← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ร้านอาหารสัตว์เลี้ยงสมมติเลิกยิงแอดซ้ำใส่ลูกค้าเก่า หันมานับวันอาหารหมดในแชท LINE แทน

02 ส.ค. 04:24 · อ่าน 1 นาที
ร้านอาหารสัตว์เลี้ยงสมมติเลิกยิงแอดซ้ำใส่ลูกค้าเก่า หันมานับวันอาหารหมดในแชท LINE แทน

สรุปสั้น ๆ

ร้าน ‘เพื่อนสี่ขา’ (ชื่อสมมติ) หยุดยิงแอดหาลูกค้าใหม่แบบไม่หยุดพัก แล้วหันมาคำนวณว่าอาหารสัตว์ที่ลูกค้าซื้อไปครั้งก่อนจะหมดวันไหน แล้วทักไปถามในแชท LINE ก่อนของจะหมดจริง ผลคือยอดซื้อซ้ำโตขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มงบแอดสักบาท

ต้องบอกก่อนว่า ‘เพื่อนสี่ขา’ ที่จะเล่าในบทความนี้เป็นชื่อร้านสมมติที่ผมสร้างขึ้นเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจที่มีอยู่จริง ตัวเลขทุกตัวเป็นตัวอย่างสมมติที่ปรับมาจากรูปแบบที่พบได้บ่อยในร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงออนไลน์ ไม่ใช่สถิติที่มีการยืนยัน

เหตุผลที่หยิบเคสนี้มาเล่า เพราะร้านขายสินค้าที่ต้อง ‘ซื้อซ้ำเป็นรอบแน่นอน’ อย่างอาหารสัตว์ มักลืมข้อได้เปรียบที่สุดของตัวเอง นั่นคือรู้ล่วงหน้าได้ว่าลูกค้าจะกลับมาซื้ออีกเมื่อไหร่ แต่กลับเลือกยิงแอดหาคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่เคยมีข้อมูลนี้อยู่ในมือ

เพื่อนสี่ขาสมมตินี้ก็เป็นแบบนั้นอยู่นานพอสมควร ก่อนที่เจ้าของร้านจะมานั่งไล่ตัวเลขแล้วพบว่ากำลังเสียเงินไปกับสิ่งที่แก้ได้ง่ายกว่าที่คิด

วนเผางบแอดหาลูกค้าใหม่ ทั้งที่ลูกค้าเก่ายังไม่กลับมา

เพื่อนสี่ขาสมมตินี้ขายอาหารสุนัขและแมวผ่านเพจ Facebook และปิดการขายในแชท LINE ทุกเดือนมีงบแอดก้อนหนึ่งที่ตั้งไว้หาลูกค้าใหม่โดยเฉพาะ เพราะทีมเชื่อว่ายอดขายจะโตได้ก็ต้องมีลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ

ปัญหาคือพอลองไล่ดูฐานลูกค้าเก่าย้อนหลังหกเดือน กลับพบว่าลูกค้าจำนวนมากซื้อครั้งเดียวแล้วหายไปเลย ทั้งที่อาหารสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องซื้อซ้ำแน่ ๆ ตามขนาดตัวสัตว์และปริมาณที่กินต่อวัน แปลว่าลูกค้าไม่ได้เลิกเลี้ยงสัตว์ แต่ไปซื้อที่อื่นแทนเพราะร้านไม่เคยทักไปถามก่อนของจะหมด

อาหารสัตว์มีวันหมดที่คำนวณได้ ทำไมร้านไม่เคยใช้ประโยชน์

จุดที่ทีมงานมองข้ามมานานคือ อาหารสัตว์ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อแล้วไม่รู้จะหมดวันไหน ถุงอาหารแต่ละขนาดระบุน้ำหนักชัดเจน และแอดมินก็รู้อยู่แล้วว่าลูกค้าเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กหรือใหญ่จากการคุยกันตอนสั่งซื้อ พอเอาสองอย่างนี้มาคำนวณคร่าว ๆ ก็พอเดาได้ว่าอาหารถุงนั้นจะหมดประมาณวันไหน

สิ่งที่ต่างจากเดิมคือแทนที่จะรอให้ลูกค้าทักมาซื้อเองเมื่อของหมด ทีมเปลี่ยนมาทักไปหาก่อนล่วงหน้าสองสามวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้ายังไม่ทันหมดของและยังไม่ทันไปหาเจ้าอื่น การตั้งรอบซื้อซ้ำแบบนี้ทำให้ร้านกลายเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนเสมอ

  • อาหารสุนัข/แมวถุงเล็ก มักหมดใน 2-3 สัปดาห์ตามขนาดตัวและจำนวนตัวที่เลี้ยง
  • ถุงใหญ่สำหรับบ้านที่เลี้ยงหลายตัว หมดเร็วกว่าที่คิด เพราะปริมาณกินต่อวันคูณจำนวนตัว
  • ทรายแมวและขนมเสริม มีรอบซื้อซ้ำสั้นกว่าตัวอาหารหลัก แต่มักถูกลืมเวลาคำนวณรอบทัก

ตัวอย่างแชททักก่อนอาหารหมด

นี่คือตัวอย่างข้อความสมมติที่แอดมินเพื่อนสี่ขาส่งไปหาลูกค้าก่อนอาหารจะหมดประมาณสามวัน: แอดมิน: ‘สวัสดีค่ะ จำได้ว่าน้องหมาที่บ้านกินอาหารสูตรผิวหนังแพ้ง่ายถุง 3 กก. ที่สั่งไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อนนะคะ ตอนนี้น่าจะใกล้หมดแล้ว สะดวกให้จัดส่งรอบใหม่เลยไหมคะ’

ลูกค้า: ‘พอดีเลยค่ะ เหลืออีกไม่กี่วันจะหมดพอดี ขอบคุณที่ทักมาเตือนนะคะ เกือบลืมสั่งเลย’ — ประโยคสุดท้ายของลูกค้าคือสิ่งที่ทีมเห็นซ้ำ ๆ จนเริ่มมั่นใจว่าปัญหาเดิมไม่ใช่ ‘ลูกค้าไม่อยากซื้อซ้ำ’ แต่เป็น ‘ลูกค้าลืมสั่งจนไปซื้อเจ้าใกล้บ้านแทนชั่วคราว’

แบ่งรอบทักตามพฤติกรรมการซื้อ (ตัวอย่างสมมติ)

ทีมงานสรุปเป็นตารางคร่าว ๆ ต่อไปนี้เพื่อกำหนดว่าลูกค้ากลุ่มไหนควรทักตอนไหน ตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติที่ใช้อธิบายแนวคิด ไม่ใช่สูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน

กลุ่มลูกค้ารอบซื้อซ้ำโดยประมาณเวลาที่ทักไปหา
เลี้ยงสัตว์ตัวเดียว ขนาดกลางทุก 3-4 สัปดาห์ล่วงหน้า 3 วันก่อนของหมด
เลี้ยงหลายตัว หรือสัตว์ตัวใหญ่ทุก 2-3 สัปดาห์ล่วงหน้า 4-5 วัน เผื่อสั่งช้า
ซื้อครั้งแรก ยังไม่รู้รอบแน่ชัดรอดูรอบแรกก่อนทักถามหลังซื้อ 2 สัปดาห์ว่าน้องกินหมดไวแค่ไหน

ตัวเลขที่เปลี่ยนไป และสิ่งที่ยังไม่ได้ผลเท่าที่หวัง

หลังใช้ระบบทักก่อนของหมดได้ประมาณสองเดือน สัดส่วนลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อซ้ำภายในหนึ่งเดือนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในตัวอย่างสมมตินี้ และที่สำคัญกว่าคือทีมลดงบแอดหาลูกค้าใหม่ลงบางส่วน แล้วเอาเวลาแอดมินมาโฟกัสกับการดูแลลูกค้าเก่าที่มีอยู่แล้วแทน ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่มาก

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ตอบกลับ ลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนไปซื้อเจ้าอื่นแล้วจริง ๆ หรือเลิกเลี้ยงสัตว์ไปแล้วโดยไม่ได้บอก การทักไปก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ออเดอร์กลับมาเสมอ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทีมรู้ว่าลูกค้าคนไหนหลุดไปจริง ๆ กับคนไหนแค่ลืม ซึ่งแยกกันชัดกว่าการเดา

สิ่งที่ทำต่อเมื่อระบบนี้เริ่มได้ผล

  • ทำชีตกลางบันทึกวันที่ซื้อ + น้ำหนักถุง + จำนวนตัวที่เลี้ยง เพื่อคำนวณวันหมดโดยประมาณอัตโนมัติมากขึ้น
  • เริ่มแยกกลุ่มลูกค้าตามความถี่และมูลค่าการซื้อเพื่อจัดลำดับว่าใครควรได้รับการทักก่อน
  • ติดตามว่าลูกค้าที่หายไปนานเกินสองรอบ ควรเข้าเงื่อนไขกลุ่มเสี่ยงเลิกซื้อที่ต้องใช้ข้อความคนละแบบจากลูกค้าที่แค่ลืมสั่ง

สรุป

สิ่งที่น่าสนใจของเคสเพื่อนสี่ขาสมมตินี้ไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร แต่คือการกลับไปใช้ข้อมูลที่ร้านมีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์ อาหารสัตว์มีรอบซื้อซ้ำที่คำนวณได้ เพียงแต่ไม่มีใครนั่งทำจริงจังจนกว่าจะเห็นว่างบแอดหาลูกค้าใหม่กำลังเผาไปเรื่อย ๆ

ถ้าร้านของคุณขายสินค้าที่มีรอบใช้หมดชัดเจน ลองกลับไปดูว่าเคยมีลูกค้าคนไหนซื้อครั้งเดียวแล้วหายไปบ้าง อาจไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการสินค้าคุณอีกแล้ว แค่ไม่มีใครทักไปเตือนตอนที่เขายังต้องการอยู่

  • สินค้าที่มีรอบใช้หมดแน่นอน คำนวณวันทักล่วงหน้าได้ ไม่ต้องรอลูกค้าทักมาเอง
  • ทักก่อนของหมดถูกเวลา มักได้ผลดีกว่าการยิงแอดหาลูกค้าใหม่ซ้ำ ๆ
  • แยกกลุ่มลูกค้าที่แค่ลืมสั่งออกจากกลุ่มที่เลิกซื้อจริง เพื่อไม่ให้เสียเวลาทักผิดกลุ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่รู้ว่าลูกค้าเลี้ยงสัตว์กี่ตัว จะคำนวณวันหมดยังไง

เริ่มจากถามตอนขายครั้งแรกว่าเลี้ยงกี่ตัว น้ำหนักประมาณเท่าไหร่ แล้วบันทึกไว้ในโปรไฟล์ลูกค้า ถ้าไม่มีข้อมูลก็ใช้ค่าเฉลี่ยของขนาดถุงที่ซื้อไปประมาณรอบแรกก่อน แล้วค่อยปรับให้แม่นขึ้นตามที่ลูกค้าตอบกลับจริง

ทักไปแล้วลูกค้าไม่ตอบ ควรทักซ้ำไหม

ทักซ้ำได้อีกครั้งหลังจากนั้นสักหนึ่งสัปดาห์ แต่ไม่ควรถี่กว่านั้น เพราะอาจกลายเป็นการรบกวนแทนการช่วยเตือน ถ้าทักสองรอบแล้วยังเงียบ ให้บันทึกไว้เป็นกลุ่มที่อาจเลิกซื้อแล้วจริง ๆ

วิธีนี้ต่างจากการตั้งระบบ subscription ส่งอาหารอัตโนมัติยังไง

ระบบ subscription คือให้ลูกค้าสมัครจ่ายล่วงหน้าเป็นรอบตายตัว ส่วนวิธีทักก่อนของหมดในแชทคือการเตือนแบบเปิดโอกาสให้ลูกค้ายืนยันเองทุกครั้ง เหมาะกับร้านที่ลูกค้ายังไม่พร้อมผูกมัดเป็นสมาชิกระยะยาว

ต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์พิเศษไหมถึงจะทำแบบนี้ได้

ไม่จำเป็นต้องมีระบบซับซ้อน เริ่มจากชีตธรรมดาที่บันทึกวันที่ซื้อกับขนาดถุงก็เพียงพอสำหรับร้านขนาดเล็ก ค่อยอัปเกรดเป็นระบบอัตโนมัติเมื่อจำนวนลูกค้าเยอะจนชีตตามไม่ทัน

ถ้าคำนวณผิดแล้วทักเร็วไปหรือช้าไป จะเสียลูกค้าไหม

ทักเร็วไปเล็กน้อยมักไม่เป็นปัญหา ลูกค้าส่วนใหญ่รู้สึกว่าถูกดูแล แต่ทักช้าเกินไปจนของหมดไปหลายวันแล้วมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะซื้อเจ้าอื่นไปก่อน จึงควรทักล่วงหน้าเผื่อไว้เสมอดีกว่ารอให้พอดีเป๊ะ

วิธีนี้ใช้ได้กับสินค้าประเภทอื่นที่ต้องซื้อซ้ำเป็นรอบไหม

ใช้ได้กับสินค้าที่มีรอบใช้หมดค่อนข้างแน่นอน เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อาหารเสริม หรือของใช้สิ้นเปลืองอื่น ๆ หลักการเดียวกันคือคำนวณรอบใช้งานแล้วทักก่อนของจะหมดจริง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง