← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่ยอดจองร่วงทุกโลว์ซีซั่นซ้ำซาก จนลองพลิกมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าแทนการอัดงบแอดเพิ่ม

02 ส.ค. 04:29 · อ่าน 1 นาที
รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่ยอดจองร่วงทุกโลว์ซีซั่นซ้ำซาก จนลองพลิกมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าแทนการอัดงบแอดเพิ่ม

สรุปสั้น ๆ

เคสตัวอย่าง (สมมติ) นี้รีสอร์ตเคยแก้ปัญหายอดจองตกช่วงโลว์ซีซั่นด้วยการเพิ่มงบโฆษณาทุกปี แต่ ROAS กลับยิ่งแย่ลง เพราะกำลังยิงหาคนที่ไม่มีความตั้งใจจะเดินทางช่วงนั้นอยู่แล้ว จุดที่พลิกคือการเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าที่เคยพักมาก่อน ซึ่งมีโอกาสกลับมาซ้ำสูงกว่าคนแปลกหน้ามาก

สมมติรีสอร์ต ‘ทะเลสงบ’ เป็นที่พักขนาดสิบสองห้องริมทะเล มีลูกค้าล้นทุกปีช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ แต่พอเข้าเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ยอดจองจะร่วงลงเหลือไม่ถึงครึ่งของช่วงพีค ซ้ำแบบนี้มาสามปีติดต่อกัน

วิธีแก้ที่เจ้าของรีสอร์ตใช้มาตลอดคือเพิ่มงบโฆษณาช่วงโลว์ซีซั่นเป็นสองเท่า เพื่อหวังดึงคนใหม่เข้ามา แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลงทุกปี เพราะ ROAS ช่วงนั้นต่ำกว่าช่วงพีคเสมอ ทั้งที่จ่ายงบเยอะกว่า เจ้าของรีสอร์ตเริ่มคิดว่า ‘คงเป็นเพราะโลว์ซีซั่นคนไม่อยากเที่ยวจริง ๆ’

จุดที่ทำให้เรื่องพลิกคือพนักงานต้อนรับคนหนึ่งเสนอไอเดียว่า แทนที่จะหาลูกค้าใหม่ช่วงโลว์ซีซั่น ลองส่งข้อความไปหาลูกค้าเก่าที่เคยพักในแชทดูก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่รู้จักรีสอร์ตอยู่แล้ว ผลที่ได้เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องโลว์ซีซั่นของรีสอร์ตไปเลย บทความนี้เล่าจากเคสตัวอย่างสมมติ ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายเท่านั้น

ทำไมการอัดงบโฆษณาเพิ่มช่วงโลว์ซีซั่นถึงไม่ได้ผล

การเพิ่มงบโฆษณาช่วงโลว์ซีซั่นเป็นสัญชาตญาณของธุรกิจตามฤดูกาลจำนวนมาก แต่ปัญหาคือคนที่เห็นโฆษณาช่วงนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีแผนเดินทางอยู่แล้ว การอัดงบเพิ่มจึงเหมือนพยายามผลักคนที่ไม่มีความตั้งใจให้ตัดสินใจ ซึ่งทำได้ยากและแพงกว่าการหาคนที่ตั้งใจอยู่แล้วมาก

รีสอร์ตทะเลสงบใช้งบโฆษณาช่วงโลว์ซีซั่นสูงกว่าช่วงพีคถึง 80% แต่ได้ยอดจองน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะกำลังแข่งกับที่พักอื่นเพื่อแย่งความสนใจของคนที่ยังไม่คิดจะเที่ยวเลย

การหันมาดูข้อมูลลูกค้าเก่าที่เคยพักในแชทแทน

ทีมดึงประวัติแชทของลูกค้าที่เคยจองห้องพักในสามปีที่ผ่านมาออกมาดู แล้วพบว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่เคยพักช่วงพีค แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลยหลังเช็กเอาต์ ทั้งที่บางคนเคยพิมพ์ในแชทว่า ‘ครั้งหน้าจะมาอีก’

การใช้การวิเคราะห์ความถี่และมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าเก่าช่วยให้ทีมเลือกกลุ่มที่มีแนวโน้มกลับมาซ้ำสูงสุดได้ก่อน แทนที่จะส่งข้อความเหมือนกันหมดให้ทุกคน

ข้อความที่ส่งกลับไปหาลูกค้าเก่า และผลตอบรับที่ได้

ข้อความหนึ่งที่ส่งไปเขียนว่า ‘จำได้ไหมคะที่เคยพักห้องริมทะเลกับเราช่วงปีใหม่ ตอนนี้เดือนนี้ที่พักว่างเยอะ ราคาลดลงเกือบครึ่งจากช่วงพีค อยากชวนมาเปลี่ยนบรรยากาศแบบเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่านดูไหมคะ’ ซึ่งได้รับการตอบกลับจากลูกค้าเก่าจำนวนมากภายในวันเดียว

ลูกค้ารายหนึ่งตอบว่า ‘พอดีเลยค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าจะพาครอบครัวไปพักผ่อนช่วงนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนทักมาก่อนแบบนี้’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าบางคนมีความตั้งใจอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครไปเตือนความจำเขาให้ทันเวลา

ตารางเทียบยอดจองโลว์ซีซั่นก่อนและหลังใช้ข้อมูลลูกค้าเก่า

ปีกลยุทธ์หลักงบโฆษณาโลว์ซีซั่นอัตราเข้าพักโลว์ซีซั่น
ปีที่ 1-3เพิ่มงบโฆษณาหาลูกค้าใหม่สูงกว่าช่วงพีค 80%ประมาณ 35%
ปีที่ 4 (เปลี่ยนกลยุทธ์)ส่งข้อความหาลูกค้าเก่า + งบโฆษณาปกติเท่าช่วงพีคประมาณ 58%

บทเรียนสำหรับธุรกิจตามฤดูกาลอื่น ๆ ที่เจอปัญหาคล้ายกัน

เจ้าของรีสอร์ตสรุปว่า โลว์ซีซั่นไม่ได้แปลว่าไม่มีคนอยากมาเลย แต่แปลว่าต้องเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจาก ‘คนแปลกหน้าที่ต้องโน้มน้าวใหม่ทั้งหมด’ มาเป็น ‘คนที่เคยพักแล้วและมีความไว้ใจอยู่บ้าง’ ซึ่งใช้ต้นทุนน้อยกว่ามากในการโน้มน้าวให้ตัดสินใจอีกครั้ง

หลักการนี้ใช้ได้กับธุรกิจตามฤดูกาลอื่นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านขายเครื่องปรับอากาศหน้าหนาว หรือธุรกิจจัดงานแต่งงานนอกฤดูมงคล การกลับไปหาลูกค้าเก่าก่อนมักคุ้มค่ากว่าการไล่หาลูกค้าใหม่ท่ามกลางช่วงเวลาที่ตลาดเงียบอยู่แล้ว

สรุป

เรื่องนี้ไม่ได้จบด้วยการเจอกลุ่มลูกค้าใหม่ที่วิเศษ แต่จบด้วยการที่รีสอร์ตพบว่าคำตอบอยู่ใกล้กว่าที่คิดมาตลอด นั่นคือคนที่เคยมาแล้วและยังจำความรู้สึกดี ๆ ได้อยู่

ถ้าธุรกิจของคุณมีช่วงเวลาที่ยอดขายตกซ้ำซากทุกปี ลองถามว่าเคยกลับไปคุยกับลูกค้าเก่าก่อนจะรีบเพิ่มงบหาลูกค้าใหม่หรือยัง

  • การเพิ่มงบโฆษณาช่วงตลาดเงียบ มักแพงกว่าการกลับไปหาลูกค้าเก่าที่ไว้ใจอยู่แล้ว
  • ข้อมูลลูกค้าเก่าในแชทบอกได้ว่าใครมีแนวโน้มกลับมาซ้ำสูงสุด
  • หลักการนี้ใช้ได้กับธุรกิจตามฤดูกาลแทบทุกประเภท ไม่ใช่แค่ที่พักท่องเที่ยว

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการเพิ่มงบโฆษณาช่วงโลว์ซีซั่นถึงมักไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง

เพราะคนส่วนใหญ่ที่เห็นโฆษณาช่วงนั้นไม่มีความตั้งใจเดินทางอยู่แล้ว การอัดงบเพิ่มเพื่อโน้มน้าวคนกลุ่มนี้ใช้ต้นทุนสูงกว่าการกลับไปหาลูกค้าเก่าที่มีความไว้ใจอยู่แล้วมาก

ควรเก็บข้อมูลอะไรจากลูกค้าเก่าเพื่อใช้ในโลว์ซีซั่นถัดไป

ควรเก็บประวัติการเข้าพักหรือซื้อสินค้า ความถี่ในการกลับมาซ้ำ และข้อความที่ลูกค้าเคยพิมพ์ไว้ในแชทที่สะท้อนความสนใจจะกลับมาอีกในอนาคต

ธุรกิจแบบไหนที่เจอปัญหาโลว์ซีซั่นแบบนี้ได้บ้าง

ธุรกิจที่มีรอบฤดูกาลชัดเจน เช่น ที่พักท่องเที่ยว ร้านขายเครื่องปรับอากาศ ธุรกิจจัดงานแต่งงาน หรือแม้แต่ร้านขายของขวัญที่พึ่งพาเทศกาลเป็นหลัก

การส่งข้อความหาลูกค้าเก่าควรทำบ่อยแค่ไหนไม่ให้รู้สึกรบกวน

ควรเลือกช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องจริง เช่นก่อนเข้าโลว์ซีซั่นหรือช่วงที่มีโปรโมชันเฉพาะ ไม่ควรส่งถี่เกินไปจนลูกค้ารู้สึกเป็นสแปม

ถ้าไม่เคยเก็บข้อมูลลูกค้าเก่าไว้เลยควรเริ่มอย่างไร

ควรเริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้ผ่านช่องทางแชทที่ใช้ปิดการขาย และจัดหมวดหมู่ลูกค้าตามความถี่และมูลค่าการใช้จ่ายไว้ เพื่อใช้ในแคมเปญโลว์ซีซั่นครั้งต่อไป

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง