Pie Chart ฆ่าฟันเนลของคุณได้ยังไง เลือกกราฟให้ถูกกับจุดที่ลูกค้าหลุดกันดีกว่า

สรุปสั้น ๆ
ข้อมูล funnel drop-off ควรใช้กราฟที่รักษาลำดับขั้นตอนไว้ เช่น bar chart แนวนอนเรียงตามลำดับ หรือ funnel chart เฉพาะทาง ไม่ใช่ pie chart ที่ตัดลำดับเวลาออกไปและซ่อนว่าคนหลุดออกตรงขั้นไหนมากที่สุด
มีอยู่ครั้งหนึ่งทีมการตลาดของลูกค้าเจ้าหนึ่งเอา pie chart มาโชว์ในที่ประชุมว่า 'คนที่ทักเข้ามาแล้วไม่ปิดการขาย' มีสัดส่วน 62% ของทั้งหมด ฟังดูน่าตกใจ แต่พอผมถามกลับว่า 62% นั้นหลุดตรงไหน หลุดตั้งแต่ทักแล้วแอดมินตอบช้า หรือหลุดตอนคุยราคาไปแล้วเงียบหาย ไม่มีใครในห้องตอบได้ เพราะ pie chart แสดงแค่สัดส่วนรวม ไม่บอกลำดับขั้นตอนเลย
นี่คือปัญหาคลาสสิกของการเลือกกราฟผิดประเภท ข้อมูล funnel มีธรรมชาติเป็นลำดับขั้น คนต้องผ่านขั้นที่ 1 ก่อนถึงขั้นที่ 2 เสมอ แต่ pie chart ถูกออกแบบมาสำหรับข้อมูลที่ไม่มีลำดับ อย่างสัดส่วนยอดขายแยกตามหมวดสินค้า พอเอามาใช้ผิดที่ ข้อมูลเดียวกันจึงเล่าเรื่องผิดไปเลย
บทความนี้จะพาไล่ดูว่าแต่ละขั้นของฟันเนลแชท LINE ควรใช้กราฟแบบไหน พร้อมตัวอย่างตัวเลขสมมติที่ใกล้เคียงของจริงเพื่อให้เห็นภาพว่าเลือกผิดแล้วพลาดอะไรไปบ้าง
ทำไม Pie Chart ถึงเป็นตัวร้ายของข้อมูล funnel
Pie chart ตอบคำถามได้ดีแค่แบบเดียวคือ 'ส่วนนี้เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด' แต่ funnel ต้องการคำตอบที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ 'จากคนที่เข้ามาขั้นนี้ เหลือกี่คนไปขั้นถัดไป' ซึ่งเป็นอัตราการรอด ไม่ใช่สัดส่วนของทั้งก้อน สองคำถามนี้ตอบด้วยกราฟคนละแบบ
อีกปัญหาคือสายตาคนอ่าน pie chart จะเปรียบเทียบพื้นที่ชิ้นวงกลม ซึ่งสมองมนุษย์ทำได้แม่นยำน้อยกว่าการเปรียบเทียบความยาวแท่ง งานวิจัยด้าน data visualization หลายชิ้นชี้ไปทางเดียวกันว่าคนอ่านค่าจากความยาวแท่งได้แม่นกว่ามุมหรือพื้นที่วงกลมมาก เอามาเป็นกรอบคิดคร่าว ๆ ได้ แต่ไม่ต้องยึดเป็นตัวเลขตายตัว หลักการนี้ใช้ได้กับ ฟันเนลโฆษณาสามขั้น เช่นกัน เพราะเป็นข้อมูลที่มีลำดับก่อนหลังไม่ต่างจากฟันเนลแชท
ตารางจับคู่: ขั้นของฟันเนลแชท ควรใช้กราฟแบบไหน
| สิ่งที่อยากรู้ | กราฟที่เหมาะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| อัตรารอดของแต่ละขั้นแบบเรียงลำดับ | Funnel chart หรือ bar แนวนอนไล่ขนาด | รักษาลำดับเวลาและขนาดสัมพัทธ์ไว้ในภาพเดียว |
| เทียบขั้นเดียวกันข้ามหลายแคมเปญ | Bar chart แนวตั้งจัดกลุ่ม | เทียบความสูงของแท่งได้แม่นกว่ามุมวงกลม |
| แนวโน้มอัตรารอดของขั้นหนึ่งตามเวลา | Line chart รายสัปดาห์ | เห็นทิศทางขึ้นลงชัดกว่าตัวเลขนิ่ง ๆ ในตาราง |
| สัดส่วนเหตุผลที่ลูกค้าหลุด (ไม่ใช่ลำดับขั้น) | Pie หรือ donut chart | ใช้ได้เฉพาะข้อมูลที่ไม่มีลำดับก่อนหลังจริง ๆ |
ตัวอย่างตัวเลขสมมติ: เปลี่ยนจาก Pie เป็น Funnel แล้วเจออะไร
ลองสมมติแคมเปญหนึ่งมีคนทักเข้ามา 500 คนต่อเดือน แอดมินตอบกลับได้ 460 คน ในจำนวนนั้นคุยถึงขั้นถามราคา 280 คน แล้วปิดการขายจริง 95 คน ถ้าทำ pie chart แสดง 'ไม่ปิดการขาย' จะได้ตัวเลข 81% ซึ่งฟังดูเหมือนปัญหาก้อนใหญ่ก้อนเดียว
แต่พอเรียงเป็น funnel chart ตามลำดับจะเห็นทันทีว่าจุดที่รั่วหนักที่สุดคือช่วง 'ถามราคาแล้วไม่ปิด' ซึ่งหายไปถึง 185 คนจาก 280 คน คิดเป็นสัดส่วนการหลุดในขั้นนั้นสูงกว่าขั้นอื่นชัดเจน ขณะที่ช่วง 'ทักแล้วไม่ได้รับการตอบกลับ' มีแค่ 40 คนเท่านั้น ถ้าไม่แยกขั้น ทีมอาจไปทุ่มงบแก้ที่การตอบแชทให้เร็วขึ้น ทั้งที่จุดจริงอยู่ที่การจัดการข้อโต้แย้งเรื่องราคาต่างหาก
นี่คือเหตุผลที่การอ่าน อัตราการหลุดของฟันเนลแชท ต้องดูแยกเป็นขั้น ๆ เสมอ ไม่ใช่ดูภาพรวมก้อนเดียวแล้วสรุปเอาเอง และควรผูกกลับไปดู ตำแหน่งของ CTA ในแต่ละขั้น ประกอบด้วยว่าจุดหลุดสัมพันธ์กับข้อความที่ส่งไปหรือเปล่า
ข้อผิดพลาดที่ทำให้กราฟฟันเนลอ่านยากกว่าเดิม
- ใส่ขั้นตอนย่อยเกิน 6-7 ขั้นในกราฟเดียว ทำให้แท่งเล็กจนแยกความแตกต่างไม่ออก ควรรวมขั้นย่อยที่ใกล้เคียงกันเป็นกลุ่มใหญ่ก่อน
- ใช้สีไล่เฉดแบบสุ่มแทนที่จะไล่เฉดเดียวกันตามลำดับความเข้ม ทำให้สายตาไม่รู้ว่าแท่งไหนมาก่อนมาหลัง
- ลืมใส่ตัวเลขจำนวนจริงกำกับเปอร์เซ็นต์ไว้ด้วย เพราะเปอร์เซ็นต์อย่างเดียวทำให้ดูไม่ออกว่าฐานคนแต่ละขั้นต่างกันแค่ไหน
- เปรียบเทียบฟันเนลของแคมเปญที่มีขนาดต่างกันมากบนสเกลเดียวกัน ทำให้แคมเปญเล็กดูเหมือนมีปัญหาหนักกว่าความเป็นจริง
เมื่อกราฟฟันเนลถูกต้องแล้ว ขั้นต่อไปคือใส่ไว้ใน dashboard ที่ใช้งานได้จริง
การเลือกกราฟให้ถูกเป็นแค่ครึ่งทาง อีกครึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดตำแหน่งกราฟนี้ไว้ใน dashboard ที่คนอ่านจริงเปิดดู ลองอ่านต่อได้ที่ การจัดโครง dashboard รายสัปดาห์ให้ผู้บริหารอ่านง่าย และ การผูกคำตอบอัตโนมัติเข้ากับขั้นตอนของฟันเนลแชท เพื่อให้เห็นภาพครบทั้งสองด้าน
สรุป
เลือกกราฟผิดประเภทไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ทำให้ทีมตีความปัญหาผิดจุดและไปแก้ผิดที่ ข้อมูล funnel ที่มีลำดับขั้นตอนต้องการกราฟที่รักษาลำดับนั้นไว้ ไม่ใช่กราฟที่ตัดมิติเวลาออกอย่าง pie chart
กฎง่าย ๆ ที่จำได้ยาว ๆ คือถามตัวเองก่อนทำกราฟทุกครั้งว่า ข้อมูลนี้มีลำดับก่อนหลังไหม ถ้ามี ให้กราฟรักษาลำดับนั้น ถ้าไม่มี ค่อยพิจารณา pie หรือ donut chart
- ใช้ funnel chart หรือ bar แนวนอนสำหรับข้อมูลที่มีลำดับขั้น
- อย่ารวมขั้นตอนย่อยเกิน 6-7 แท่งในกราฟเดียว
- ใส่ตัวเลขจำนวนจริงกำกับเปอร์เซ็นต์เสมอ
- รอจำนวนตัวอย่างมากพอก่อนสรุปแนวโน้มจากกราฟรายวัน
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีแค่ Excel หรือ Google Sheets ธรรมดา ทำ funnel chart ได้ไหม
ได้ ใช้ bar chart แนวนอนแล้วเรียงขนาดจากมากไปน้อยตามลำดับขั้นตอนจริง ก็ให้ผลใกล้เคียง funnel chart แบบเฉพาะทางแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือพิเศษ
ควรมีกี่ขั้นตอนใน funnel chart ของแชท LINE ถึงจะกำลังดี
ส่วนใหญ่ 4-5 ขั้นอ่านง่ายที่สุด เช่น ทักเข้ามา, แอดมินตอบกลับ, คุยถึงขั้นถามราคา, ตกลงซื้อ, ชำระเงินจริง ถ้าละเอียดกว่านี้ควรแยกเป็นกราฟย่อยสำหรับทีมที่ต้องลงลึกเฉพาะขั้นนั้น
Pie chart ไม่มีประโยชน์เลยในงานรายงานแบบนี้ใช่ไหม
ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์เลย มันยังเหมาะกับข้อมูลที่ไม่มีลำดับก่อนหลัง เช่น สัดส่วนช่องทางที่ลูกค้าทักเข้ามา (โฆษณา, ค้นหา, บอกต่อ) เพียงแต่ไม่ควรใช้กับข้อมูลที่มีลำดับขั้นตอนแบบ funnel
ทำไมกราฟฟันเนลของบางแคมเปญดูเหมือนรั่วทุกขั้นเท่ากันหมด
ส่วนใหญ่เกิดจากกำหนดขั้นตอนไม่ละเอียดพอ เช่น รวม 'ตอบกลับ' กับ 'ถามราคา' ไว้ขั้นเดียวกัน ลองแตกขั้นตอนให้ละเอียดขึ้นแล้วจุดรั่วจริงมักจะโผล่ชัดขึ้นทันที
ควรอัปเดตกราฟฟันเนลบ่อยแค่ไหน
ถ้าปริมาณแชทต่อวันไม่สูงมาก รายสัปดาห์ก็เพียงพอ เพราะข้อมูลรายวันของแคมเปญเล็กมักผันผวนจนตีความผิดได้ง่าย ควรรอให้มีจำนวนตัวอย่างมากพอก่อนสรุปแนวโน้ม
มีเครื่องมือที่ดึงข้อมูลแต่ละขั้นของแชทมาทำกราฟให้อัตโนมัติไหม
มีแพลตฟอร์มที่ติดแท็กสถานะบทสนทนาในแชท LINE โดยตรงอย่าง linli ซึ่งบันทึกว่าคนอยู่ขั้นไหนของฟันเนลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดงานแอดมินที่ต้องมานั่งไล่นับมือทีละเคส
ลองตรวจด้วยตัวเอง
เครื่องคำนวณ Funnel LINE
ใส่ตัวเลขแต่ละขั้นของคุณ แล้วดูว่าลูกค้าหลุดมากที่สุดตรงจุดไหน
หาจุดรั่วของ Funnelใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว
องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน
ติดต่อทีม Salesบทความที่เกี่ยวข้อง

ก่อนจะขอ Dashboard แบบเรียลไทม์ ลองถามตัวเองว่าจะรีบไปทำอะไรกับมัน

Dashboard ที่ไม่มีใครเปิดดูอีกแล้ว เพราะทุกอย่างดูปกติตลอดเวลา
