← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ซีเอ็มโอที่ดูหลายแบรนด์ แบ่งงบข้ามแบรนด์ด้วยสัญญาณ Conversion จาก LINE ยังไง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 16:23อัปเดต 12 ก.ค. 16:23อ่าน 1 นาที
ซีเอ็มโอที่ดูหลายแบรนด์ แบ่งงบข้ามแบรนด์ด้วยสัญญาณ Conversion จาก LINE ยังไง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ซีเอ็มโอที่ดูแลหลายแบรนด์ในเครือมักเจอแรงกดดันให้แบ่งงบเท่ากันเพื่อความยุติธรรม แต่การแบ่งเท่ากันมักทำให้แบรนด์ที่มีศักยภาพสูงได้งบไม่พอ ขณะที่แบรนด์ที่อิ่มตัวแล้วได้งบเกินความจำเป็น เพลย์บุ๊กที่ได้ผลกว่าคือจัดสรรตามคุณภาพสัญญาณ Conversion ของแต่ละแบรนด์ แล้วทบทวนใหม่ทุกไตรมาส

บริษัท ลุคดี คอสเมติกส์ กรุ๊ป จำกัด มีแบรนด์ในเครือสี่แบรนด์ ตั้งแต่สกินแคร์ระดับพรีเมียมไปจนถึงเครื่องสำอางราคาประหยัด คุณดาว ซีเอ็มโอที่ดูแลทั้งเครือ เคยแบ่งงบโฆษณาให้แต่ละแบรนด์เท่ากันทุกไตรมาส เพราะรู้สึกว่าเป็นวิธีที่ยุติธรรมที่สุดและตัดปัญหาเรื่องคนในทีมโต้เถียงกันเรื่องความลำเอียง

ปัญหาคือ พอถึงสิ้นปี แบรนด์พรีเมียมที่มีอัตราปิดการขายในแชทสูงกว่าแบรนด์อื่นเกือบสองเท่า กลับเติบโตช้าเพราะงบไม่พอขยาย ในขณะที่แบรนด์ราคาประหยัดที่อัตราปิดการขายเริ่มอิ่มตัวแล้ว ยังได้งบเท่าเดิมทุกไตรมาสโดยไม่มีการเติบโตเพิ่ม เงินก้อนเดียวกันแต่สร้างผลตอบแทนต่างกันมาก

บทความนี้เล่าเพลย์บุ๊กที่คุณดาวปรับใช้ในปีถัดมา ซึ่งเปลี่ยนจากการแบ่งเท่ากันมาเป็นการจัดสรรตามคุณภาพสัญญาณ พร้อมวิธีอธิบายให้ทีมแต่ละแบรนด์เข้าใจโดยไม่รู้สึกว่าถูกลำเอียง

กับดักของการแบ่งงบเท่ากัน: ยุติธรรมในรูปแบบ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในผล

การแบ่งงบเท่ากันดูเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุดในสายตาคนบริหาร เพราะไม่มีใครโต้แย้งได้ว่าไม่ยุติธรรม แต่ปัญหาคือธุรกิจแต่ละแบรนด์ไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกันของวงจรการเติบโต บางแบรนด์ยังมีที่ว่างให้ขยาย บางแบรนด์เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การให้งบเท่ากันจึงเหมือนรดน้ำต้นไม้ทุกต้นเท่ากัน ทั้งที่บางต้นต้องการน้ำมากกว่าและบางต้นรดมากไปก็ไม่งอกเพิ่ม

สิ่งที่คุณดาวเรียนรู้คือ ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่การให้เท่ากัน แต่คือการให้ตามศักยภาพที่พิสูจน์ได้จากข้อมูล ซึ่งวัดได้จากความสามารถในการทำกำไรของแต่ละช่องทางเทียบกันระหว่างแบรนด์

แบ่งแบรนด์เป็นสามระดับตามคุณภาพสัญญาณ Conversion

ระดับลักษณะแนวทางจัดสรรงบ
กำลังโตอัตราปิดการขายในแชทสูงและยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวเพิ่มงบเป็นอันดับแรก ทดสอบขยายสัดส่วนทุกไตรมาส
คงที่อัตราปิดการขายทรงตัว ไม่ลดแต่ก็ไม่โตเพิ่มมากแล้วรักษางบเดิม เน้นปรับประสิทธิภาพภายในงบเดิมแทนการเพิ่ม
อิ่มตัวอัตราปิดการขายเริ่มลดลงเมื่อเพิ่มงบ หรือต้นทุนต่อการปิดขายสูงขึ้นเร็วลดงบส่วนเกิน ย้ายไปยังแบรนด์ที่กำลังโตแทน

ขั้นตอนทบทวนและจัดสรรงบใหม่ทุกไตรมาส

  1. รวบรวมข้อมูลอัตราปิดการขายในแชทและต้นทุนต่อการปิดขายของแต่ละแบรนด์ ให้อยู่ในรูปแบบเปรียบเทียบกันได้ตรง ๆ
  2. จัดกลุ่มแต่ละแบรนด์เข้าสามระดับตามตารางข้างต้น โดยดูแนวโน้มสามเดือนล่าสุด ไม่ใช่แค่เดือนเดียว
  3. เสนอแผนจัดสรรงบใหม่ให้ทีมของแต่ละแบรนด์รับทราบล่วงหน้า พร้อมข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ ไม่ใช่แจ้งผลแบบไม่มีที่มา
  4. ปรับงบไม่เกิน 20-30% ต่อไตรมาสต่อแบรนด์ เพื่อไม่ให้ทีมที่ถูกลดงบต้องปรับตัวเร็วเกินไปจนกระทบการทำงานประจำวัน

อธิบายให้ทีมแบรนด์ที่ถูกลดงบเข้าใจ โดยไม่รู้สึกว่าถูกลงโทษ

จุดที่ยากที่สุดในการเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบไม่ใช่เรื่องตัวเลข แต่คือการสื่อสารกับทีมแบรนด์ที่ได้งบลดลง คุณดาวใช้วิธีอธิบายด้วยข้อมูลเสมอ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว เช่น แสดงกราฟที่ชัดว่าต้นทุนต่อการปิดขายของแบรนด์นั้นสูงขึ้นต่อเนื่องสามไตรมาสติด พร้อมเสนอว่าจะกลับมาเพิ่มงบให้ทันทีถ้าตัวเลขเริ่มดีขึ้นในอนาคต

สิ่งสำคัญคือทำให้ทีมเห็นว่าการจัดสรรงบเป็นกระบวนการที่ทบทวนใหม่ทุกไตรมาส ไม่ใช่การตัดสินถาวร แบรนด์ที่ถูกลดงบวันนี้ ยังมีโอกาสได้งบเพิ่มกลับในไตรมาสถัดไปถ้าตัวเลขพิสูจน์ได้ ซึ่งต่างจากความรู้สึกว่าถูกลงโทษแบบไม่มีทางกลับ

ประโยชน์แฝง: บทเรียนจากแบรนด์หนึ่งช่วยแบรนด์อื่นได้

ผลข้างเคียงที่คุณดาวไม่ได้คาดไว้ตอนแรกคือ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลข้ามแบรนด์อย่างเป็นระบบ ทีมเริ่มเห็นว่าเทคนิคบางอย่างที่ใช้ได้ผลในแบรนด์พรีเมียม เช่นการวิเคราะห์ความสามารถทำกำไรระดับสินค้า สามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ราคาประหยัดได้เช่นกัน แม้กลุ่มลูกค้าจะต่างกัน

การจัดสรรงบตามข้อมูลจึงไม่ได้ให้แค่ประโยชน์เรื่องประสิทธิภาพงบ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมที่แต่ละทีมแบรนด์เรียนรู้จากกันและกันมากขึ้น แทนที่จะทำงานแยกส่วนแบบต่างคนต่างทำเหมือนก่อนหน้านี้

สรุป

การแบ่งงบเท่ากันทุกแบรนด์เป็นทางเลือกที่ดูปลอดภัยแต่มักทิ้งผลตอบแทนไว้บนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว เพราะแบรนด์แต่ละตัวอยู่คนละจุดของวงจรการเติบโต

การจัดสรรงบตามคุณภาพสัญญาณ Conversion พร้อมทบทวนใหม่ทุกไตรมาส ช่วยให้เงินก้อนเดียวกันสร้างผลตอบแทนรวมสูงขึ้น โดยที่ยังรักษาความยุติธรรมได้ ถ้าอธิบายด้วยข้อมูลอย่างโปร่งใสตั้งแต่ต้น

  • แบ่งงบเท่ากันทุกแบรนด์ดูยุติธรรมแต่มักไม่มีประสิทธิภาพ เพราะแต่ละแบรนด์อยู่คนละจุดของการเติบโต
  • จัดกลุ่มแบรนด์เป็นสามระดับตามคุณภาพสัญญาณ Conversion แล้วจัดสรรงบตามระดับนั้น
  • สื่อสารกับทีมแบรนด์ที่ถูกลดงบด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว และย้ำว่าเป็นกระบวนการที่ทบทวนใหม่ได้ทุกไตรมาส

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าแบรนด์ใหม่เพิ่งเปิดตัว ยังไม่มีข้อมูลพอจะจัดระดับ ควรทำยังไง

ให้งบตั้งต้นในระดับที่เหมาะกับการทดลอง ไม่ต้องรีบจัดเข้าสามระดับทันที รอสะสมข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งไตรมาสก่อนเริ่มเทียบกับแบรนด์อื่นในเครือ

การลดงบแบรนด์ที่อิ่มตัวแล้ว จะทำให้แบรนด์นั้นถดถอยไปเลยไหม

ไม่จำเป็น เป้าหมายคือลดงบส่วนเกินที่ไม่สร้างผลตอบแทนเพิ่ม ไม่ใช่ตัดงบจนกระทบยอดขายพื้นฐาน ควรรักษางบในระดับที่พอรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้เสมอ

ควรจัดสรรงบใหม่บ่อยแค่ไหน ทุกไตรมาสถี่เกินไปหรือไม่

ทุกไตรมาสเหมาะสมสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ เพราะให้เวลาพอสำหรับเห็นแนวโน้มที่ชัดเจน แต่ไม่นานจนพลาดจังหวะปรับตัว ธุรกิจที่มีฤดูกาลผันผวนสูงอาจต้องทบทวนถี่ขึ้นเป็นทุกสองเดือน

แบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าควรได้งบมากกว่าเสมอไหม แม้อัตราปิดการขายจะต่ำกว่า

ต้องดูทั้งสองปัจจัยประกอบกัน ไม่ใช่มาร์จิ้นอย่างเดียว แบรนด์มาร์จิ้นสูงที่ปิดการขายยากอาจให้ผลตอบแทนสุทธิต่องบที่ใช้ต่ำกว่าแบรนด์มาร์จิ้นต่ำที่ปิดการขายง่ายก็เป็นไปได้ ควรคำนวณผลตอบแทนสุทธิรวมทั้งสองปัจจัยก่อนตัดสินใจ

ถ้าซีอีโอมีแบรนด์โปรดส่วนตัวที่อยากให้ได้งบเยอะ ทั้งที่ข้อมูลไม่สนับสนุน ควรทำยังไง

นำเสนอข้อมูลตามจริงและอธิบายผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถ้าเพิ่มงบให้แบรนด์นั้นทั้งที่สัญญาณยังไม่พร้อม บางครั้งซีอีโออาจมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์อื่นที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข เช่น การวางตำแหน่งแบรนด์ระยะยาว ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมที่ต้องคุยกันตรง ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อมูลเป็นตัวตัดสินอย่างเดียวเสมอไป

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Ads Budget Calculator

เริ่มจากเป้ารายได้ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องมีกี่ Lead กี่คลิก และงบเท่าไร

คำนวณงบฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก่อนติดตั้งแชทบอทหรือปลั๊กอินตัวใหม่เข้า LINE OA ถามผู้ให้บริการ 4 เรื่องนี้ก่อน

ก่อนติดตั้งแชทบอทหรือปลั๊กอินตัวใหม่เข้า LINE OA ถามผู้ให้บริการ 4 เรื่องนี้ก่อน

ร้านค้าชอบติดตั้งปลั๊กอินหรือแชทบอทจากภายนอกเพื่อเพิ่มฟีเจอร์ แต่น้อยรายที่เช็กว่าตัวกลางนั้นดูแลข้อมูลลูกค้าอย่างไร บทความนี้วางคำถามที่ควรถามก่อนเซ็นใช้บริการ
ของหมดใน 3 นาทีทั้งที่สต๊อกมี 500 ชิ้น สงสัยบอทแย่งจองผ่านแชทช่วงเซลใหญ่หรือเปล่า

ของหมดใน 3 นาทีทั้งที่สต๊อกมี 500 ชิ้น สงสัยบอทแย่งจองผ่านแชทช่วงเซลใหญ่หรือเปล่า

ช่วง 11.11 หรือปลายปีที่ยอดแชทพุ่งสูง ร้านบางแห่งเจอของหมดเร็วผิดปกติจนน่าสงสัยว่ามีบอทแย่งจองอยู่หรือไม่ บทความนี้ชวนสังเกตสัญญาณและวางแนวป้องกันที่ทำได้จริง
ช่างกุญแจฉุกเฉินมีลูกค้าทักพร้อมกันห้าเจ้าตอนตีสอง ใครตอบก่อนคือคนได้งาน แล้วจะวัดผลแอดยังไง

ช่างกุญแจฉุกเฉินมีลูกค้าทักพร้อมกันห้าเจ้าตอนตีสอง ใครตอบก่อนคือคนได้งาน แล้วจะวัดผลแอดยังไง

ธุรกิจช่างกุญแจฉุกเฉินมีลักษณะการแข่งขันที่ต่างจากธุรกิจทั่วไปสุดขั้ว บทความนี้ชี้ปัญหาการวัดผลแอดเมื่อลูกค้าทักหลายเจ้าพร้อมกันเพื่อหาคนตอบเร็วที่สุด