← กลับไปหน้าบทความ
ทีมแอดมิน

ทำไมร้านที่ 'ให้ก่อน' ในแชท มักปิดการขายได้ง่ายกว่าร้านที่รีบขาย

ทีมบรรณาธิการ linli13 ก.ค. 13:52อัปเดต 13 ก.ค. 13:52อ่าน 1 นาที
ทำไมร้านที่ 'ให้ก่อน' ในแชท มักปิดการขายได้ง่ายกว่าร้านที่รีบขาย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

หลักการตอบแทน หรือ reciprocity ทำงานในแชทเมื่อร้านให้บางสิ่งที่มีประโยชน์จริงก่อนจะขอให้ลูกค้าซื้อ สิ่งที่ให้ต้องเจาะจงกับปัญหาของเขาจริง ไม่ใช่ของแถมทั่วไปที่ให้ทุกคนเหมือนกัน และจังหวะเปลี่ยนจาก 'ให้' ไปเป็น 'ขอ' ต้องทำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ต่อท้ายทันทีจนดูเหมือนมีเงื่อนไขแฝง

ร้านขายชุดว่ายน้ำแห่งหนึ่งเจอปัญหาว่าลูกค้าถามไซส์แล้วหายไปบ่อยมาก เพราะลูกค้าไม่มั่นใจว่าไซส์ที่เลือกจะพอดีตัวจริงไหม แอดมินเลยเปลี่ยนวิธีตอบ จากการบอกตารางไซส์เฉย ๆ เป็นการถามส่วนสูงน้ำหนักแล้วช่วยแนะนำไซส์ที่เหมาะเฉพาะคนนั้น พร้อมทริคใส่แล้วดูดีสำหรับรูปร่างแบบนั้นโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้ให้ไปก่อนที่ลูกค้าจะถามราคาด้วยซ้ำ

ตัวเลขที่ร้านนี้เล่าให้ฟังคืออัตราการซื้อหลังจากปรับวิธีตอบดีขึ้นชัดเจน แต่นั่นเป็นเคสเดียวที่เล่าให้ฟังเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สถิติที่รับประกันว่าทุกร้านจะเจอผลแบบเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือหลักการเบื้องหลัง เรียกว่า reciprocity หรือหลักการตอบแทน มนุษย์มีแนวโน้มอยากตอบแทนคนที่ให้บางสิ่งกับตัวเองก่อน แม้สิ่งนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

ในแชท หลักการนี้ทำงานได้ดีเป็นพิเศษ เพราะบทสนทนาเป็นพื้นที่ที่การให้เกิดขึ้นได้เป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนโฆษณาที่ดูเหมือนพยายามขายอยู่ตลอดเวลา แต่การให้ที่ได้ผลต้องมีเงื่อนไข ไม่ใช่ให้อะไรก็ได้แล้วหวังว่าลูกค้าจะซื้อตอบแทน

ให้ก่อนขอ ไม่ใช่ให้แล้วขอทันที

ลำดับสำคัญมาก การให้ที่ทำงานได้ผลคือการให้โดยไม่ผูกเงื่อนไขในประโยคเดียวกัน ถ้าแอดมินให้คำแนะนำแล้วต่อท้ายทันทีว่า 'สนใจสั่งเลยไหมคะ' ความรู้สึก 'ได้รับความช่วยเหลือจริง' จะจางลง เพราะลูกค้าจะตีความว่าการให้ครั้งนั้นเป็นแค่ขั้นตอนขายของ ไม่ใช่ความใส่ใจจริง

วิธีที่ทำงานดีกว่าคือให้ก่อน แล้วปล่อยให้ลูกค้าเป็นฝ่ายถามหรือตอบสนองต่อเอง ถ้าเขาถามต่อ นั่นคือสัญญาณว่าเขาพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปแล้ว การขอในจังหวะที่เขาริเริ่มเองจะฟังดูเป็นธรรมชาติกว่าการที่ร้านรีบเสนอ

สิ่งที่ให้ต้องเจาะจงกับคนคนนั้น ไม่ใช่ของแถมมาตรฐาน

ของแถมหรือส่วนลดที่ให้ทุกคนเหมือนกัน แทบไม่กระตุ้นความรู้สึกอยากตอบแทน เพราะมันไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกให้เป็นการส่วนตัว ในขณะที่คำแนะนำที่ปรับเฉพาะสถานการณ์ของลูกค้าคนนั้น เช่นช่วยคำนวณให้ว่าซื้อขนาดไหนคุ้มกว่าตามการใช้งานของเขา จะรู้สึกเหมือนได้รับความช่วยเหลือจริง แม้จะไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงินเลยก็ตาม

การให้ที่เจาะจงยังเชื่อมโยงกับคำถามคัดกรองที่ถามไปก่อนหน้า เพราะยิ่งรู้จักสถานการณ์ลูกค้ามากเท่าไหร่ คำแนะนำที่ให้ก็ยิ่งเจาะจงและมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น สองเรื่องนี้ทำงานเสริมกันได้ดี

เมื่อการให้กลับกลายเป็นผลเสีย

  • ให้เยอะเกินจนลูกค้ารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ข้อมูลครบแล้ว มักเกิดกับสินค้าที่ตัวข้อมูลคือคุณค่าหลัก เช่นคอร์สเรียนหรือที่ปรึกษา ต้องระวังไม่ให้จนหมดเหตุผลที่จะจ่ายเงินต่อ
  • ให้สิ่งที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาจริงของลูกค้า เช่นส่งโปรโมชันทั่วไปแล้วเรียกว่าเป็นการให้ ทั้งที่ลูกค้าไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น การให้แบบนี้ไม่สร้างความรู้สึกตอบแทนเลย เพราะลูกค้าไม่รู้สึกว่าได้อะไรจริง
  • ให้ตอนที่ลูกค้ายังไม่ได้ถามอะไรเลย บางครั้งการยื่นข้อมูลก่อนมีคำถามทำให้ดูเหมือนร้านพยายามยัดเยียด ควรรอให้มีจุดเชื่อมโยงในบทสนทนาก่อนค่อยให้

เมื่อถึงเวลาขอ ให้ขอแบบเปิดทาง ไม่ใช่แบบทวงหนี้

หลังให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ไปแล้ว การเปลี่ยนไปสู่การขอควรทำแบบเปิดทางเลือก ไม่ใช่บังคับ เช่น 'ถ้าโอเคกับไซส์นี้แล้ว อยากให้จัดส่งเลยไหมคะ' แทนที่จะพิมพ์ตรง ๆ ว่า 'สั่งเลยไหมคะ' ซึ่งฟังดูเหมือนข้ามขั้นตอนความช่วยเหลือไปสู่การขายทันที

จังหวะการขอที่ดีที่สุดมักอยู่ไม่ไกลจากช่วงที่ลูกค้าตัดสินใจเรื่องหลักไปแล้ว เพราะความรู้สึกขอบคุณจากการได้รับความช่วยเหลือ บวกกับความมั่นใจที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำงานเสริมกันได้ดีในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น

สรุป

การให้ก่อนขอไม่ใช่กลยุทธ์เพื่อหลอกล่อ แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ลูกค้ารู้สึกได้จริงว่ามีคนตั้งใจช่วยเขา ก่อนที่จะมีคนอยากได้เงินจากเขา ความรู้สึกนั้นต่างหากที่ทำให้เขาอยากตอบแทนด้วยการซื้อ

ลองสำรวจแชทของร้านคุณว่าข้อความไหนบ้างที่เป็นการให้จริง ๆ กับข้อความไหนที่เป็นการขายแฝงมาในคราบการให้ ความต่างเล็ก ๆ นี้มีผลต่อความรู้สึกของลูกค้ามากกว่าที่คิด

  • ให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือก่อน แล้วปล่อยให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเปิดทางต่อเอง
  • สิ่งที่ให้ต้องเจาะจงกับสถานการณ์ของลูกค้าคนนั้น ไม่ใช่ของแถมมาตรฐานที่ให้ทุกคน
  • จังหวะขอที่ดีที่สุดมักอยู่ใกล้ช่วงที่ลูกค้าตัดสินใจเรื่องหลักไปแล้ว ไม่ใช่ทันทีหลังให้

คำถามที่พบบ่อย

การให้คำแนะนำฟรีทำให้ลูกค้าบางคนเอาข้อมูลไปซื้อร้านอื่นไหม

มีความเป็นไปได้ในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือจริงมักรู้สึกผูกพันกับร้านที่ให้ความช่วยเหลือมากกว่าร้านที่แค่ขายของ ความเสี่ยงนี้มีอยู่จริงแต่มักน้อยกว่าประโยชน์ที่ได้ในภาพรวม

ต้องให้ของมีมูลค่าเป็นตัวเงินไหมถึงจะได้ผล

ไม่จำเป็น คำแนะนำที่ตรงจุดหรือเวลาที่ใช้ช่วยเหลืออย่างตั้งใจ มักมีผลมากกว่าของแถมราคาถูกที่ให้แบบไม่เจาะจง เพราะสิ่งที่สร้างความรู้สึกตอบแทนคือความรู้สึกว่าได้รับการดูแลเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่มูลค่าที่ตีเป็นบาทได้

ถ้าให้แล้วลูกค้ายังเงียบไป ควรตามอย่างไร

รอสักระยะแล้วส่งข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวโยงกับสิ่งที่เคยให้ไปก่อนหน้า แทนที่จะถามตรง ๆ ว่าตัดสินใจหรือยัง วิธีนี้ยังคงอยู่ในโหมดให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่โหมดทวงคำตอบ

หลักการนี้ใช้ได้กับสินค้าราคาถูกที่มาร์จิ้นบางไหม

ใช้ได้ เพราะสิ่งที่ให้ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนลดหรือของแถมที่กระทบต้นทุน อาจเป็นแค่เวลาและความใส่ใจในการตอบคำถามให้ครบถ้วนกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง ซึ่งไม่มีต้นทุนเป็นตัวเงินเลย

แอดมินหลายคนควรให้แบบเดียวกันทุกคนไหมเพื่อความสม่ำเสมอ

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตัวอักษร แต่ควรมีแนวทางร่วมกันว่าอะไรคือสิ่งที่ร้านพร้อมให้ก่อนขาย เพื่อไม่ให้ลูกค้าคนหนึ่งได้รับการดูแลมากกว่าอีกคนอย่างไม่มีเหตุผล

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

พูดว่า 'ลดราคาวันนี้' กับพูดว่า 'ก่อนราคาจะขึ้นพรุ่งนี้' ลูกค้าตัดสินใจไม่เหมือนกัน

พูดว่า 'ลดราคาวันนี้' กับพูดว่า 'ก่อนราคาจะขึ้นพรุ่งนี้' ลูกค้าตัดสินใจไม่เหมือนกัน

ข้อเท็จจริงเดียวกันแต่พูดคนละมุม ทำให้ลูกค้าตอบสนองต่างกันมาก บทความนี้เจาะการเลือกคำพูดแบบได้-กับ-เสีย ให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ในแชท
ก่อนถามคำถามใหญ่ ให้ลูกค้าตอบ 'ใช่' เล็ก ๆ ก่อนสักสองสามครั้ง

ก่อนถามคำถามใหญ่ ให้ลูกค้าตอบ 'ใช่' เล็ก ๆ ก่อนสักสองสามครั้ง

คนที่เพิ่งตอบตกลงเรื่องเล็กหลายครั้ง มักตอบตกลงเรื่องใหญ่ต่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้ว่าด้วยการออกแบบคำถามเล็กในแชทให้นำไปสู่การตัดสินใจซื้อแบบไม่รู้สึกถูกดัน
'ตอนนี้มีคนถามรุ่นเดียวกันเข้ามาหลายคนเลยค่ะ' ประโยคสั้น ๆ ที่ขยับใจคนลังเล

'ตอนนี้มีคนถามรุ่นเดียวกันเข้ามาหลายคนเลยค่ะ' ประโยคสั้น ๆ ที่ขยับใจคนลังเล

คนลังเลมักมองไปรอบตัวก่อนตัดสินใจ สัญญาณว่าคนอื่นกำลังสนใจสิ่งเดียวกันมีน้ำหนักมากกว่าคำโฆษณา บทความนี้ว่าด้วยการใช้สัญญาณฝูงชนในแชทอย่างจริงและไม่ล้ำเส้น