← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ธุรกิจของคุณอยู่ระดับไหนของ Omnichannel Maturity เช็กด้วยแบบประเมินตัวเองแบบตรงไปตรงมา

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:25อัปเดต 12 ก.ค. 04:25อ่าน 1 นาที
ธุรกิจของคุณอยู่ระดับไหนของ Omnichannel Maturity เช็กด้วยแบบประเมินตัวเองแบบตรงไปตรงมา
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ก่อนจะวางแผนขยายกลยุทธ์ Omnichannel ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ธุรกิจอยู่ระดับไหน กรอบประเมินสี่ระดับตั้งแต่ต่างคนต่างทำ ไปจนถึงเชื่อมข้อมูลและปรับอัตโนมัติ ช่วยให้เห็นภาพชัดว่าควรลงทุนพัฒนาด้านไหนก่อน แทนที่จะพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน

คำถามที่ผมมักได้ยินตอนเริ่มคุยกับธุรกิจใหม่คือ “เราควรทำ Omnichannel ระดับไหนดี” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากถ้าไม่รู้ก่อนว่าธุรกิจนั้นเริ่มต้นจากจุดไหน เหมือนถามว่า “ควรวิ่งเร็วแค่ไหน” โดยไม่รู้ว่าตอนนี้ยืนอยู่หรือเดินอยู่

ก่อนวางแผนอะไรต่อ สิ่งที่ต้องทำก่อนคือประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่าตอนนี้อยู่ระดับไหนในสเปกตรัมของความพร้อมด้าน Omnichannel ธุรกิจจำนวนมากประเมินตัวเองสูงเกินจริงเพราะมีหลายช่องทางเปิดอยู่ ทั้งที่ความจริงแต่ละช่องทางยังทำงานแบบแยกส่วนกันอยู่เลย

บทความนี้เสนอกรอบประเมินสี่ระดับที่ทำเองได้ทันที ไม่ต้องจ้างที่ปรึกษามาตรวจสอบ เพียงตอบคำถามตรง ๆ กับตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจตอนนี้

สี่ระดับของวุฒิภาวะ Omnichannel

ระดับลักษณะจุดสังเกตหลัก
1. ต่างคนต่างทำแต่ละช่องทางมีทีมและข้อมูลแยกกันเด็ดขาดไม่มีใครรู้ว่าลูกค้าคนเดียวกันอยู่หลายช่องทาง
2. รู้จักกันบ้างเริ่มมีการแชร์ข้อมูลกันเป็นครั้งคราว แต่ไม่เป็นระบบต้องถามกันเองด้วยแชทหรือปากเปล่าเวลาต้องการข้อมูลข้ามทีม
3. เชื่อมข้อมูลเป็นระบบมีที่รวมข้อมูลลูกค้ากลางที่ทุกทีมเข้าถึงได้เห็นเส้นทางลูกค้าข้ามช่องทางได้โดยไม่ต้องถามใคร
4. ปรับอัตโนมัติข้อมูลไหลระหว่างช่องทางและแพลตฟอร์มโฆษณาอัตโนมัติระบบส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโดยไม่ต้องทำมือ

คำถามตรวจสอบตัวเอง 6 ข้อ

  • ถ้าลูกค้าคนหนึ่งเคยคอมเมนต์ถามราคาใน Facebook แล้วมาทักไลน์ในอีกสองวันถัดมา แอดมินไลน์รู้เรื่องนี้ไหมโดยไม่ต้องถามลูกค้าเอง
  • เวลาต้องรายงานว่าเดือนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน ใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานแค่ไหน ถ้าต้องใช้เวลาหลายวันไล่ถามหลายทีม แปลว่ายังอยู่ระดับต้น ๆ
  • มีใครสักคนในทีมที่รับผิดชอบภาพรวมของลูกค้าข้ามช่องทางโดยเฉพาะไหม หรือแต่ละคนดูแลแค่ช่องทางของตัวเอง
  • เมื่อปิดการขายในไลน์ มีการส่งข้อมูล Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาต้นทางหรือไม่ หรือปล่อยให้แพลตฟอร์มเดาเอาเอง
  • ทีมการตลาดรู้ไหมว่าลีดที่ส่งไปแต่ละช่องทางปิดยอดจริงกี่เปอร์เซ็นต์ หรือรู้แค่จำนวนที่ส่งไป
  • ถ้าต้องเปลี่ยนสัดส่วนงบพรุ่งนี้ มีข้อมูลพร้อมตัดสินใจทันทีไหม หรือต้องรอรวบรวมข้อมูลก่อนหลายวัน

แปลผลคะแนนและควรโฟกัสอะไรก่อน

ถ้าตอบว่า “ไม่” หรือ “ต้องใช้เวลานาน” เกินสี่ใน หกข้อ ธุรกิจของคุณน่าจะอยู่ระดับ 1 หรือ 2 สิ่งที่ควรโฟกัสก่อนคือการตั้งจุดรวมข้อมูลกลาง แม้เป็นแค่สเปรดชีตเดียวที่ทุกทีมกรอกร่วมกัน ไม่ใช่รีบไปหาเครื่องมืออัตโนมัติราคาแพงตั้งแต่ตอนนี้

ถ้าตอบว่า “ใช่” ส่วนใหญ่แต่ยังมีบางข้อที่ต้องใช้เวลา แปลว่าอยู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นจุดที่พร้อมเริ่มพิจารณาระบบอัตโนมัติสำหรับการส่งข้อมูล Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณาได้แล้ว

สิ่งสำคัญคือไม่ต้องรีบไปให้ถึงระดับ 4 ทันที เพราะแต่ละระดับต้องอาศัยพื้นฐานจากระดับก่อนหน้าที่มั่นคง การข้ามระดับมักจบด้วยระบบที่ซับซ้อนเกินกว่าทีมจะดูแลไหว เหมือนที่กล่าวถึงในโรดแมปสามสเตจสำหรับธุรกิจที่กำลังโต

ทำแบบประเมินนี้ซ้ำทุกครึ่งปี ไม่ใช่ทำครั้งเดียว

วุฒิภาวะด้าน Omnichannel ไม่ใช่สถานะถาวร ธุรกิจที่เพิ่มช่องทางใหม่หรือเปลี่ยนทีมงาน อาจร่วงจากระดับ 3 กลับไประดับ 2 ได้ถ้าไม่รักษาระบบข้อมูลกลางไว้ให้ดี การประเมินซ้ำทุกครึ่งปีช่วยจับสัญญาณนี้ได้ทัน ก่อนที่ปัญหาจะสะสมจนแก้ยาก

สรุป

การวางแผนกลยุทธ์ที่ดีเริ่มจากการรู้จักตัวเองอย่างตรงไปตรงมาก่อนเสมอ แบบประเมินนี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องตอบด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ใช่ตอบตามที่อยากให้เป็น

รู้ระดับตัวเองแล้วอย่าเพิ่งรีบกระโดดไปให้ถึงระดับสูงสุด ให้โฟกัสยกระดับทีละขั้นจากจุดที่อ่อนที่สุดก่อน นั่นคือเส้นทางที่ยั่งยืนกว่าการไล่ตามทุกเทรนด์พร้อมกัน

  • ประเมินตัวเองตามสี่ระดับก่อนวางแผนกลยุทธ์ Omnichannel ขั้นต่อไป
  • ใช้ระดับของช่องทางที่อ่อนที่สุดเป็นตัวกำหนดจุดโฟกัส
  • ทำแบบประเมินซ้ำทุกครึ่งปี เพราะวุฒิภาวะไม่ใช่สถานะถาวร

คำถามที่พบบ่อย

แบบประเมินนี้ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะทำเสร็จ

ถ้าตอบคำถามหกข้อตรงไปตรงมาโดยไม่ต้องรวบรวมข้อมูลเพิ่ม ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอยากได้ความแม่นยำมากขึ้น ควรให้หัวหน้าทีมแต่ละช่องทางตอบแยกกันแล้วเทียบคำตอบ เพราะบางครั้งแต่ละทีมมองระดับความพร้อมของตัวเองต่างกัน

ถ้าแต่ละช่องทางอยู่คนละระดับกัน เช่น ไลน์อยู่ระดับ 3 แต่ Facebook อยู่ระดับ 1 ควรทำยังไง

เป็นเรื่องปกติมาก ให้ใช้ระดับของช่องทางที่อ่อนที่สุดเป็นตัวกำหนดโฟกัสก่อน เพราะช่องทางที่อ่อนที่สุดมักเป็นจุดที่ทำให้ข้อมูลรวมของธุรกิจกระจัดกระจาย ควรยกระดับช่องทางนั้นให้ตามทันช่องทางที่แข็งแรงที่สุดก่อน

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มมีแค่ช่องทางเดียว ควรทำแบบประเมินนี้ไหม

ทำได้ แต่คำถามส่วนใหญ่จะยังไม่เกี่ยวข้องเพราะยังไม่มีหลายช่องทางให้เชื่อมกัน สิ่งที่ควรทำแทนคือเตรียมโครงสร้างข้อมูลพื้นฐานไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้พร้อมขยับขึ้นระดับได้เร็วเมื่อเปิดช่องทางที่สอง

ระดับ 4 คือเป้าหมายสูงสุดที่ทุกธุรกิจควรไปถึงจริงไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ ระดับ 4 เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณธุรกรรมมากพอจนความอัตโนมัติคุ้มค่ากับการลงทุน ธุรกิจขนาดเล็กมากอาจอยู่ที่ระดับ 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ใครควรเป็นคนตอบแบบประเมินนี้ในองค์กร

ควรมีอย่างน้อยสามมุมมองคือเจ้าของหรือผู้บริหาร หัวหน้าทีมการตลาด และแอดมินหรือทีมขายที่คุยกับลูกค้าโดยตรง เพราะแต่ละคนเห็นสัญญาณความพร้อมคนละมุม การรวมมุมมองจะได้ผลประเมินที่แม่นกว่าให้คนเดียวตอบ

หลังประเมินแล้วรู้ระดับตัวเอง ขั้นต่อไปควรทำอะไร

นำผลไปเทียบกับสิ่งที่ควรโฟกัสตามระดับที่ได้ แล้วเลือกทำทีละเรื่องแทนที่จะพยายามยกระดับทุกด้านพร้อมกัน การเลือกโฟกัสจุดที่อ่อนที่สุดก่อนมักให้ผลตอบแทนสูงสุดในระยะสั้น

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ซีอีโอประเมินผลงานซีเอ็มโอยังไง เมื่อตัวชี้วัดที่แท้จริงคือยอดปิดในแชท ไม่ใช่ยอดคลิก

ซีอีโอประเมินผลงานซีเอ็มโอยังไง เมื่อตัวชี้วัดที่แท้จริงคือยอดปิดในแชท ไม่ใช่ยอดคลิก

ประเมินซีเอ็มโอด้วย Engagement อย่างเดียวมักให้ภาพผิด บทความนี้เสนอกรอบประเมินที่ผูกกับยอดปิดการขายจริงในแชท แยกผลงานดีจากผลงานที่ดูดีแค่ตัวเลข
กรอบการตัดสินใจของซีอีโอ เพิ่มงบโฆษณาได้เมื่อสัญญาณ Conversion จาก LINE แข็งแรงพอ ไม่ใช่แค่ยอดขายขึ้น

กรอบการตัดสินใจของซีอีโอ เพิ่มงบโฆษณาได้เมื่อสัญญาณ Conversion จาก LINE แข็งแรงพอ ไม่ใช่แค่ยอดขายขึ้น

ยอดขายขึ้นไม่ได้แปลว่าเพิ่มงบแล้วจะขึ้นต่อเสมอ บทความนี้เสนอกรอบตัดสินใจที่ซีอีโอใช้ตรวจคุณภาพของสัญญาณ Conversion ก่อนอนุมัติขยายงบโฆษณา
ซีเอ็มโอที่ดูหลายแบรนด์ แบ่งงบข้ามแบรนด์ด้วยสัญญาณ Conversion จาก LINE ยังไง

ซีเอ็มโอที่ดูหลายแบรนด์ แบ่งงบข้ามแบรนด์ด้วยสัญญาณ Conversion จาก LINE ยังไง

แบ่งงบเท่ากันทุกแบรนด์ดูยุติธรรมแต่มักไม่มีประสิทธิภาพ บทความนี้เสนอเพลย์บุ๊กจัดสรรงบข้ามแบรนด์ในเครือ โดยอ้างอิงคุณภาพสัญญาณ Conversion จากแชทของแต่ละแบรนด์