← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

สาขาแฟรนไชส์ที่เกือบถูกปิด เพราะตัวเลขรวมทั้งเครือบังไว้ว่าใครทำเงินใครขาดทุน

ทีมบรรณาธิการ linli16 ก.ค. 15:50อัปเดต 16 ก.ค. 15:50อ่าน 1 นาที
สาขาแฟรนไชส์ที่เกือบถูกปิด เพราะตัวเลขรวมทั้งเครือบังไว้ว่าใครทำเงินใครขาดทุน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เคสตัวอย่าง (สมมติ) นี้สำนักงานใหญ่มองว่าสาขาหนึ่งทำผลงานแย่ที่สุดในเครือ เพราะตัวเลข ROAS ของทั้งเครือถูกวัดรวมกันในบัญชีโฆษณาเดียว พอเปลี่ยนมาใช้ระบบแยกที่มาของแชทตามสาขาจริง ถึงพบว่าสาขานั้นไม่ได้แย่ที่สุด แต่แค่ไม่เคยถูกมองเห็นตัวเลขที่แท้จริงมาก่อน

สมมติร้าน ‘กาแฟเดินดิน’ เป็นแฟรนไชส์กาแฟที่มีสิบสองสาขาในหลายจังหวัด ทุกสาขายิงแอด Facebook ผ่านบัญชีโฆษณาเดียวกันของสำนักงานใหญ่ เพื่อความสะดวกในการบริหารงบ แต่ระบบวัดผลไม่เคยแยกว่าแต่ละคลิกหรือแต่ละแชทมาจากสาขาไหน

ทุกไตรมาสสำนักงานใหญ่จะดูตัวเลขรวมแล้วเปรียบเทียบ ‘ยอดขายที่รายงานเข้ามาจากแต่ละสาขา’ กับ ‘งบโฆษณาที่จัดสรรให้’ ซึ่งสาขาหนึ่งอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวขนาดกลาง มักถูกมองว่าทำผลงานแย่ที่สุดในเครือมาสามไตรมาสติดต่อกัน จนเริ่มมีการหารือเรื่องปิดสาขา

จุดที่ทำให้เรื่องพลิกคือผู้จัดการสาขานั้นเสนอให้ลองแยกเบอร์แชทและลิงก์โฆษณาของสาขาตัวเองออกจากส่วนกลาง เพื่อดูตัวเลขเฉพาะสาขาจริง ๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือน ผลที่ได้ทำให้ทุกคนในเครือต้องคิดใหม่ทั้งหมด บทความนี้เล่าจากเคสตัวอย่างสมมติ ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายเท่านั้น

ปัญหาของการยิงแอดรวมกันทั้งเครือโดยไม่แยกสาขา

การใช้บัญชีโฆษณาเดียวทั้งเครือช่วยประหยัดเวลาบริหารจัดการ แต่ก็มีต้นทุนแฝงคือทำให้มองไม่เห็นว่าแต่ละสาขาทำผลงานจริงเป็นอย่างไร เพราะตัวเลข Conversion ทั้งหมดถูกโยนรวมกันเป็นก้อนเดียว

สาขาที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวมีลักษณะลูกค้าต่างจากสาขาในย่านออฟฟิศอย่างสิ้นเชิง คนที่คลิกโฆษณาในจังหวัดท่องเที่ยวมักเป็นนักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจซื้อทันที ในขณะที่สาขาย่านออฟฟิศมีลูกค้าประจำที่ทักถามล่วงหน้าหลายวันก่อนตัดสินใจ แต่ระบบวัดผลรวมมองไม่เห็นความต่างนี้เลย

การทดลองแยกลิงก์และเบอร์แชทเฉพาะสาขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน

ผู้จัดการสาขาขอทดลองสร้างลิงก์โฆษณาและการส่งข้อมูลกลับไปยังแพลตฟอร์มเฉพาะของสาขาตัวเอง แยกออกจากบัญชีกลาง โดยยังใช้งบก้อนเดิมที่ได้รับจัดสรรมา ไม่ได้ขอเพิ่มงบแต่อย่างใด

ผลที่เห็นทันทีในสัปดาห์แรกคือ ROAS เฉพาะสาขานี้อยู่ที่ 2.4 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขรวมทั้งเครือที่เคยรายงานว่าสาขานี้อยู่ที่ 0.9 มาตลอด เหตุผลคือตัวเลขรวมเดิมเอาความล้มเหลวของสาขาอื่นในช่วงเดียวกันมาหารเฉลี่ยปนกับสาขานี้ด้วย

จุดแข็งที่ไม่เคยถูกมองเห็นเพราะตัวเลขถูกกลบไว้

  • สาขานี้มีอัตราการทักแชทต่อคลิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งเครือ เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวมักตัดสินใจเร็วและชอบสอบถามโปรโมชันผ่านแชทก่อนแวะเข้าร้าน
  • แอดมินประจำสาขามีสคริปต์ตอบแชทที่ปิดยอดได้ดีเป็นพิเศษ แต่ไม่เคยมีใครรู้ เพราะผลงานส่วนนี้ถูกกลืนหายไปในตัวเลขรวมของทั้งเครือ
  • ช่วงเวลาที่คนคลิกโฆษณาสูงสุดของสาขานี้คือช่วงเย็นวันหยุด ซึ่งต่างจากสาขาย่านออฟฟิศที่คลิกสูงช่วงพักเที่ยงวันทำงาน แต่งบโฆษณาที่จัดสรรมาไม่เคยปรับตามช่วงเวลานี้เลย

ขั้นตอนขยายระบบแยกสาขาไปทั้งเครือหลังเห็นผล

  1. ให้ทุกสาขาสร้างลิงก์และช่องทางแชทของตัวเองแยกจากบัญชีกลาง แต่ยังอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน
  2. ตั้งรายงานรายสาขาให้สำนักงานใหญ่เห็นตัวเลข ROAS และต้นทุนต่อแชทของแต่ละสาขาแยกกันทุกสัปดาห์
  3. ปรับงบโฆษณาตามช่วงเวลาที่แต่ละสาขามีคนคลิกสูงสุดจริง แทนที่จะใช้งบเท่ากันทุกสาขาแบบเดิม
  4. ถอดสคริปต์แชทของสาขาที่ปิดยอดดีที่สุด มาสอนให้สาขาอื่นที่ตัวเลขต่ำกว่าค่าเฉลี่ยลองปรับใช้

ผลลัพธ์หลังขยายระบบแยกสาขาไปทั้งเครือสี่เดือน

สาขาที่เกือบถูกปิดกลายเป็นหนึ่งในสามสาขาที่ทำ ROAS สูงสุดของเครือภายในสี่เดือน ในขณะที่บางสาขาที่เคยดูดีในตัวเลขรวม กลับพบว่าจริง ๆ แล้วทำผลงานต่ำกว่าที่คิดเมื่อแยกดูเฉพาะตัว

บทเรียนนี้คล้ายกับเคสของเชนร้านอาหารที่พลิกจากขาดทุนด้วยการหดขอบเขตกลุ่มเป้าหมายให้แคบลง ซึ่งชี้ให้เห็นแพทเทิร์นเดียวกันว่า การมองภาพรวมแบบกว้างเกินไปมักบังปัญหาและจุดแข็งที่แท้จริงของแต่ละหน่วยธุรกิจไว้

สรุป

เรื่องนี้ไม่ได้จบด้วยการเพิ่มงบให้สาขาไหนเป็นพิเศษ แต่จบด้วยการที่เครือแฟรนไชส์ทั้งหมดต้องยอมรับว่า ตัวเลขรวมที่ดูสวยงามอาจกำลังซ่อนทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละสาขาไว้โดยไม่มีใครรู้

ถ้าธุรกิจมีมากกว่าหนึ่งสาขาหรือหนึ่งสาขาย่อย ลองถามตัวเองว่าตอนนี้เห็นตัวเลขของแต่ละหน่วยชัดพอจะตัดสินใจอย่างยุติธรรมหรือยัง

  • ตัวเลขรวมทั้งเครืออาจบังจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละสาขาไว้
  • การแยกลิงก์และช่องทางแชทรายสาขาไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบ แค่จัดระบบใหม่
  • พฤติกรรมลูกค้าต่างทำเลมักต่างกันมาก ควรวัดผลแยกกันไม่ใช้มาตรฐานเดียวทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการยิงแอดรวมกันทั้งเครือแฟรนไชส์ถึงมีปัญหา

เพราะตัวเลขผลงานของแต่ละสาขาถูกเฉลี่ยรวมกัน ทำให้มองไม่เห็นว่าสาขาไหนทำผลงานดีหรือแย่จริง ๆ อาจตัดสินใจผิดพลาดเรื่องการจัดสรรงบหรือแม้แต่การปิดสาขา

การแยกระบบวัดผลรายสาขาต้องใช้งบเพิ่มไหม

ไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบ เคสตัวอย่างนี้ใช้งบก้อนเดิมที่จัดสรรไว้แล้ว เพียงแต่แยกช่องทางแชทและลิงก์ให้เห็นตัวเลขเฉพาะสาขาชัดเจนขึ้น

สาขาที่อยู่ในทำเลต่างกันควรวัดผลด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่

ไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เพราะพฤติกรรมลูกค้าต่างทำเลมักต่างกันมาก ควรดูแนวโน้มเฉพาะของแต่ละสาขาประกอบการตัดสินใจ

ควรแบ่งปันสคริปต์แชทที่ปิดยอดดีของสาขาหนึ่งไปให้สาขาอื่นไหม

ควรทำ แต่ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละสาขา เพราะพฤติกรรมลูกค้าและช่วงเวลาที่คลิกโฆษณาอาจต่างกัน ไม่ใช่ก็อปวางตรง ๆ ทั้งหมด

ธุรกิจขนาดเล็กที่มีแค่สองสามสาขาควรแยกระบบวัดผลด้วยไหม

ควรพิจารณาเช่นกัน แม้จำนวนสาขาไม่มาก เพราะแม้แต่สองสาขาที่ทำเลต่างกันก็อาจมีพฤติกรรมลูกค้าต่างกันมากพอที่จะทำให้ตัวเลขรวมบิดเบือนได้

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่ยอดจองร่วงทุกโลว์ซีซั่นซ้ำซาก จนลองพลิกมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าแทนการอัดงบแอดเพิ่ม

รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่ยอดจองร่วงทุกโลว์ซีซั่นซ้ำซาก จนลองพลิกมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าแทนการอัดงบแอดเพิ่ม

เคสสมมติของรีสอร์ตขนาดเล็กที่ยอดจองตกฮวบทุกปีช่วงโลว์ซีซั่น เคยแก้ด้วยการเพิ่มงบโฆษณาแต่ไม่ได้ผล จนเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าในแชทแทน
สตาร์ทอัพคอร์สออนไลน์ที่คนทักเข้ามาเยอะแต่ปิดไม่ได้สักที จนพบว่าปัญหาอยู่ที่จังหวะบอกราคา ไม่ใช่ตัวคอร์ส

สตาร์ทอัพคอร์สออนไลน์ที่คนทักเข้ามาเยอะแต่ปิดไม่ได้สักที จนพบว่าปัญหาอยู่ที่จังหวะบอกราคา ไม่ใช่ตัวคอร์ส

เคสสมมติของสตาร์ทอัพขายคอร์สออนไลน์ที่คนสนใจทักเข้ามาเยอะมาก แต่ปิดยอดได้น้อย จนข้อมูลในแชทเผยว่าปัญหาคือโครงสร้างราคา ไม่ใช่เนื้อหาคอร์ส
ร้านที่กลายเป็นไวรัลแง่ลบข้ามคืนเพราะคลิปลูกค้าโกรธ แล้วต้องเรียนรู้วิธีอยู่กับกระแสให้รอด

ร้านที่กลายเป็นไวรัลแง่ลบข้ามคืนเพราะคลิปลูกค้าโกรธ แล้วต้องเรียนรู้วิธีอยู่กับกระแสให้รอด

เคสสมมติของร้านอาหารที่กลายเป็นประเด็นไวรัลแง่ลบจากคลิปลูกค้าคนหนึ่ง ยอดแชททะลักเข้ามาหลักพันภายในคืนเดียว แล้วต้องรับมือให้ทันโดยไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก