← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

จ้างแอดมินขาย LINE แบบฟรีแลนซ์รายชั่วโมง หรือพนักงานประจำ แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับร้านคุณ

02 ส.ค. 04:32 · อ่าน 2 นาที
จ้างแอดมินขาย LINE แบบฟรีแลนซ์รายชั่วโมง หรือพนักงานประจำ แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับร้านคุณ

สรุปสั้น ๆ

ฟรีแลนซ์รายชั่วโมงคุ้มกว่าเมื่อปริมาณแชทยังไม่แน่นอนหรือมีแค่บางช่วงพีค ส่วนพนักงานประจำคุ้มกว่าเมื่อร้านมีลูกค้าทักเข้ามาสม่ำเสมอทุกวันจนต้องการความรับผิดชอบต่อเนื่องและความเข้าใจสินค้าที่ลึกกว่าที่ฟรีแลนซ์จะมีเวลาสั่งสมได้

เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์คนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่าเขาจ้างฟรีแลนซ์ตอบแชทชั่วโมงละ 60 บาท เทียบกับพนักงานประจำที่ต้องจ่ายเดือนละหมื่นกว่าบวกประกันสังคม เขาคิดว่าฟรีแลนซ์ประหยัดกว่าชัดเจน แต่พอลองคำนวณจริงจังพบว่าฟรีแลนซ์คนนั้นทำงานเฉลี่ยวันละ 6 ชั่วโมง 26 วันต่อเดือน รวมแล้วจ่ายไปเดือนละเกือบหมื่นสี่ ซึ่งมากกว่าเงินเดือนพนักงานประจำเสียอีก แถมฟรีแลนซ์คนนี้ยังไม่ได้ผูกพันกับร้านมากพอที่จะจำรายละเอียดสินค้าได้ลึกเหมือนคนที่ทำงานประจำ

นี่คือกับดักที่หลายร้านเจอ — มองแค่ตัวเลขต่อชั่วโมงแล้วสรุปว่าแบบไหนถูกกว่า ทั้งที่ต้นทุนจริงของการจ้างแต่ละรูปแบบซับซ้อนกว่านั้นมาก ทั้งเรื่องความสม่ำเสมอของคุณภาพ ความรู้เกี่ยวกับสินค้า และความเสี่ยงที่คนจะหายไปกลางคันโดยไม่มีใครมาแทน

บทความนี้จะพาดูรูปแบบการจ้างที่ร้านขายผ่านแชทใช้กันจริงสี่แบบ เปรียบเทียบต้นทุนที่มองเห็นและมองไม่เห็นของแต่ละแบบ และวิธีเปลี่ยนโมเดลเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นโดยไม่กระทบลูกค้าที่ทักเข้ามาระหว่างทาง

ทำไมคำถามนี้ตอบด้วยสูตรเดียวไม่ได้

คำถามว่า ‘ควรจ้างฟรีแลนซ์หรือพนักงานประจำ’ มักถูกตอบด้วยความเชื่อส่วนตัวมากกว่าตัวเลขจริง บางคนเชื่อว่าฟรีแลนซ์ประหยัดกว่าเสมอเพราะไม่ต้องจ่ายสวัสดิการ บางคนเชื่อว่าพนักงานประจำดีกว่าเสมอเพราะควบคุมง่ายกว่า ความจริงคือคำตอบขึ้นกับปัจจัยเฉพาะของแต่ละร้าน โดยเฉพาะความสม่ำเสมอของปริมาณแชทและความซับซ้อนของสินค้าที่ขาย

ร้านที่ขายสินค้าเรียบง่าย ราคาตายตัว ไม่ต้องอธิบายเยอะ มักได้ประโยชน์จากฟรีแลนซ์มากกว่า เพราะการฝึกใช้เวลาไม่นาน ส่วนร้านที่ขายสินค้าหรือบริการที่ต้องอธิบายรายละเอียดเยอะ มีตัวเลือกให้ปรับแต่งตามลูกค้า มักได้ประโยชน์จากพนักงานประจำที่สั่งสมความรู้ได้ต่อเนื่องมากกว่า

สี่รูปแบบการจ้างที่ร้านขายผ่านแชทใช้กันจริง

ก่อนตัดสินใจ ควรเห็นภาพรวมของตัวเลือกทั้งหมดก่อน เพราะหลายร้านคิดว่ามีแค่สองทางเลือกคือฟรีแลนซ์กับพนักงานประจำ ทั้งที่จริงมีรูปแบบผสมและการจ้างเอเจนซี่ภายนอกเป็นอีกสองทางเลือกที่หลายร้านมองข้ามไป

รูปแบบการจ้างจุดแข็งจุดที่ต้องระวัง
ฟรีแลนซ์รายชั่วโมงยืดหยุ่น ปรับกำลังคนตามช่วงพีคได้ ไม่ต้องผูกพันระยะยาวคุณภาพไม่สม่ำเสมอถ้าไม่มีคู่มือชัด และเสี่ยงหายไปกลางคันโดยไม่มีใครแทน
พนักงานประจำสั่งสมความรู้สินค้าลึกขึ้นเรื่อย ๆ รับผิดชอบต่อเนื่อง วางแผนกำลังคนล่วงหน้าได้ต้นทุนคงที่แม้ช่วงแชทน้อย มีภาระสวัสดิการและกระบวนการจ้าง-เลิกจ้าง
พาร์ทไทม์ประจำต้นทุนต่ำกว่าเต็มเวลา แต่ยังมีความผูกพันกับร้านมากกว่าฟรีแลนซ์ทั่วไปต้องมีตารางกะที่ชัดเจน ไม่เหมาะกับร้านที่แชทเข้ามาไม่แน่นอนตลอดวัน
เอเจนซี่ภายนอกดูแลแชทไม่ต้องบริหารคนเอง มีทีมสำรองเมื่อคนลาป่วยต้นทุนต่อเดือนสูงกว่ารูปแบบอื่น และความเข้าใจแบรนด์อาจตื้นกว่าคนในร้าน

ตัวอย่างคำนวณต้นทุนจริง สามระดับปริมาณแชทที่ต่างกัน

ตัวเลขที่พูดลอย ๆ ว่า ‘ฟรีแลนซ์ถูกกว่า’ หรือ ‘พนักงานประจำคุ้มกว่า’ มักไม่มีความหมายจนกว่าจะเอาปริมาณแชทจริงของร้านมาคำนวณ ลองดูสามสถานการณ์ที่พบบ่อยในร้านขายผ่านแชทเพื่อเห็นภาพจุดที่ตัวเลขพลิกจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง

สถานการณ์ต้นทุนฟรีแลนซ์ต่อเดือนต้นทุนพนักงานประจำต่อเดือน
ร้านเล็ก แชทเข้าวันละ 10-15 ข้อความ ใช้ฟรีแลนซ์ 3 ชม./วัน x 60 บาท x 26 วันประมาณ 4,680 บาทเงินเดือนขั้นต่ำร้านเล็กราว 10,000-11,000 บาทบวกประกันสังคม รวมแล้วสูงกว่าฟรีแลนซ์ชัดเจน
ร้านกลาง แชทเข้าเกือบทั้งวัน ใช้ฟรีแลนซ์ 8 ชม./วัน x 60 บาท x 26 วันประมาณ 12,480 บาทเงินเดือนราว 12,000 บาทบวกประกันสังคมราว 750-900 บาท รวมแล้วใกล้เคียงกับฟรีแลนซ์มาก
ร้านใหญ่ ต้องมีคนตอบสองกะ ใช้ฟรีแลนซ์ 2 คนรวม 16 ชม./วัน x 60 บาท x 26 วันประมาณ 24,960 บาทพนักงานประจำ 2 คน เงินเดือนรวมราว 24,000 บาทบวกสวัสดิการ รวมแล้วใกล้เคียงหรือสูงกว่าเล็กน้อย

จุดพลิกของตัวเลข อยู่ตรงไหน

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นว่าร้านเล็กที่ใช้ฟรีแลนซ์ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ยังคุ้มกว่าพนักงานประจำอย่างชัดเจน เพราะยังไม่ถึงจุดที่ต้องจ่ายเต็มวัน แต่พอปริมาณแชทเพิ่มจนต้องใช้ฟรีแลนซ์เกือบเต็มเวลาทำงานปกติ ตัวเลขทั้งสองฝั่งจะเริ่มใกล้กันจนแทบไม่ต่างกันแล้ว จุดนี้เองที่ต้นทุนแฝงอย่างความไม่สม่ำเสมอของฟรีแลนซ์เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมง

สิ่งที่ตารางนี้ยังไม่รวมคือต้นทุนของการหมุนเวียนคน เพราะร้านใหญ่ที่ใช้ฟรีแลนซ์สองคนสลับกะ มีความเสี่ยงที่คนใดคนหนึ่งจะหายไปกลางคันสูงกว่าพนักงานประจำสองคนที่ผูกพันกับร้านมากกว่า ถ้านับรวมเวลาที่ต้องเสียไปฝึกคนใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัว ตัวเลขที่ดูใกล้เคียงกันในตารางอาจเอียงไปทางพนักงานประจำชัดเจนกว่าที่คำนวณตัวเลขดิบ ๆ แสดงให้เห็น

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของฟรีแลนซ์ราคาถูก

ตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงที่ดูถูกกว่าเงินเดือนประจำ มักไม่รวมต้นทุนแฝงที่ตามมาทีหลัง เช่น เวลาที่ต้องใช้ฝึกฟรีแลนซ์คนใหม่ทุกครั้งที่คนเก่าเลิกทำ เพราะฟรีแลนซ์มักไม่ได้ผูกพันกับร้านระยะยาวเท่าพนักงานประจำ การหมุนเวียนคนบ่อยจึงเป็นต้นทุนที่สะสมโดยไม่รู้ตัว

อีกต้นทุนที่มองไม่เห็นคือความเสี่ยงเรื่องความสม่ำเสมอของน้ำเสียงและคุณภาพ ฟรีแลนซ์ที่รับงานหลายร้านพร้อมกันอาจไม่มีเวลาจำรายละเอียดสินค้าของร้านคุณลึกพอ ทำให้ตอบคำถามเฉพาะทางได้ไม่แม่นเท่าคนที่อยู่กับร้านมานาน ซึ่งกระทบต่ออัตราการปิดยอดที่ตรวจสอบได้จริงโดยตรง

ยังมีต้นทุนเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล เมื่อฟรีแลนซ์หลายคนสลับกันเข้ามาตอบ การติดตามว่าใครตอบอะไรไปกับลูกค้าคนไหนจะยากขึ้น โดยเฉพาะถ้าไม่มีระบบบันทึกที่มาของบทสนทนาชัดเจน ปัญหานี้พบบ่อยเวลาลูกค้าคนเดิมกลับมาถามซ้ำแล้วได้คำตอบไม่ตรงกับที่เคยได้รับ

จุดที่พนักงานประจำคุ้มกว่าอย่างชัดเจน

  • เมื่อปริมาณแชทเข้ามาสม่ำเสมอเกือบทุกวันในระดับที่ต้องมีคนทำงานเต็มเวลาอยู่แล้ว การจ้างฟรีแลนซ์หลายคนมาสลับกันมักยุ่งยากกว่าและต้นทุนรวมไม่ได้ถูกกว่าจริง
  • เมื่อสินค้าซับซ้อนต้องอาศัยความเข้าใจเฉพาะทาง เช่น สินค้าที่ต้องให้คำแนะนำตามอาการหรือความต้องการเฉพาะบุคคล เพราะพนักงานประจำมีเวลาสั่งสมความรู้ต่อเนื่องมากกว่า
  • เมื่อต้องการให้มีคนรับผิดชอบดูแลการจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าและติดตามลูกค้าเก่าอย่างต่อเนื่อง เพราะงานแบบนี้ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับประวัติลูกค้าที่ฟรีแลนซ์ที่เข้าออกบ่อยมักไม่มี
  • เมื่อร้านต้องการวางแผนโครงสร้างเงินเดือนและเส้นทางเติบโตของทีมในระยะยาว เพราะพนักงานประจำมีแรงจูงใจอยู่กับร้านนานกว่าฟรีแลนซ์ที่มองงานนี้เป็นแค่รายได้เสริม

โมเดลผสมที่ใช้ได้จริงเมื่อธุรกิจโต

ร้านที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีที่สุดมักไม่ได้เลือกแบบใดแบบหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่ใช้โมเดลผสมที่ปรับตามช่วงเวลา คือมีพนักงานประจำ 1-2 คนเป็นแกนหลักดูแลลูกค้าและเคสที่ซับซ้อน แล้วเสริมด้วยฟรีแลนซ์หรือพาร์ทไทม์เฉพาะช่วงพีค เช่น ช่วงแคมเปญโปรโมชั่นใหญ่หรือช่วงเทศกาลที่แชทเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

จุดสำคัญของโมเดลผสมคือพนักงานประจำต้องเป็นคนวางกฎและตรวจสอบคุณภาพของฟรีแลนซ์ที่เข้ามาช่วยเสริม ไม่ใช่ปล่อยให้ฟรีแลนซ์ตอบอิสระโดยไม่มีใครดูแล เพราะจะเสี่ยงเรื่องความไม่สม่ำเสมอของน้ำเสียงเหมือนที่พูดไปข้างบน

ร้านขนาดกลางถึงใหญ่บางร้านเลือกใช้เอเจนซี่ภายนอกเฉพาะช่วงกลางคืนหรือวันหยุดที่พนักงานประจำไม่อยากทำงาน แล้วให้พนักงานประจำรับช่วงต่อตอนเช้าเพื่อดูแลเคสที่ค้างอยู่ วิธีนี้ช่วยให้ครอบคลุมเวลาได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเต็มเวลาสามกะ

สัญญาณเตือนว่าคุณเลือกโมเดลผิด

  • ถ้าใช้ฟรีแลนซ์แล้วต้องคอยฝึกคนใหม่ทุกเดือนเพราะคนเก่าหายไปเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณว่าต้นทุนแฝงกำลังกินกำไรมากกว่าที่ควร
  • ถ้าจ้างพนักงานประจำหลายคนแต่มีช่วงเวลาที่แทบไม่มีแชทเข้ามาเลยเป็นเวลานาน นั่นคือสัญญาณว่าจ่ายค่าจ้างเกินความจำเป็นในช่วงนั้น ควรพิจารณาลดเป็นพาร์ทไทม์บางส่วน
  • ถ้าลูกค้าเริ่มบ่นว่าได้คำตอบไม่ตรงกันในแต่ละครั้งที่ทัก นั่นคือสัญญาณว่ามีคนสลับกันตอบมากเกินไปโดยไม่มีการประสานข้อมูลกันดีพอ

วิธีเปลี่ยนโมเดลโดยไม่กระทบลูกค้าระหว่างทาง

  1. อย่าเปลี่ยนทั้งทีมพร้อมกันในคราวเดียว ให้เปลี่ยนทีละคนหรือทีละช่วงเวลา เพื่อให้มีคนคุ้นเคยกับลูกค้าคอยประกบระหว่างเปลี่ยนผ่านเสมอ
  2. ถ้าเปลี่ยนจากฟรีแลนซ์เป็นพนักงานประจำ ให้เก็บบทสนทนาและประวัติลูกค้าที่ฟรีแลนซ์เคยดูแลไว้ให้ครบก่อนส่งต่อ เพื่อไม่ให้คนใหม่ต้องเริ่มนับหนึ่งกับลูกค้าเก่า
  3. ถ้าเปลี่ยนจากพนักงานประจำเป็นโมเดลผสมกับเอเจนซี่ภายนอก ให้ทำคู่มือมาตรฐานคำตอบและกฎการส่งต่อเคสให้ชัดเจนก่อนเริ่ม เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องน้ำเสียงไม่ตรงกัน
  4. ทดลองใช้โมเดลใหม่กับช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อน เช่น สองสัปดาห์ แล้วเทียบอัตราปิดยอดกับช่วงก่อนหน้า ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแบบถาวรทั้งระบบ

สรุป

ไม่มีรูปแบบการจ้างไหนดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ฟรีแลนซ์เหมาะกับความยืดหยุ่นและปริมาณแชทที่ไม่แน่นอน พนักงานประจำเหมาะกับความสม่ำเสมอและสินค้าที่ต้องใช้ความเข้าใจลึก ส่วนโมเดลผสมมักเป็นคำตอบของร้านที่กำลังเติบโตและต้องการทั้งสองอย่างพร้อมกัน

สิ่งสำคัญกว่าการเลือกรูปแบบคือการคำนวณต้นทุนที่มองไม่เห็นให้ครบก่อนตัดสินใจ เพราะตัวเลขต่อชั่วโมงที่ดูถูกกว่าอาจไม่ใช่ตัวเลขที่คุ้มกว่าจริงเมื่อรวมต้นทุนแฝงทั้งหมดเข้าด้วยกัน

  • อย่าตัดสินใจจากตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงอย่างเดียว ให้คำนวณต้นทุนแฝงอย่างการฝึกคนใหม่และความไม่สม่ำเสมอของคุณภาพด้วย
  • พนักงานประจำคุ้มกว่าเมื่อปริมาณแชทสม่ำเสมอและสินค้าต้องการความเข้าใจเฉพาะทาง ฟรีแลนซ์คุ้มกว่าเมื่อความต้องการยังไม่แน่นอน
  • เปลี่ยนโมเดลทีละขั้นเสมอ อย่าเปลี่ยนทั้งทีมพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่กำลังทักอยู่ระหว่างทางได้รับผลกระทบ

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเปิดใหม่ยังไม่รู้ปริมาณแชทแน่นอน ควรเริ่มจากรูปแบบไหน

ควรเริ่มจากฟรีแลนซ์หรือพาร์ทไทม์ก่อน เพราะยังไม่มีข้อมูลพอจะประเมินว่าต้องใช้กำลังคนเท่าไหร่ เมื่อเห็นแพทเทิร์นปริมาณแชทชัดเจนแล้วค่อยพิจารณาเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำ

จ้างเอเจนซี่ภายนอกดูแลแชททั้งหมดเลยดีไหม

เหมาะกับร้านที่ต้องการความคล่องตัวสูงและไม่มีเวลาบริหารทีมเอง แต่ควรระวังเรื่องความเข้าใจแบรนด์ที่อาจตื้นกว่าคนในร้าน ควรมีคนในร้านคอยตรวจสอบคุณภาพเป็นระยะแม้จะใช้เอเจนซี่ก็ตาม

ฟรีแลนซ์กับพนักงานประจำ ใครปิดการขายเก่งกว่ากัน

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับตัวบุคคลและความซับซ้อนของสินค้ามากกว่ารูปแบบการจ้าง แต่โดยทั่วไปพนักงานประจำมีแนวโน้มปิดยอดสม่ำเสมอกว่าเพราะสั่งสมความเข้าใจสินค้าและลูกค้าได้ต่อเนื่องกว่า

ควรใช้ระบบอะไรติดตามว่าฟรีแลนซ์แต่ละคนทำยอดได้เท่าไหร่

ควรมีระบบที่บันทึกว่าบทสนทนาไหนถูกดูแลโดยใครและปิดยอดได้จริงหรือไม่ อย่างเครื่องมือแบบ linli ที่ผูกที่มาของแอดกับบทสนทนาและยอดที่ปิด ช่วยให้เห็นภาพชัดว่าฟรีแลนซ์คนไหนคุ้มค่าจ้างจริง ไม่ใช่แค่ดูจากความรู้สึก

พนักงานประจำลาออกกะทันหัน ควรมีแผนสำรองยังไง

ควรมีฟรีแลนซ์หรือพาร์ทไทม์ที่เคยผ่านการฝึกพื้นฐานไว้เป็นตัวสำรองอย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ แม้จะไม่ได้ใช้งานประจำ เพื่อลดช่วงเวลาที่ร้านไม่มีคนตอบแชทเลยระหว่างหาคนใหม่

ต้นทุนสวัสดิการของพนักงานประจำสูงแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินเดือน

โดยทั่วไปควรกันงบเพิ่มอีกราว 10-15% ของเงินเดือนสำหรับประกันสังคมและสวัสดิการพื้นฐาน ตัวเลขนี้เป็นกรอบคร่าว ๆ ที่ควรนำไปคำนวณเทียบกับต้นทุนฟรีแลนซ์ให้ครบก่อนตัดสินใจ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง