← กลับไปหน้าบทความ
ทีมแอดมิน

เสนอสินค้าเสริมตอนไหนในแชทถึงไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกยัดเยียด

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
เสนอสินค้าเสริมตอนไหนในแชทถึงไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกยัดเยียด

สรุปสั้น ๆ

จังหวะที่ดีที่สุดสำหรับการเสนอสินค้าเสริมในแชท ไม่ใช่ตอนที่ลูกค้ายังลังเลเรื่องสินค้าหลัก และไม่ใช่หลังโอนเงินเสร็จแล้วเงียบหายไปแล้ว แต่คือช่วงสั้น ๆ หลังลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหลักแต่ก่อนพิมพ์ปิดท้ายบทสนทนา เพราะเป็นช่วงที่ความมั่นใจสูงสุดและยังเปิดใจอยู่

ร้านค้าจำนวนมากเสนอสินค้าเสริมผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว บางร้านยัดเสนอเข้าไปตอนลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าหลักเลยด้วยซ้ำ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสับสนหรือกดดันเพิ่ม บางร้านรอจนโอนเงินเสร็จแล้วค่อยส่งข้อความเสนอของแถมทีหลัง ซึ่งมักไม่มีใครสนใจอ่านแล้วเพราะภารกิจซื้อจบไปแล้วในใจเขา

สิ่งที่น่าสนใจคือมีจังหวะหนึ่งในบทสนทนาที่ลูกค้าเปิดใจรับข้อเสนอเพิ่มมากที่สุด แต่กลับเป็นจังหวะที่ร้านค้าส่วนใหญ่มองข้ามไป บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมจังหวะนั้นถึงทำงานได้ดี และควรเสนอยังไงให้ไม่รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียด

ช่วงเวลาทองคือหลังตัดสินใจ ก่อนปิดบทสนทนา

เมื่อลูกค้าพิมพ์ยืนยันว่า 'เอาค่ะ' หรือ 'สั่งเลยค่ะ' นั่นคือจุดที่สมองเขาผ่านการตัดสินใจเรื่องเงินไปแล้ว ความลังเลเรื่องจะซื้อหรือไม่ซื้อหมดไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ในหัวคือความมั่นใจว่าตัดสินใจถูก ไม่ใช่ความลังเลอีกต่อไป

ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ก่อนที่บทสนทนาจะปิดตัวลงไปที่การจ่ายเงินและจบเรื่อง คือช่วงที่การเสนอของเสริมมีโอกาสถูกรับมากที่สุด เพราะลูกค้าอยู่ในโหมด 'กำลังซื้อ' อยู่แล้ว การเพิ่มอีกนิดหน่อยไม่ได้รู้สึกเป็นการตัดสินใจใหม่ทั้งหมด

ทำไมเสนอเร็วเกินไปถึงมักล้มเหลว

ถ้าเสนอสินค้าเสริมระหว่างที่ลูกค้ายังไม่ตัดสินใจเรื่องสินค้าหลัก สมองเขาต้องประมวลผลสองการตัดสินใจพร้อมกัน ซึ่งมักทำให้เกิดความลังเลมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง บางครั้งถึงขั้นทำให้เขาถอยจากสินค้าหลักไปเลยเพราะรู้สึกว่าซับซ้อนเกินไป

อีกปัญหาคือถ้าเสนอเร็วเกินไป ลูกค้าอาจตีความว่าร้านสนใจแค่จะขายให้ได้มากที่สุด มากกว่าสนใจว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ ซึ่งบั่นทอนความไว้ใจที่กำลังสร้างอยู่

ทำไมเสนอหลังจ่ายเงินแล้วถึงมักไม่ได้ผล

หลังลูกค้าโอนเงินและยืนยันออเดอร์เสร็จ สมองเขาปิดโหมด 'กำลังตัดสินใจซื้อ' ไปแล้ว เข้าสู่โหมดรอสินค้าแทน การส่งข้อเสนอเพิ่มในจังหวะนี้ต้องเปิดโหมดตัดสินใจซื้อขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้พลังงานทางความคิดมากกว่าการเสนอตอนที่ยังอยู่ในโหมดซื้ออยู่แล้วมาก

นี่คือเหตุผลที่ข้อความโปรโมชันหลังการขายที่ส่งทีหลังมักได้อัตราตอบรับต่ำ ทั้งที่เนื้อหาข้อเสนออาจจะดีไม่แพ้กัน

วิธีเสนอในช่วงเวลาทองให้ไม่ฟังดูยัดเยียด

การเสนอที่ได้ผลในช่วงนี้มักไม่ใช่การถามแบบเปิดกว้าง เช่น 'สนใจอย่างอื่นเพิ่มไหมคะ' เพราะเป็นการโยนภาระการคิดกลับไปให้ลูกค้า ที่ได้ผลกว่าคือการเสนอแบบเจาะจงที่เชื่อมกับสิ่งที่เขาเพิ่งซื้อ

ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าเพิ่งยืนยันซื้อรองเท้า อาจเสนอว่า 'รับสเปรย์กันน้ำคู่กันไหมคะ ลูกค้าที่ซื้อรุ่นนี้ส่วนใหญ่ซื้อคู่กันเพราะช่วยยืดอายุรองเท้าได้เยอะค่ะ ราคาแค่...' ประโยคแบบนี้ให้เหตุผลที่เชื่อมโยงชัดเจน ไม่ใช่แค่ยัดของเพิ่มแบบไม่มีที่มา

สิ่งสำคัญคือเสนอแค่ครั้งเดียวในจังหวะนี้ ถ้าลูกค้าปฏิเสธให้รับคำตอบทันทีแล้วไปต่อขั้นตอนสั่งซื้อ อย่าพยายามเสนอซ้ำ เพราะจะทำลายความรู้สึกดีที่เพิ่งสร้างไว้จากการตัดสินใจซื้อสินค้าหลัก

สรุป

จังหวะที่ดีที่สุดสำหรับการเสนอสินค้าเสริมไม่ใช่จุดเริ่มหรือจุดจบของบทสนทนา แต่เป็นช่วงสั้น ๆ หลังลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหลักแต่ก่อนที่บทสนทนาจะปิดตัวไปที่การชำระเงิน เพราะเป็นช่วงที่ความมั่นใจสูงและยังเปิดใจอยู่

ลองสังเกตแชทปิดการขายสิบเคสล่าสุดของร้านคุณ ว่ามีจังหวะแบบนี้เกิดขึ้นไหม และร้านเคยใช้ประโยชน์จากมันหรือปล่อยผ่านไปเฉย ๆ นี่อาจเป็นจุดที่เพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออเดอร์ได้โดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่มเลย

  • ช่วงเวลาทองคือหลังลูกค้ายืนยันซื้อสินค้าหลัก ก่อนปิดบทสนทนาไปที่การจ่ายเงิน
  • เสนอเร็วไปเพิ่มความลังเล เสนอช้าไปต้องเปิดโหมดตัดสินใจใหม่ทั้งหมด
  • เสนอแบบเจาะจงที่เชื่อมกับสิ่งที่เพิ่งซื้อ เสนอครั้งเดียว ไม่ตื๊อซ้ำถ้าถูกปฏิเสธ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าสินค้าเสริมราคาสูงกว่าสินค้าหลัก ยังใช้จังหวะนี้ได้ไหม

ควรระวังมากขึ้น เพราะถ้าราคาสินค้าเสริมสูงเกินไป อาจทำให้ลูกค้าย้อนกลับไปคิดใหม่ทั้งหมด แนะนำให้เสนอของเสริมที่ราคาไม่เกินสัดส่วนหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสามของสินค้าหลักในจังหวะนี้

เสนอ upsell ทุกออเดอร์เลยไหม หรือควรเลือก

ควรเลือกเสนอเฉพาะเมื่อมีของเสริมที่เชื่อมโยงกับสินค้าหลักจริง ๆ การเสนอของที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยมักลดความน่าเชื่อถือมากกว่าเพิ่มยอดขาย

ถ้าลูกค้าปฏิเสธ upsell ควรพูดอะไรต่อ

รับคำตอบสั้น ๆ แล้วไปต่อขั้นตอนสั่งซื้อทันที เช่น 'ได้ค่ะ งั้นสรุปออเดอร์ก่อนนะคะ' การไม่ค้างอยู่กับการเสนอที่ถูกปฏิเสธช่วยรักษาบรรยากาศดี ๆ ไว้ได้

จังหวะทองนี้ใช้ได้กับการขายบริการด้วยไหม ไม่ใช่แค่สินค้า

ใช้ได้ หลักการเดียวกันคือหลังลูกค้ายืนยันจองบริการหลัก เป็นช่วงที่เสนอบริการเสริมที่เกี่ยวข้องได้ดีที่สุด เช่นหลังจองคอร์สหลักแล้วเสนอบริการติดตามผลเพิ่มเติม

ควรบอกส่วนลดตอนเสนอ upsell ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป บางครั้งเหตุผลเรื่องประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าหลักก็เพียงพอแล้ว ส่วนลดเล็กน้อยช่วยเพิ่มแรงจูงใจได้ แต่ถ้าลดเยอะเกินไปอาจทำให้ลูกค้าสงสัยคุณภาพของสินค้าเสริมนั้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง