← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ร้านเฟอร์นิเจอร์สมมติลดรอบเดินโชว์รูมเปล่า ๆ ด้วยการให้ลูกค้าคุยรายละเอียดในแชทก่อนนัด

02 ส.ค. 04:24 · อ่าน 1 นาที
ร้านเฟอร์นิเจอร์สมมติลดรอบเดินโชว์รูมเปล่า ๆ ด้วยการให้ลูกค้าคุยรายละเอียดในแชทก่อนนัด

สรุปสั้น ๆ

ร้านเฟอร์นิเจอร์สมมติ ‘ไม้เรือนดี’ พบว่าลูกค้าที่เดินเข้าโชว์รูมจำนวนมากยังไม่พร้อมตัดสินใจซื้อจริง จึงย้ายขั้นตอนถามงบประมาณ ขนาดพื้นที่ และความต้องการมาไว้ในแชท LINE ก่อน แล้วนัดเข้าชมเฉพาะคนที่พร้อมจริง ทำให้อัตราปิดการขายต่อรอบนัดสูงขึ้น

ขอเกริ่นก่อนว่า ‘ไม้เรือนดี’ เป็นชื่อร้านสมมติที่ผมตั้งขึ้นเพื่อเล่าเป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจจริง และตัวเลขที่กล่าวถึงเป็นตัวอย่างสมมติที่สะท้อนปัญหาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ราคาสูงมักเจอ ไม่ใช่สถิติที่มีการยืนยันจากที่ไหน

สินค้าราคาสูงอย่างเฟอร์นิเจอร์มีธรรมชาติต่างจากสินค้าทั่วไป คือลูกค้าไม่ตัดสินใจซื้อทันทีที่เห็น ต้องผ่านการเปรียบเทียบ คิดเรื่องงบ วัดพื้นที่ และคุยกับคนในบ้านก่อน ปัญหาของไม้เรือนดีสมมตินี้คือไม่เคยแยกลูกค้าที่ ‘พร้อมซื้อจริง’ ออกจากลูกค้าที่ ‘แค่อยากดูของ’ เลยแม้แต่น้อย

โชว์รูมเต็มทุกวัน แต่ยอดปิดการขายไม่ขยับ

ไม้เรือนดีสมมตินี้ยิงแอด Facebook พาคนมาเดินชมโชว์รูมได้เยอะมาก ทีมขายรู้สึกดีที่มีคนเดินเข้ามาตลอด แต่พอปลายเดือนมานั่งเทียบยอดคนเดินเข้ากับยอดปิดการขาย ตัวเลขกลับต่างกันมาก ลูกค้าจำนวนไม่น้อยเดินดู ถ่ายรูป ถามราคา แล้วก็เดินออกไปเงียบ ๆ ไม่กลับมาอีก

พนักงานขายเสียเวลาต้อนรับและอธิบายรายละเอียดสินค้าให้คนที่ยังไม่พร้อมซื้อพอ ๆ กับลูกค้าที่พร้อมซื้อจริง เพราะไม่มีข้อมูลอะไรมาก่อนว่าใครมาแค่ดู ใครมาเพื่อปิดดีล

ย้ายคำถามสำคัญมาถามในแชทก่อนนัด

ทีมเปลี่ยนขั้นตอนใหม่ ทุกคนที่ทักแชท LINE มาจากแอดจะได้รับคำถามชุดหนึ่งก่อนนัดเข้าชมโชว์รูม แทนที่จะให้เดินเข้ามาเลยแบบเดิม คำถามเน้นเรื่องงบประมาณคร่าว ๆ ขนาดพื้นที่ที่จะวาง และช่วงเวลาที่ต้องการได้ของ

คำตอบที่ได้กลับมาช่วยให้ทีมแยกลูกค้าออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน กลุ่มแรกคือคนที่ตอบละเอียด รู้ขนาดพื้นที่ รู้งบคร่าว ๆ กลุ่มนี้มักพร้อมซื้อภายในหนึ่งถึงสองเดือน ส่วนกลุ่มที่สองคือคนที่ตอบกว้าง ๆ ว่า ‘แค่ดูก่อนค่ะ ยังไม่รีบ’ ซึ่งไม่ใช่ลูกค้าที่ไม่ดี เพียงแต่ต้องการการดูแลคนละแบบ ไม่ใช่การนัดเข้าชมทันที

ตัวอย่างแชทคัดกรองก่อนนัด

นี่คือตัวอย่างบทสนทนาสมมติที่ทีมออกแบบไว้ใช้คุยกับลูกค้าที่ทักมาถามโซฟาชุดหนึ่ง: ลูกค้า: ‘สนใจโซฟาตัวนี้ค่ะ ราคาเท่าไหร่’

แอดมิน: ‘ราคาเริ่มต้นชุดนี้อยู่ที่ประมาณ X บาทค่ะ ขอถามเพิ่มนิดนึงนะคะ พื้นที่ที่จะวางกว้างประมาณกี่เมตรคะ จะได้แนะนำขนาดที่พอดีให้เลย’ คำถามนี้ไม่ได้แค่ช่วยแนะนำสินค้า แต่ยังบอกทีมด้วยว่าลูกค้าคิดเรื่องพื้นที่จริงจังแค่ไหน คนที่ตอบขนาดชัดเจนมักเป็นคนที่วางแผนซื้อไว้แล้วจริง ๆ

ลูกค้า: ‘ประมาณ 3x4 เมตรค่ะ กำลังจะย้ายเข้าคอนโดใหม่เดือนหน้าพอดี’ — คำตอบระดับนี้คือสัญญาณที่ทีมใช้ตัดสินใจนัดเข้าชมโชว์รูมทันที เพราะมีทั้งพื้นที่ชัดเจนและกรอบเวลาที่ต้องการของ

ขั้นตอนคัดกรองก่อนนัดเข้าชมโชว์รูม

  1. ถามงบประมาณคร่าว ๆ ก่อนเสมอ ไม่ต้องขอตัวเลขเป๊ะ แค่ให้รู้ช่วงราคาที่ลูกค้ารับได้
  2. ถามขนาดพื้นที่ที่จะวางสินค้า เพื่อกรองว่าสินค้าที่ลูกค้าสนใจเหมาะกับบ้านเขาจริงไหม
  3. ถามช่วงเวลาที่ต้องการได้ของ ถ้าลูกค้าตอบว่า ‘ยังไม่รีบ อีกเป็นปี’ ให้จัดเข้ากลุ่มติดตามระยะยาวแทนการนัดทันที
  4. ถ้าคำตอบครบทั้งสามข้อและดูพร้อมจริง จึงค่อยเสนอวันนัดเข้าชมโชว์รูมพร้อมสินค้าที่ตรงความต้องการเตรียมไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังใช้ระบบคัดกรอง

  • จำนวนคนเดินเข้าโชว์รูมลดลง แต่สัดส่วนคนที่ปิดการขายได้ต่อรอบนัดสูงขึ้นชัดเจนในตัวอย่างสมมตินี้
  • พนักงานขายเตรียมข้อมูลสินค้าที่ตรงกับลูกค้าล่วงหน้าได้ เพราะรู้ขนาดพื้นที่และงบคร่าว ๆ มาก่อนแล้วจากการคัดกรองในแชท
  • ลูกค้ากลุ่ม ‘ยังไม่รีบ’ ไม่ได้ถูกทิ้ง แต่ถูกใส่เข้าระบบติดตามระยะยาวเพื่อทักกลับไปตอนใกล้ช่วงเวลาที่เขาบอกไว้ว่าน่าจะพร้อม

จุดที่แชทคัดกรองอย่างเดียวยังไม่พอ

ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าไม่ใช่ทุกดีลที่ปิดจบในแชทได้ ลูกค้าเฟอร์นิเจอร์ราคาสูงบางคนต้องการสัมผัสเนื้อผ้าและลองนั่งจริงก่อนตัดสินใจเสมอ ต่อให้คุยในแชทละเอียดแค่ไหนก็ตาม ทีมจึงไม่ได้ตั้งเป้าปิดการขายในแชททั้งหมด แค่ใช้แชทกรองว่าใครควรได้รับนัดแบบไหน

อีกจุดที่พบคือลูกค้าบางคนตอบคำถามในแชทไม่ตรงกับสิ่งที่เจอตอนมาโชว์รูมจริง เช่นบอกงบไว้ต่ำแต่พอเห็นของจริงกลับอยากได้รุ่นแพงกว่า ซึ่งทีมมองว่าเป็นเรื่องปกติของสินค้าที่ต้องคุยเรื่องงบประมาณกันหลายรอบก่อนปิดดีลจริง ไม่ใช่ความผิดพลาดของขั้นตอนคัดกรอง

สรุป

ไม้เรือนดีเป็นชื่อร้านสมมติ แต่ปัญหาที่เล่ามาคือสิ่งที่ร้านขายสินค้าราคาสูงจำนวนมากเจอจริง คนเดินเข้าร้านเยอะไม่ได้แปลว่าจะขายได้เยอะตาม ถ้าไม่มีขั้นตอนแยกคนพร้อมซื้อออกจากคนที่แค่อยากดูก่อน เวลาของพนักงานขายก็ถูกใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่า

สำหรับร้านที่ขายสินค้าต้องนัดเข้าชม การเพิ่มคำถามสั้น ๆ ในแชทก่อนนัดอาจดูเป็นขั้นตอนที่ทำให้ช้าลง แต่ในภาพรวมมักช่วยให้ทั้งลูกค้าและทีมขายใช้เวลาตรงจุดกว่าเดิม

  • คนเดินเข้าร้านเยอะไม่ได้แปลว่าพร้อมซื้อเสมอไป ต้องมีขั้นตอนแยกกลุ่ม
  • ถามงบ พื้นที่ และช่วงเวลาที่ต้องการของในแชทก่อน ช่วยกรองความพร้อมได้ดี
  • ลูกค้าที่ยังไม่พร้อม ควรเข้าระบบติดตามระยะยาว ไม่ใช่ถูกทิ้งไปเฉย ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าลูกค้าไม่อยากตอบคำถามเรื่องงบก่อนนัด ควรทำยังไง

ไม่ควรบังคับ ให้เสนอเป็นตัวเลือกว่าถ้าไม่สะดวกบอกงบตอนนี้ก็นัดเข้าชมได้เลย เพียงแต่ทีมอาจแนะนำสินค้าได้ตรงจุดน้อยกว่าคนที่ให้ข้อมูลไว้ก่อน ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจและยินดีตอบเมื่อรู้ว่าช่วยให้นัดครั้งนั้นมีประโยชน์กว่า

การคัดกรองแบบนี้ทำให้เสียลูกค้าที่ยังไม่แน่ใจไปเลยไหม

ไม่เสีย เพราะลูกค้าที่ยังไม่พร้อมไม่ได้ถูกปฏิเสธ แค่ถูกจัดเข้ากลุ่มติดตามระยะยาวแทนการนัดทันที ทีมยังคงทักไปหาเป็นระยะตามกรอบเวลาที่ลูกค้าบอกไว้เอง

ร้านเฟอร์นิเจอร์เล็กที่มีพนักงานไม่กี่คนจะทำตามวิธีนี้ได้ไหม

ทำได้ แม้จะไม่มีระบบซับซ้อน แค่เตรียมชุดคำถามสามข้อไว้ล่วงหน้าและใช้ตอบทุกคนที่ทักเข้ามา ก็ช่วยกรองได้ในระดับพื้นฐานแล้วโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

ทำไมไม่ถามราคาแบบเจาะจงเป๊ะ ๆ เลยตั้งแต่แรก

เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่รู้ราคาตัวเลขที่แน่นอนในหัว การถามช่วงงบกว้าง ๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจกว่าที่จะตอบ และทีมยังพอเดาทิศทางสินค้าที่ควรแนะนำได้เหมือนกัน

ถ้าลูกค้าบอกงบไว้ต่ำแต่พอมาโชว์รูมกลับอยากได้ของแพงขึ้น ถือว่าคัดกรองผิดไหม

ไม่ถือว่าผิด เพราะเรื่องงบประมาณของสินค้าราคาสูงมักเปลี่ยนได้เมื่อลูกค้าเห็นของจริง การคัดกรองในแชทมีไว้เพื่อกรองความพร้อมและความตั้งใจซื้อเบื้องต้น ไม่ใช่การล็อกราคาสุดท้าย

วิธีคัดกรองในแชทก่อนนัดใช้ได้กับธุรกิจไหนอีกบ้าง

ใช้ได้ดีกับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการราคาสูงที่ต้องนัดเข้าชมหรือให้คำปรึกษา เช่น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์มือสอง หรือบริการตกแต่งภายใน หลักการเดียวกันคือกรองความพร้อมก่อนใช้เวลานัดพบจริง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง