ลูกค้าซื้อของสามอย่างในบิลเดียว แต่แต่ละอย่างมาจากแอดคนละตัว ควรแบ่งเครดิตยังไง

สรุปสั้น ๆ
ร้านที่มีสินค้าหลายหมวดมักเจอลูกค้าที่เห็นแอดตัวหนึ่งแล้วทักเข้ามา แต่พอคุยไปคุยมากลับซื้อสินค้าอีกตัวที่ไม่ได้อยู่ในแอดนั้นเพิ่มเข้าไปด้วย ถ้าคุณให้เครดิตทั้งบิลกับแอดตัวแรกที่พาเข้ามาอย่างเดียว แคมเปญที่โปรโมตสินค้าตัวที่สองจะดูเหมือนไม่มีผลอะไรเลย ทั้งที่จริง ๆ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ยอดบิลใหญ่ขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น
ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านร้านหนึ่งรันแอดโปรโมตผ้าม่านอยู่ตัวหนึ่ง กับแอดโปรโมตพรมปูพื้นอีกตัวหนึ่งแยกกัน ลูกค้าคนหนึ่งเห็นแอดผ้าม่านแล้วทักเข้ามาถามราคา คุยไปคุยมาแอดมินแนะนำพรมที่เข้าชุดกันเพิ่ม ลูกค้าตัดสินใจซื้อทั้งคู่ในบิลเดียว
พอปิดยอดและส่งมูลค่ากลับ แอดมินส่งเครดิตทั้งบิลให้กับแอดผ้าม่านที่พาลูกค้าเข้ามาแรกสุด ทำให้ตัวเลขของแอดผ้าม่านดูดีมาก ในขณะที่แอดพรมปูพื้นที่รันคู่กันมาตลอดกลับดูเหมือนไม่มีผลอะไรเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงสินค้าทั้งสองมีส่วนทำให้บิลนี้เกิดขึ้น
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกรณีนี้กรณีเดียว แต่เกิดกับทุกร้านที่ขายสินค้าหลายประเภทและมักถูกซื้อพ่วงกันในบิลเดียว ถ้าไม่มีวิธีแบ่งเครดิตที่สมเหตุสมผล การตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาระหว่างสินค้าแต่ละตัวจะบิดเบือนไปเรื่อย ๆ
ทำไมการให้เครดิตทั้งบิลกับแอดเดียวถึงไม่ยุติธรรม
หลักการง่าย ๆ ของการวัดผลโฆษณาคือ ให้เครดิตกับสิ่งที่ ‘มีส่วนทำให้เกิดการขาย’ แต่พอบิลหนึ่งมีสินค้าจากหลายแคมเปญปนกัน การให้เครดิตทั้งหมดกับแอดตัวแรกที่พาลูกค้าเข้ามาจะทำให้มองข้ามบทบาทของสินค้าตัวอื่นที่ถูกซื้อพ่วงไปด้วย
เรื่องนี้ต่างจากการแมตช์ออเดอร์กลับแคมเปญที่พูดถึงการผูกออเดอร์กับที่มาของลูกค้าโดยรวม เพราะในกรณีนี้ปัญหาซับซ้อนกว่านั้น คือหนึ่งออเดอร์มีที่มาจากหลายแคมเปญปนกันอยู่ในบิลเดียว ไม่ใช่แค่หนึ่งออเดอร์หนึ่งที่มา
สามวิธีแบ่งเครดิตที่ใช้ได้จริงในร้านขนาดต่าง ๆ
ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน แต่มีวิธีคิดที่พอเลือกใช้ได้ตามขนาดและความซับซ้อนของสินค้าที่คุณขาย
| วิธีแบ่งเครดิต | เหมาะกับร้านแบบไหน | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ให้เครดิตเต็มกับแอดที่พาเข้ามาก่อน | ร้านที่สินค้าเสริมมีมูลค่าน้อยกว่าสินค้าหลักมาก | มองข้ามผลของสินค้าที่ซื้อพ่วง |
| แบ่งเครดิตตามสัดส่วนมูลค่าสินค้าแต่ละตัวในบิล | ร้านที่สินค้าหลายตัวมีมูลค่าใกล้เคียงกัน | ต้องมีระบบแยกมูลค่ารายชิ้นในบิล |
| ให้เครดิตเต็มกับทุกแอดที่เกี่ยวข้อง (นับซ้ำได้) | ร้านขนาดเล็กที่ยังไม่อยากทำระบบซับซ้อน | ยอดรวมของทุกแคมเปญจะสูงกว่ายอดขายจริงเมื่อรวมกัน |
บางทีก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งละเอียดขนาดนั้น
ถ้าสินค้าที่ซื้อพ่วงกันมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าหลัก หรือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก การลงทุนทำระบบแบ่งเครดิตที่ซับซ้อนอาจไม่คุ้มค่าเวลา ทางที่ง่ายกว่าคือให้เครดิตเต็มกับแอดที่พาเข้ามาก่อนไปพลาง ๆ แล้วใช้สามัญสำนึกในการตีความตัวเลขที่ได้
แต่ถ้าร้านของคุณขายของหลายหมวดที่มักถูกซื้อพ่วงกันเป็นประจำ และแต่ละหมวดมีงบโฆษณาแยกกันชัดเจน การแบ่งเครดิตตามสัดส่วนมูลค่าจะช่วยให้เห็นROAS ที่แท้จริงของแต่ละแคมเปญได้แม่นยำกว่ามาก และยังช่วยให้การตัดสินใจเรื่องกำไรต่อค่าแอดของแต่ละหมวดสินค้าไม่ถูกบดบังด้วยยอดขายพ่วงจากหมวดอื่น
สรุป
การให้เครดิตทั้งบิลกับแอดตัวเดียวเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแต่ไม่ยุติธรรมกับแคมเปญอื่นที่มีส่วนช่วยให้บิลนั้นใหญ่ขึ้น ยิ่งร้านขายสินค้าหลายหมวดที่มักถูกซื้อพ่วงกัน ความไม่ยุติธรรมนี้ยิ่งสะสมจนบิดเบือนการตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาในระยะยาว
ไม่ต้องเริ่มจากระบบแบ่งเครดิตที่ซับซ้อนที่สุด แค่เลือกวิธีที่เหมาะกับขนาดร้านของคุณตอนนี้ก่อน แล้วค่อยปรับให้ละเอียดขึ้นเมื่อสินค้าหลายหมวดเริ่มมีน้ำหนักในยอดขายมากพอที่จะคุ้มค่ากับความละเอียดนั้น
- บิลที่มีสินค้าจากหลายแคมเปญ ไม่ควรให้เครดิตทั้งหมดกับแอดตัวเดียวเสมอไป
- เลือกวิธีแบ่งเครดิตให้เหมาะกับขนาดร้านและความใกล้เคียงของมูลค่าสินค้า
- ถ้าสินค้าพ่วงมีมูลค่าน้อยและเกิดไม่บ่อย อาจยังไม่ต้องแบ่งละเอียดก็ได้
คำถามที่พบบ่อย
ควรให้เครดิตกับแอดตัวไหนถ้าลูกค้าซื้อของสองอย่างพอ ๆ กัน
ถ้ามูลค่าใกล้เคียงกันมาก การแบ่งเครดิตครึ่งต่อครึ่งเป็นวิธีที่เข้าใจง่ายและยุติธรรมพอสมควร ไม่จำเป็นต้องคำนวณละเอียดถึงทศนิยม เพราะเป้าหมายคือให้ภาพรวมใกล้ความจริงมากขึ้น ไม่ใช่ความแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
การนับซ้ำให้ทุกแอดที่เกี่ยวข้องเสียหายแค่ไหน
ถ้าใช้ตัวเลขนี้แค่ดูภาพรวมคร่าว ๆ ก็ไม่เสียหายมาก แต่ถ้านำไปรวมยอดทุกแคมเปญแล้วเทียบกับยอดขายจริงทั้งร้าน จะพบว่าตัวเลขรวมสูงกว่าความจริง เพราะบิลเดียวถูกนับเครดิตซ้ำในหลายแคมเปญ ควรระวังเวลานำไปสรุปเป็นภาพรวมทั้งร้าน
แอดมินต้องจดบันทึกที่มาของสินค้าแต่ละชิ้นในบิลไหม
ถ้าอยากแบ่งเครดิตอย่างละเอียด จำเป็นต้องรู้ว่าลูกค้าถามเข้ามาจากแอดไหนก่อน แล้วสินค้าตัวไหนถูกแนะนำเพิ่มทีหลัง การจดบันทึกสั้น ๆ ตอนคุยกับลูกค้าจะช่วยได้มาก แม้จะเพิ่มงานแอดมินเล็กน้อยแต่ให้ข้อมูลที่มีค่ากว่าการเดา
ถ้าไม่รู้จริง ๆ ว่าลูกค้าเห็นแอดไหนก่อน ควรทำยังไง
ให้ยึดสินค้าที่มีมูลค่าสูงสุดในบิลเป็นตัวหลักในการให้เครดิต เพราะโดยทั่วไปสินค้าราคาสูงมักเป็นเหตุผลหลักที่ลูกค้าตัดสินใจทักเข้ามา ส่วนของเสริมราคาต่ำกว่ามักเป็นการซื้อเพิ่มระหว่างคุยมากกว่าจะเป็นเหตุผลหลักที่พาเขาเข้ามา
ปัญหานี้เกิดกับร้านที่ขายสินค้าอย่างเดียวหมวดเดียวไหม
แทบไม่เกิด เพราะถ้าขายสินค้าหมวดเดียวหรือใกล้เคียงกันหมด บิลส่วนใหญ่จะมาจากแอดที่โปรโมตกลุ่มสินค้านั้นอยู่แล้ว ปัญหานี้จะชัดเจนกับร้านที่ขายหลายหมวดสินค้าที่มักถูกซื้อพ่วงกัน เช่นเฟอร์นิเจอร์กับของแต่งบ้าน หรือเสื้อผ้ากับเครื่องประดับ
จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการแบ่งเครดิตแบบนี้ไหม
ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือซับซ้อน สเปรดชีตที่บันทึกมูลค่าสินค้าแต่ละตัวในบิลพร้อมที่มาก็เพียงพอสำหรับร้านส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอในการบันทึก ไม่ใช่ความซับซ้อนของเครื่องมือที่ใช้
บทความที่เกี่ยวข้อง


