่วคราวและคาดว่าจะกลับลงในไม่กี่เดือน อาจยอมรับกำไรที่บางลงชั่วคราวเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาดูผลตอบแทนเต็มรูปแบบเมื่อสถานการณ์ปกติ
ฝ่ายการเงินกับฝ่ายการตลาดต้องดูตัวเลขชุดเดียวกัน ไม่ใช่คนละชุด
ปัญหาที่พบบ่อยในโรงงานคือฝ่ายการตลาดรายงาน ROAS แบบดั้งเดิมให้ผู้บริหารเห็น ในขณะที่ฝ่ายการเงินดูต้นทุนวัตถุดิบแยกอีกชุดหนึ่งโดยไม่เชื่อมกัน ทำให้เวลาประชุมทบทวนผลประกอบการ สองฝ่ายพูดกันคนละภาษาและตัดสินใจจากมุมมองที่ไม่ครบถ้วนทั้งคู่ ทางที่ดีกว่าคือทำรายงานร่วมที่รวมทั้งสองมุมมองไว้ในที่เดียว ให้ทั้งฝ่ายการตลาดและฝ่ายการเงินเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ต้น
สรุป
ตัวเลข ROAS ที่ดูมั่นคงทุกเดือนอาจกำลังปิดบังความจริงว่ากำไรกำลังบางลง ถ้าธุรกิจของคุณมีต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนสูงอย่างเหล็กหรือเม็ดพลาสติก การดูแค่ยอดขายเทียบค่าแอดไม่พอจะบอกความจริงของกำไรได้อีกต่อไป
ฝ่ายการเงินและฝ่ายการตลาดต้องมองตัวเลขชุดเดียวกัน โดยรวมต้นทุนวัตถุดิบเข้าไปในการคำนวณผลตอบแทน เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาสอดคล้องกับสถานการณ์กำไรจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายที่มองเผิน ๆ แล้วดูดีตลอดเวลา
- ROAS มาตรฐานไม่รู้จักต้นทุนวัตถุดิบ จึงดูคงที่แม้กำไรจริงจะเปลี่ยนไปมาก
- คำนวณผลตอบแทนหลังหักต้นทุนวัตถุดิบจริงของแต่ละเดือน แทนใช้ยอดขายทั้งก้อน
- ให้ฝ่ายการเงินและฝ่ายการตลาดดูรายงานร่วมชุดเดียวกัน เพื่อตัดสินใจงบจากภาพที่ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย
ควรอัปเดตตัวเลขต้นทุนวัตถุดิบในรายงาน ROAS บ่อยแค่ไหน
ควรอัปเดตอย่างน้อยทุกเดือนตามรอบที่ซื้อวัตถุดิบเข้ามาจริง ถ้าราคาผันผวนเร็วกว่านั้นอาจพิจารณาอัปเดตราย 2 สัปดาห์ในช่วงที่ตลาดวัตถุดิบผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ROAS แบบดั้งเดิมไม่มีประโยชน์เลยใช่ไหมสำหรับโรงงาน
ยังมีประโยชน์ในการดูภาพกว้างเรื่องประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้า แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดเดียวในการตัดสินใจเรื่องงบ ควรดูคู่กับผลตอบแทนหลังหักต้นทุนวัตถุดิบเสมอ
ถ้าไม่มีข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบแบบเรียลไทม์ ควรทำยังไง
ใช้ราคาต้นทุนเฉลี่ยของเดือนก่อนหน้าเป็นค่าประมาณไปก่อน แล้วปรับปรุงให้แม่นขึ้นเมื่อได้ข้อมูลจริง ดีกว่าไม่ปรับเลยและปล่อยให้ ROAS ดูดีเกินจริงต่อไป
ฝ่ายการตลาดควรเรียนรู้เรื่องต้นทุนวัตถุดิบด้วยไหม
ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกเท่าฝ่ายจัดซื้อ แต่ควรรู้ทิศทางคร่าว ๆ ว่าเดือนไหนต้นทุนสูงหรือต่ำ เพื่อตีความตัวเลข ROAS ของตัวเองอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่รายงานตัวเลขเดียวโดยไม่มีบริบท
มีวิธีทำให้เห็นผลกระทบนี้ชัดขึ้นในรายงานประจำเดือนไหม
แนะนำให้ใส่คอลัมน์ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยของเดือนนั้นไว้ข้าง ๆ ตัวเลข ROAS ทุกครั้งที่รายงาน แม้จะเป็นตัวเลขประมาณก็ยังช่วยให้ผู้บริหารเห็นบริบทได้ดีกว่าดู ROAS โดด ๆ
ธุรกิจที่ใช้ linli วัดผลแชท ช่วยเรื่องนี้ได้ไหม
ช่วยในส่วนของการเห็นยอดขายและที่มาของแต่ละดีลชัดเจนขึ้น แต่การนำต้นทุนวัตถุดิบมาคำนวณร่วมยังต้องอาศัยข้อมูลจากฝ่ายจัดซื้อหรือบัญชีมาประกอบเพิ่มเติม เพราะเป็นข้อมูลคนละส่วนกับที่มาของแอด
บทความที่เกี่ยวข้อง


