← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

คำนวณมูลค่าทราฟฟิกออร์แกนิก (Earned Media Value) เทียบค่าแอดจริง

02 ส.ค. 04:05 · อ่าน 2 นาที
คำนวณมูลค่าทราฟฟิกออร์แกนิก (Earned Media Value) เทียบค่าแอดจริง

สรุปสั้น ๆ

Earned Media Value คือการตีมูลค่าทราฟฟิกที่ได้มาฟรีจากคอนเทนต์และการบอกต่อ ด้วยการเทียบว่าถ้าซื้อทราฟฟิกเท่านี้ด้วยแอดต้องจ่ายเท่าไหร่ มันช่วยให้เห็นว่าคอนเทนต์ออร์แกนิกมีค่าจริง แต่ต้องระวังอย่าตีมูลค่าเกินจริงจนหลอกตัวเอง

เจ้าของธุรกิจหลายคนทุ่มเวลาทำคอนเทนต์ ตอบแชท สร้างคอมมูนิตี้ แต่พอถึงเวลาประเมินว่างานพวกนี้คุ้มไหม กลับตอบไม่ได้ เพราะมันไม่มีใบเสร็จเหมือนค่าแอด เลยรู้สึกว่างานออร์แกนิกเป็นของฟรีที่วัดค่าไม่ได้ ทั้งที่จริงมันมีมูลค่าซ่อนอยู่

Earned Media Value หรือมูลค่าสื่อที่ได้มาฟรี คือเครื่องมือที่ช่วยตีค่าตรงนี้ หลักคิดง่าย ๆ คือ ถ้าทราฟฟิกหรือการมองเห็นที่เราได้มาฟรีจากคอนเทนต์ ต้องไปซื้อด้วยเงินค่าแอด เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ตัวเลขนั้นแหละคือมูลค่าคร่าว ๆ ของงานออร์แกนิกที่เราทำ

แต่ผมต้องเตือนไว้ก่อนว่า EMV เป็นดาบสองคม ถ้าคำนวณแบบเข้าข้างตัวเอง มันจะให้ตัวเลขสวยหรูที่หลอกให้เราคิดว่าเก่งกว่าความจริง บทความนี้จะเล่าทั้งวิธีคำนวณและกับดักที่ต้องระวัง เพื่อให้ตัวเลขที่ได้เอาไปใช้ตัดสินใจได้จริง

Earned Media Value คืออะไร และคิดจากอะไร

EMV คือการแปลงสิ่งที่เราได้มาฟรี ให้เป็นตัวเลขเงินโดยเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายถ้าซื้อสิ่งเดียวกันด้วยแอด สมมติโพสต์หนึ่งของเรามีคนเห็นหนึ่งหมื่นคนโดยไม่ได้บูสต์ ถ้าปกติการซื้อการมองเห็นหมื่นครั้งด้วยแอดต้องจ่ายราว ๆ เท่าไหร่ ตัวเลขนั้นคือ EMV เบื้องต้นของโพสต์นั้น

ที่มาของแนวคิดนี้คือการทำให้งานที่จับต้องยากอย่างคอนเทนต์และการบอกต่อ มีหน่วยวัดที่เทียบกับงบแอดได้ เพราะเจ้าของธุรกิจคุ้นกับการคิดเป็นเงินอยู่แล้ว พอแปลงงานออร์แกนิกเป็นภาษาเงิน มันเลยเอาไปเทียบและตัดสินใจจัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่เอามาคิด EMV ได้มีหลายอย่าง ทั้งการมองเห็น การเข้าถึง การกดมีส่วนร่วม การแชร์ต่อ หรือทราฟฟิกที่วิ่งเข้าเว็บและ LINE โดยไม่ได้มาจากแอด แต่ละอย่างมีวิธีตีค่าต่างกัน และนี่คือจุดที่ต้องระวังว่าจะเลือกตัวตั้งอะไรมาเทียบ เพราะเลือกผิดตัวเลขก็เพี้ยน

วิธีคำนวณ EMV แบบไม่หลอกตัวเอง

วิธีคิดที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือเอาปริมาณที่เราได้ฟรี คูณกับต้นทุนต่อหน่วยที่ถ้าซื้อด้วยแอดต้องจ่าย ลองดูตารางนี้เป็นตัวอย่างการตีมูลค่าแต่ละแบบ:

สิ่งที่ได้ฟรีปริมาณต้นทุนแอดต่อหน่วย (สมมติ)มูลค่าโดยประมาณ
การมองเห็นโพสต์10,000 ครั้ง50 บาท/พันครั้ง500 บาท
คนคลิกเข้าเว็บ300 คลิก5 บาท/คลิก1,500 บาท
คนทัก LINE ออร์แกนิก40 คน45 บาท/ทัก1,800 บาท

อ่านตัวเลข EMV ให้เป็น อย่าดูแค่ยอดรวม

จากตารางข้างบน ถ้าเอาทุกอย่างมารวมกันจะได้มูลค่าประมาณ 3,800 บาทจากงานออร์แกนิกชิ้นนั้น ฟังดูดี แต่ต้องระวังการนับซ้ำ เพราะคนที่คลิกเข้าเว็บกับคนที่ทัก LINE อาจเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่เดินทางต่อกัน การเอาทุกตัวมาบวกกันตรง ๆ มักทำให้มูลค่าพองเกินจริง

ตัวเลขที่ผมให้ค่ามากที่สุดในตารางคือแถวคนทัก LINE เพราะมันใกล้ยอดขายมากที่สุด การมองเห็นหมื่นครั้งฟังดูเยอะแต่ไกลจากเงินจริง ส่วนคนที่ยอมทักเข้ามาคือคนที่ขยับใกล้การเป็นลูกค้าแล้ว เวลาประเมินงานออร์แกนิก ผมจึงน้ำหนักไปที่ปลายทางที่ใกล้เงินมากกว่ายอดการมองเห็นต้นทาง เหมือนที่ต้องระวังไม่ให้หยุดดูแค่ยอดคลิกที่ยังไม่ใช่ยอดจริง

EMV ไม่ใช่กำไร อย่าสับสนสองอย่างนี้

กับดักที่อันตรายที่สุดของ EMV คือการเอาไปนับเป็นเงินที่หาได้จริง ทั้งที่มันเป็นแค่ ‘มูลค่าเทียบเท่า’ ไม่ใช่เงินสดที่เข้ากระเป๋า การที่คอนเทนต์เรามี EMV สามพันบาท ไม่ได้แปลว่าเรามีเงินเพิ่มสามพัน มันแปลว่าเราประหยัดค่าแอดที่จะต้องจ่ายเพื่อให้ได้ผลเท่านั้นไปได้

ความต่างนี้สำคัญมากเวลาตัดสินใจ เพราะงานออร์แกนิกไม่ได้ฟรีจริง มันแลกมาด้วยเวลาและแรงคน ถ้าเราใช้เวลาสามวันทำคอนเทนต์ที่มี EMV สามพัน แต่ค่าเวลาของทีมที่ลงไปมากกว่านั้น มันก็อาจไม่คุ้มเท่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่น EMV จึงต้องเทียบกับต้นทุนเวลาที่แท้จริงด้วย

ทางที่ผมแนะนำคือใช้ EMV เป็นเข็มทิศคร่าว ๆ ว่างานออร์แกนิกชิ้นไหนให้ผลคุ้มแรง ไม่ใช่เอาไปรายงานเป็นรายได้ และควรดูควบคู่กับตัวเลขที่เป็นเงินจริง เช่นยอดที่ปิดได้จากคนสายออร์แกนิก ซึ่งเชื่อมโยงกับการดูมูลค่าตลอดอายุลูกค้าเทียบต้นทุนที่ได้เขามา เพื่อให้เห็นภาพครบทั้งมูลค่าเทียบเท่าและเงินจริง

EMV มีประโยชน์ตอนไหน และตอนไหนไม่ควรใช้

EMV มีประโยชน์มากตอนที่เราต้องตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรระหว่างงานที่จ่ายเงินกับงานที่ใช้แรง เช่น ควรจ้างคนทำคอนเทนต์เพิ่มหรือเอางบไปยิงแอด การมีตัวเลขเทียบเท่าช่วยให้เห็นภาพว่าออร์แกนิกให้ผลมากพอจะลงทุนเพิ่มไหม โดยไม่ต้องเดาล้วน ๆ

แต่ EMV ไม่เหมาะกับการวัดผลระยะสั้นแบบแคมเปญที่ต้องการยอดทันที เพราะงานออร์แกนิกให้ผลสะสม ไม่ได้พุ่งในวันเดียว และมันไม่เหมาะเป็นตัวเลขหลักในการรายงานผลกำไร เพราะจะทำให้ภาพการเงินบิดเบือน ทางที่ดีคือใช้ EMV เป็นตัวเสริมที่ช่วยให้เห็นคุณค่าของงานที่ไม่มีใบเสร็จ ควบคู่กับการดูว่ากว่าจะคืนทุนใช้เวลาแค่ไหนสำหรับการตัดสินใจที่อิงเงินจริง

สรุป

Earned Media Value ช่วยให้เราตีค่างานออร์แกนิกที่ไม่มีใบเสร็จ ให้เป็นภาษาเงินที่เทียบกับงบแอดได้ ทำให้ตัดสินใจจัดสรรเวลาและทรัพยากรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือกระหว่างลงทุนกับคอนเทนต์หรือเทงบไปที่แอด

แต่ต้องใช้ด้วยความเข้าใจว่ามันเป็นมูลค่าเทียบเท่า ไม่ใช่กำไร ระวังการนับซ้ำและการตีค่าเกินจริง และให้น้ำหนักกับตัวเลขที่ใกล้ยอดขาย เมื่อใช้เป็นเข็มทิศคร่าว ๆ ควบคู่กับตัวเลขเงินจริง EMV จะช่วยให้คุณเห็นคุณค่าที่แท้จริงของงานที่เคยรู้สึกว่าวัดไม่ได้

  • EMV คือมูลค่าเทียบเท่าของทราฟฟิกฟรี ไม่ใช่เงินสดหรือกำไร
  • ระวังการนับซ้ำ และให้น้ำหนักกับตัวที่ใกล้ยอดขาย เช่น คนทักจริง
  • ใช้เป็นเข็มทิศเทียบกับต้นทุนเวลา ควบคู่ตัวเลขเงินจริงเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Earned Media Value คำนวณยังไงแบบง่ายที่สุด

เอาปริมาณที่ได้มาฟรี เช่น การมองเห็นหรือคนทัก คูณกับต้นทุนต่อหน่วยที่ถ้าซื้อด้วยแอดต้องจ่าย เช่น คนทัก 40 คน ถ้าค่าแอดต่อการทักอยู่ที่ 45 บาท ก็ตีมูลค่าราว 1,800 บาท เป็นการประเมินคร่าว ๆ ว่าประหยัดค่าแอดไปได้เท่าไหร่

EMV เท่ากับเงินที่หาได้จริงไหม

ไม่เท่า EMV เป็นแค่มูลค่าเทียบเท่าว่าถ้าต้องซื้อผลแบบนี้ด้วยแอดต้องจ่ายเท่าไหร่ ไม่ใช่เงินสดที่เข้ากระเป๋า การมีคอนเทนต์ที่ EMV สูงแปลว่าเราประหยัดค่าแอดที่จะต้องจ่าย ไม่ได้แปลว่ามีรายได้เพิ่มเท่านั้น จึงไม่ควรเอาไปนับเป็นกำไร

ควรเอาทุกตัวเลขมาบวกกันเป็น EMV รวมไหม

ต้องระวังการนับซ้ำ เพราะคนที่มองเห็นโพสต์ คนที่คลิก และคนที่ทัก อาจเป็นกลุ่มเดียวกันที่เดินทางต่อกัน การบวกทุกอย่างตรง ๆ มักทำให้มูลค่าพองเกินจริง ทางที่ดีคือให้น้ำหนักกับตัวที่ใกล้ยอดขายที่สุด เช่น คนที่ทักเข้ามาจริง

งานออร์แกนิกฟรีจริงหรือเปล่า ทำไมต้องคิด EMV

ไม่ฟรีจริง เพราะแลกมาด้วยเวลาและแรงคน การคิด EMV ช่วยให้เทียบได้ว่างานที่ใช้แรงนี้ให้ผลคุ้มกับเวลาที่ลงไปไหม เมื่อเทียบกับการเอาเวลาหรืองบไปทำอย่างอื่น จึงควรเทียบ EMV กับต้นทุนเวลาที่แท้จริงเสมอ ไม่ใช่มองว่าได้มาเปล่า

ควรใช้ EMV รายงานผลให้เจ้านายหรือลูกค้าไหม

ใช้เป็นตัวเสริมได้เพื่อให้เห็นคุณค่าของงานที่ไม่มีใบเสร็จ แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขหลักในการรายงานกำไร เพราะจะทำให้ภาพการเงินบิดเบือน ควรรายงานควบคู่กับตัวเลขเงินจริง เช่น ยอดที่ปิดได้จากคนสายออร์แกนิก เพื่อให้เห็นภาพครบ

EMV ต่างจากการดู ROAS ยังไง

ROAS ดูผลตอบแทนจากเงินแอดที่จ่ายไปจริง ส่วน EMV ตีมูลค่าของสิ่งที่ได้มาโดยไม่ได้จ่าย ทั้งสองใช้คนละที่ ROAS เหมาะกับการวัดแคมเปญที่จ่ายเงิน ส่วน EMV เหมาะกับการประเมินงานออร์แกนิกที่ไม่มีค่าใช้จ่ายตรง แต่มีต้นทุนเวลาซ่อนอยู่

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง