← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

จัดกะแอดมินขาย LINE ยังไงไม่ให้ลูกค้าทักมาแล้วรอจนเย็น

ทีมบรรณาธิการ linli11 ก.ค. 11:16อัปเดต 11 ก.ค. 11:16อ่าน 1 นาที
จัดกะแอดมินขาย LINE ยังไงไม่ให้ลูกค้าทักมาแล้วรอจนเย็น
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การจัดกะที่ผิดพลาดบ่อยที่สุดคือจัดตามความเคยชินของทีม ไม่ใช่จัดตามช่วงเวลาที่ลูกค้าทักเข้ามาจริง วิธีแก้คือดูข้อมูลย้อนหลังว่าลูกค้าทักมามากช่วงไหน แล้ววางกำลังคนให้ตรงจุดนั้น

ร้านหนึ่งที่ผมเคยดูข้อมูลให้ มีแอดมินทำงานเป็นกะปกติแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ซึ่งดูสมเหตุสมผลตามเวลาทำงานทั่วไป แต่พอลองดูข้อมูลว่าลูกค้าทักเข้ามาช่วงไหนมากที่สุด กลับพบว่าเกินครึ่งของข้อความทักเข้ามาหลังหนึ่งทุ่มไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีแอดมินอยู่หน้าจอเลย

ผลที่ตามมาคือลูกค้าที่ทักมาตอนกลางคืนต้องรอจนเช้าถึงจะได้คำตอบ ซึ่งตามหลักการแล้วเป็นช่วงเวลาที่ความอยากซื้อของลูกค้าเย็นลงไปมากแล้ว ร้านนี้เสียยอดขายไปโดยไม่รู้ตัวมานานเพราะจัดกะตามความเคยชินไม่ใช่ตามพฤติกรรมลูกค้าจริง

บทความนี้จะเล่าวิธีจัดกะที่เริ่มจากข้อมูลจริงแทนความเคยชิน เพื่อให้มีคนพร้อมตอบในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับทีม

เริ่มจากดูว่าลูกค้าทักเข้ามาช่วงไหนบ้าง

ก่อนจัดกะใหม่ ให้ดึงข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งเดือนว่าข้อความจากลูกค้าเข้ามาหนาแน่นช่วงเวลาไหนของวัน และวันไหนของสัปดาห์ หลายธุรกิจมักมีแพทเทิร์นชัดเจน เช่น ร้านขายของกินเข้ามาหนาแน่นช่วงใกล้มื้ออาหาร ส่วนสินค้าที่ต้องตัดสินใจนานอาจเข้ามาหนาแน่นช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุด

การจัดกะโดยไม่มีข้อมูลนี้ก็เหมือนเดามั่ว ๆ ซึ่งมักจบด้วยการจัดคนตามเวลาทำงานออฟฟิศทั่วไป ทั้งที่พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ไม่ได้เดินตามเวลาราชการเสมอไป

ออกแบบกะให้ครอบคลุมช่วงพีค ไม่ใช่กระจายเท่ากันทั้งวัน

ช่วงเวลาลักษณะปริมาณแชท (ตัวอย่าง)การจัดกำลังคนที่แนะนำ
เช้า 9:00-12:00ปานกลาง ลูกค้าค้นข้อมูลก่อนตัดสินใจกำลังคนมาตรฐาน
บ่าย-เย็น 12:00-19:00สูง ช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกงานเพิ่มกำลังคนสูงสุด
ค่ำ-ดึก 19:00-23:00สูงถึงสูงมาก ขึ้นกับประเภทสินค้าอย่างน้อยมีคนตอบเบื้องต้น

ถ้าคนไม่พอครอบคลุมทุกช่วง ควรทำยังไง

หลายร้านขนาดเล็กไม่มีกำลังคนพอจะเปิดตอบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทางออกที่สมเหตุสมผลคือกำหนดช่วงเวลาที่ตอบเร็วให้ชัดเจน แล้วตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติบอกลูกค้าว่าจะได้รับคำตอบเมื่อไหร่ อย่างน้อยลูกค้าจะรู้ว่าต้องรอ ไม่ใช่รู้สึกว่าถูกเพิกเฉย

อีกวิธีคือจัดลำดับความสำคัญของข้อความที่เข้ามาช่วงที่คนน้อย โดยดูจากสัญญาณความพร้อมซื้อ เช่น คนที่ถามราคาหรือวิธีสั่งซื้อควรได้รับการตอบก่อนคนที่ถามคำถามทั่วไป การมีระบบที่ช่วยจัดลำดับตรงนี้ เช่น การดูที่มาของแอดที่พาลูกค้าเข้ามา ช่วยให้ทีมเล็กใช้เวลาที่มีจำกัดได้คุ้มค่าที่สุด และยังส่งผลดีต่อการตามลูกค้าที่เงียบหายไปในช่วงคนน้อยให้ทันเวลามากขึ้นด้วย

ผลลัพธ์ของการจัดกะที่ดีมักสะท้อนออกมาชัดในรอบประเมินผลงานของทีม เพราะเมื่อไม่มีช่วงเวลาที่ลูกค้าถูกทิ้งไว้นานเกินไป อัตราปิดยอดโดยรวมของทีมมักขยับขึ้นตามไปด้วย

สรุป

การจัดกะที่ดีไม่ได้เริ่มจากตารางเวลาทำงานที่สะดวกสำหรับทีม แต่เริ่มจากข้อมูลจริงว่าลูกค้าต้องการคุยกับคุณเมื่อไหร่ ยิ่งช่องว่างระหว่างเวลาที่ลูกค้าทักกับเวลาที่มีคนตอบแคบลงเท่าไหร่ โอกาสปิดยอดยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ลองดึงข้อมูลย้อนหลังของร้านตัวเองมาดูสักครั้ง แล้วเทียบกับตารางกะที่ใช้อยู่ตอนนี้ หลายร้านมักพบช่องว่างที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน และการปิดช่องว่างนั้นมักให้ผลตอบแทนเร็วกว่าการเพิ่มงบโฆษณาเสียอีก

  • จัดกะตามข้อมูลจริงว่าลูกค้าทักเข้ามาช่วงไหนมากที่สุด ไม่ใช่ตามความเคยชินของทีม
  • เพิ่มกำลังคนในช่วงพีค และมีอย่างน้อยการตอบเบื้องต้นในช่วงค่ำที่หลายธุรกิจมองข้าม
  • ถ้าคนไม่พอครอบคลุมทุกช่วง ให้จัดลำดับความสำคัญตามสัญญาณความพร้อมซื้อของลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

ควรจัดกะใหม่บ่อยแค่ไหน

ควรทบทวนทุกไตรมาสหรือเมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนชัดเจน เช่น หลังเปิดแคมเปญโฆษณาใหม่ที่ดึงกลุ่มลูกค้าต่างจากเดิม เพราะแพทเทิร์นเวลาที่ลูกค้าทักเข้ามาอาจเปลี่ยนตามไปด้วย

ทีมมีแอดมินคนเดียว ควรจัดเวลายังไงให้ดีที่สุด

ให้เลือกช่วงเวลาที่มีปริมาณแชทหนาแน่นที่สุดมาครอบคลุมก่อน แล้วใช้ข้อความตอบกลับอัตโนมัติสำหรับช่วงนอกเวลา เพื่อจัดการความคาดหวังของลูกค้าให้ชัดเจน

จำเป็นต้องเปิดตอบยี่สิบสี่ชั่วโมงไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกธุรกิจ ขึ้นกับพฤติกรรมลูกค้าและความสามารถของทีม สิ่งสำคัญกว่าคือครอบคลุมช่วงเวลาที่ลูกค้าทักเข้ามาหนาแน่นที่สุดให้ได้ก่อน

จะรู้ได้ยังไงว่าจัดกะแล้วดีขึ้นจริง

ให้ดูอัตราการตอบกลับภายในเวลาที่กำหนดและอัตราการปิดยอดในแต่ละช่วงเวลาเทียบกับก่อนปรับกะ ถ้าตัวเลขทั้งสองดีขึ้นแปลว่าการจัดกะใหม่มาถูกทาง

ควรให้พนักงานพาร์ทไทม์มาช่วยช่วงพีคไหม

เป็นทางเลือกที่ดีถ้าช่วงพีคชัดเจนและไม่ยาวเกินไปในแต่ละวัน แต่ควรมีการฝึกพื้นฐานให้ก่อนปล่อยดูแลลูกค้าจริง เพื่อไม่ให้คุณภาพการตอบต่างจากทีมหลักมากเกินไป

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเมินผลงานแอดมินขาย LINE ด้วยตัวชี้วัดอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่ ‘ขยันไหม’

ประเมินผลงานแอดมินขาย LINE ด้วยตัวชี้วัดอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่ ‘ขยันไหม’

ประเมินผลงานด้วยความรู้สึกว่าใครขยันใครไม่ขยัน มักไม่ยุติธรรมและไม่ช่วยพัฒนาทีม บทความนี้เล่าตัวชี้วัดที่จับต้องได้ พร้อมวิธีคุยฟีดแบ็กให้สร้างสรรค์
ออกแบบเส้นทางเติบโตให้แอดมินขาย LINE ไม่ให้ติดอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดชีวิต

ออกแบบเส้นทางเติบโตให้แอดมินขาย LINE ไม่ให้ติดอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดชีวิต

ทีมขายแชทหลายร้านไม่มีตำแหน่งถัดไปให้ไต่เลย ทำให้คนเก่งรู้สึกตัน บทความนี้เล่าวิธีออกแบบเส้นทางเติบโต 3-4 ระดับที่ทำได้จริงแม้ทีมไม่ใหญ่มาก
สมาชิก Silver 900 คน ขยับเป็น Gold แค่ 40 คน ออกแบบ tier ให้คนอยากปีนบันไดจริงได้ยังไง

สมาชิก Silver 900 คน ขยับเป็น Gold แค่ 40 คน ออกแบบ tier ให้คนอยากปีนบันไดจริงได้ยังไง

ระบบสมาชิกหลายระดับดูดีตอนพรีเซนต์ในสไลด์ แต่พอใช้จริงคนส่วนใหญ่ค้างอยู่ระดับล่างสุดตลอดกาล บทความนี้ชวนดูว่าทำไม tier ถึงไม่ดึงให้คนอยากขยับ และควรออกแบบยังไงให้แต่ละระดับมีเป้าที่จับต้องได้