← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

คำถามที่ลูกค้าถามซ้ำ ๆ ในแชททุกวัน คือบทโฆษณาที่ดีที่สุดที่คุณยังไม่ได้เขียน

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
คำถามที่ลูกค้าถามซ้ำ ๆ ในแชททุกวัน คือบทโฆษณาที่ดีที่สุดที่คุณยังไม่ได้เขียน

สรุปสั้น ๆ

ทุกคำถามและข้อโต้แย้งที่ลูกค้าพิมพ์มาในแชทคือข้อมูลตรงจากปากลูกค้าจริง ไม่ใช่การเดาของทีมครีเอทีฟ การรวบรวมคำถามซ้ำ ๆ เหล่านี้มาแยกหมวดจะบอกได้ว่าโฆษณาควรพูดเรื่องอะไรก่อน และควรเลี่ยงพูดเรื่องไหนเพราะทำให้คนกังวลเพิ่ม

ทุกวันแอดมินร้านหนึ่งต้องตอบคำถามซ้ำเดิม ๆ นับสิบครั้ง 'ของแท้ไหมคะ' 'ส่งกี่วันถึง' 'มีประกันไหม' คำถามพวกนี้มักถูกมองเป็นแค่งานประจำที่ต้องตอบให้จบ ๆ ไป แล้วก็ลืมไป ไม่มีใครเก็บไว้ทำอะไรต่อ

แต่ถ้าลองมองอีกมุม คำถามที่ซ้ำกันบ่อยที่สุดนี่แหละคือสิ่งที่บอกตรง ๆ ว่าลูกค้าลังเลเรื่องอะไรก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากกว่าที่ทีมทำโฆษณาจะนั่งเดาเอาเองในห้องประชุม เพราะมันมาจากปากลูกค้าจริงตรง ๆ

บทความนี้จะเล่าวิธีเก็บคำถามและข้อโต้แย้งจากแชทมาแปลงเป็นวัตถุดิบสำหรับทำครีเอทีฟโฆษณาและเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ตรงขึ้น

ทำไมคำถามซ้ำ ๆ ถึงมีค่ากว่าที่คิด

เวลาทีมทำโฆษณานั่งคิดว่าจะพูดอะไรในโฆษณาชิ้นต่อไป มักเริ่มจากการเดาว่าลูกค้าน่าจะสนใจอะไร หรือดูคู่แข่งทำอะไรแล้วทำตาม ทั้งที่มีข้อมูลที่แม่นกว่านั้นมากอยู่ในมือแล้ว นั่นคือคำถามจริงที่ลูกค้าพิมพ์เข้ามาทุกวัน

คำถามที่ถูกถามซ้ำบ่อยที่สุดคือสัญญาณตรงว่าคนกลุ่มใหญ่ยังไม่มั่นใจเรื่องนั้น และถ้าโฆษณาสามารถตอบคำถามนั้นได้ตั้งแต่ยังไม่ทันทัก ก็ยิ่งลดขั้นตอนที่ลูกค้าต้องเสียเวลาถามเอง ทำให้ข้อโต้แย้งถูกเคลียร์ไปตั้งแต่ก่อนเข้าแชท

วิธีรวบรวมคำถามจากแชทแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อน

ไม่ต้องมีระบบวิเคราะห์แชทอัตโนมัติก็เริ่มได้ วิธีที่ทำได้จริงคือ:

  1. ให้แอดมินจดคำถามที่เจอบ่อยไว้ในที่เดียวกันทุกวัน แม้จะเป็นแค่โน้ตธรรมดาในโทรศัพท์ก็ยังดีกว่าไม่จดเลย
  2. ทุกสัปดาห์ ไล่ดูโน้ตนั้นแล้วจัดกลุ่มคำถามที่คล้ายกันเข้าด้วยกัน เช่น กลุ่มคำถามเรื่องราคา กลุ่มคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ กลุ่มคำถามเรื่องการจัดส่ง
  3. นับจำนวนครั้งที่แต่ละกลุ่มถูกถาม เพื่อรู้ว่ากลุ่มไหนคือความกังวลอันดับต้น ๆ ที่คนส่วนใหญ่ติดอยู่
  4. เอากลุ่มคำถามอันดับต้นมาเป็นโจทย์ตั้งต้นให้ทีมทำครีเอทีฟชิ้นถัดไป แทนที่จะเริ่มจากศูนย์

ตัวอย่างการแปลงคำถามเป็นครีเอทีฟ

สมมติร้านขายที่นอนออนไลน์ชื่อ 'นอนดีสตูดิโอ' พบว่าคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในแชทคือ 'นอนแล้วจะร้อนไหม' ทั้งที่ทีมครีเอทีฟตลอดมาโฟกัสแต่การพูดถึงความนุ่มของที่นอน พอเปลี่ยนมาทำโฆษณาที่ตอบเรื่องการระบายอากาศโดยตรง เช่น คลิปทดสอบวางน้ำแข็งบนที่นอนแล้วดูเวลาที่ละลาย ผลคือคนที่ทักเข้ามาถามเรื่องความร้อนน้อยลง เพราะโฆษณาตอบไปล่วงหน้าแล้ว (ตัวเลขและเคสเป็นตัวอย่างประกอบการอธิบาย ไม่ใช่รายงานวิจัยที่ยืนยันแล้ว)

นี่คือพลังของการเอาคำถามจริงมาทำครีเอทีฟ — มันไม่ใช่การเดาว่าลูกค้าน่าจะกังวลเรื่องอะไร แต่เป็นการตอบในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าลูกค้ากังวลจริง ๆ

ใช้ข้อมูลเดียวกันนี้ปรับกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย

นอกจากทำครีเอทีฟ คำถามที่เก็บมายังบอกได้ว่าคนกลุ่มไหนน่าจะสนใจสินค้าจริง เช่น ถ้าคำถามส่วนใหญ่มาจากคนที่มีลูกเล็กถามเรื่องความปลอดภัยของวัสดุ นั่นเป็นสัญญาณว่ากลุ่มพ่อแม่มีลูกเล็กอาจเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ควรเน้นเพิ่ม ไม่ใช่แค่กลุ่มอายุกว้าง ๆ ที่เคยตั้งไว้แต่แรก คำถามเหล่านี้ยังใช้ต่อยอดเป็นสคริปต์ตอบข้อโต้แย้งเรื่องราคาในแชทได้ตรงจุดขึ้นด้วย และถ้าจับได้ว่าเป็นคำถามเชิงเปรียบเทียบราคากับรีวิว ลองดูมุมต่างระหว่างคนค้นราคากับคนค้นรีวิวประกอบ

สรุป

คำถามที่แอดมินตอบซ้ำทุกวันไม่ใช่แค่ภาระงาน มันคือข้อมูลตรงจากปากลูกค้าที่บอกได้ว่าคนกังวลเรื่องอะไรก่อนตัดสินใจซื้อ การรวบรวมมันมาใช้เป็นวัตถุดิบทำครีเอทีฟ ทำให้โฆษณาชิ้นถัดไปพูดในสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้จริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทีมเดาเอาเอง

ลองเริ่มจากให้แอดมินจดคำถามที่เจอบ่อยไว้สักสองสัปดาห์ แล้วเอามาจัดกลุ่มดู คุณอาจพบว่าโฆษณาที่ทำอยู่ตลอดมาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ลูกค้ากังวลจริง ๆ เลยก็ได้

  • คำถามและข้อโต้แย้งซ้ำ ๆ ในแชทคือข้อมูลตรงจากลูกค้า ไม่ใช่การเดา
  • รวบรวมและจัดกลุ่มคำถามเป็นประจำ เพื่อรู้ว่าคนกังวลเรื่องไหนมากที่สุด
  • ใช้ข้อมูลเดียวกันปรับทั้งเนื้อหาโฆษณาและการเลือกกลุ่มเป้าหมายได้พร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีระบบพิเศษไหมถึงจะเก็บคำถามจากแชทมาใช้ได้

ไม่จำเป็น เริ่มจากโน้ตธรรมดาที่แอดมินจดคำถามที่เจอบ่อยไว้ก็เพียงพอสำหรับร้านขนาดเล็ก ค่อยขยับไปใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อปริมาณแชทเยอะจนจดด้วยมือไม่ไหว

ควรรวบรวมคำถามบ่อยแค่ไหน

รายสัปดาห์เหมาะสมสำหรับร้านที่มีแชทเข้ามาสม่ำเสมอ เพื่อให้เห็นแพทเทิร์นคำถามที่ถูกถามซ้ำได้ทันเวลา ก่อนที่ทีมครีเอทีฟจะเริ่มงานชิ้นใหม่

คำถามที่ถามน้อยแต่ดูสำคัญ ควรเอามาทำครีเอทีฟไหม

ควรพิจารณาแยกต่างหาก เพราะบางคำถามแม้ถามน้อยแต่ถ้าไม่ตอบอาจทำให้เสียลูกค้ากลุ่มเฉพาะไปทั้งหมด ให้ดูทั้งความถี่และความรุนแรงของผลกระทบประกอบกัน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนครั้ง

ครีเอทีฟที่ตอบคำถามลูกค้าตรง ๆ จะดูน่าเบื่อไปไหม

ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ สามารถเล่าคำตอบผ่านเรื่องราวหรือภาพที่น่าสนใจได้ เช่น คลิปทดสอบจริงแทนการเขียนบรรยายตรง ๆ สิ่งสำคัญคือเนื้อหาต้องตอบความกังวลจริงของลูกค้า ไม่ใช่แค่สวยแต่ไม่ตรงประเด็น

ถ้าคำถามเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ต้องปรับครีเอทีฟตามไหม

ควรปรับ เพราะความกังวลของลูกค้าอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา เช่น ช่วงหน้าฝนอาจมีคำถามเรื่องการจัดส่งเพิ่มขึ้น การรวบรวมคำถามอย่างต่อเนื่องช่วยให้จับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทัน

มีเครื่องมือช่วยย้อนดูว่าคำถามที่พบบ่อยมาจากแคมเปญไหนไหม

มี เช่น linli ที่เก็บบทสนทนาผูกกับที่มาของแอดไว้ ทำให้ย้อนดูได้ว่าคำถามที่พบบ่อยมาจากแคมเปญไหน ซึ่งช่วยให้ทีมครีเอทีฟรู้ว่าควรปรับเนื้อหาของแคมเปญไหนก่อน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง