← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

Google บอกว่าปิดได้ 40 ดีล Meta บอกว่าปิดได้ 35 ดีล แต่ในแชท LINE จริงมีแค่ 48 ดีล

02 ส.ค. 04:22 · อ่าน 1 นาที
Google บอกว่าปิดได้ 40 ดีล Meta บอกว่าปิดได้ 35 ดีล แต่ในแชท LINE จริงมีแค่ 48 ดีล

สรุปสั้น ๆ

แต่ละแพลตฟอร์มโฆษณามีหน้าต่างการนับ conversion และวิธีระบุแหล่งที่มาต่างกัน ถ้าเอาตัวเลขจาก Google, Meta, TikTok มาบวกกันตรง ๆ จะได้ยอดที่สูงเกินจริงเพราะนับคนคนเดียวซ้ำหลายแพลตฟอร์ม ทางแก้คือใช้ดีลที่ปิดจริงในแชท LINE เป็นตัวเลขอ้างอิงหลัก แล้วให้แต่ละแพลตฟอร์มเป็นแค่ตัวช่วยบอกสัดส่วนที่มา

มีสัปดาห์หนึ่งที่ทีมการตลาดของลูกค้ารายหนึ่งเอาตัวเลข conversion จาก Ads Manager ของ Google, Meta และ TikTok มาบวกกันแล้วสรุปว่าเดือนนี้ปิดการขายได้รวม 103 ดีล แต่พอไปเช็กกับทีมแอดมินที่นั่งตอบแชท LINE จริง กลับพบว่าปิดการขายได้แค่ 48 ดีลเท่านั้น ตัวเลขต่างกันเกินสองเท่า

ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่ใช่ความผิดของแพลตฟอร์มไหนแพลตฟอร์มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นเพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีนิยาม 'conversion' และหน้าต่างเวลาการนับที่ต่างกัน ลูกค้าคนเดียวที่เห็นโฆษณาทั้งบน Facebook และ TikTok ก่อนตัดสินใจทัก LINE อาจถูกนับเป็น conversion ในทั้งสองระบบพร้อมกัน ทั้งที่ในความจริงมีดีลเดียว

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมปัญหานี้เกิดขึ้น และวิธีสร้าง dashboard ที่รวมข้อมูลหลายแพลตฟอร์มเข้าด้วยกันโดยไม่ทำให้ตัวเลขบวมเกินจริง

ทำไม 'conversion' ของแต่ละแพลตฟอร์มถึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

แต่ละแพลตฟอร์มใช้หน้าต่างการนับที่ต่างกัน เช่น Meta อาจนับ conversion ที่เกิดขึ้นภายใน 7 วันหลังคลิกหรือ 1 วันหลังเห็นโฆษณาแม้ไม่ได้คลิก ในขณะที่ Google อาจใช้หน้าต่าง 30 วันหลังคลิกเป็นค่าเริ่มต้น ความต่างของหน้าต่างเวลานี้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้ตัวเลขไม่สามารถนำมาบวกกันตรง ๆ ได้แล้ว

อีกปัญหาคือโมเดลการให้เครดิต (attribution) ที่แต่ละแพลตฟอร์มมักให้เครดิตตัวเองเต็ม 100% กับ conversion ที่เกิดขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงลูกค้าอาจเห็นโฆษณาจากหลายแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจทัก LINE เข้ามาจริง ๆ แค่ครั้งเดียว ปัญหานี้เห็นได้ชัดเจนมากในธุรกิจที่มีวงจรขายยาวอย่าง แคมเปญ B2B ต่างประเทศที่พาลูกค้ามาที่แชท LINE ซึ่งลูกค้ามักเห็นโฆษณาหลายจุดสัมผัสก่อนตัดสินใจทัก

ตารางเทียบนิยามการนับของแต่ละแพลตฟอร์มโดยสังเขป

แพลตฟอร์มลักษณะการนับโดยทั่วไปความเสี่ยงเมื่อรวมกับแพลตฟอร์มอื่น
Google Adsมักนับตาม attribution window ที่ปรับได้ (เช่น 30 วัน)นับซ้ำกับแพลตฟอร์มอื่นถ้าลูกค้าเห็นโฆษณาหลายที่ก่อนตัดสินใจ
Meta Adsนับรวมทั้งคลิกและการเห็นโฆษณาแบบไม่คลิกในบางช่วงเวลาให้เครดิตตัวเองสูงเกินจริงเมื่อลูกค้ามาจากช่องทางอื่นร่วมด้วย
TikTok Adsหน้าต่างการนับสั้นกว่าและเน้นพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในแอปตัวเลขอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงนอกแพลตฟอร์ม
ดีลที่ปิดจริงในแชท LINEนับจากการปิดขายจริงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งลูกค้าเป็นตัวเลขอ้างอิงที่แม่นยำที่สุดเพราะนับจากผลลัพธ์จริง ไม่ใช่การประมาณ

ขั้นตอนสร้างชั้นข้อมูลรวมที่ไม่นับซ้ำ

  1. กำหนดให้ดีลที่ปิดขายจริงในแชท LINE เป็นตัวเลขอ้างอิงหลักของ dashboard เสมอ ไม่ใช่ตัวเลข conversion จากแพลตฟอร์มโฆษณาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
  2. ติดตาม UTM หรือพารามิเตอร์ต้นทางให้ทุกแคมเปญ เพื่อให้รู้ว่าดีลแต่ละดีลที่ปิดจริงมาจากแพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก แทนที่จะให้แต่ละแพลตฟอร์มรายงานยอดของตัวเองแยกกัน
  3. ใช้ตัวเลข conversion จากแต่ละแพลตฟอร์มเป็นข้อมูลสัดส่วนอ้างอิงประกอบ ไม่ใช่บวกรวมเป็นยอดสุดท้าย เช่น ใช้ดูว่าแพลตฟอร์มไหนมีสัดส่วนการพาคนมาทักมากกว่ากัน
  4. ตั้งกฎการจัดการดีลที่มาจากหลายช่องทางร่วมกัน เช่น ถ้าลูกค้าคลิกทั้ง Facebook และ TikTok ก่อนทัก ให้เครดิตตามลำดับการคลิกล่าสุดหรือแบ่งเครดิตตามสัดส่วนที่ทีมตกลงกันไว้ล่วงหน้า เทคนิคการผูกข้อมูลฝั่งเซิร์ฟเวอร์อย่าง server-to-server tracking ช่วยให้ขั้นตอนนี้แม่นยำขึ้นได้มากเมื่อเทียบกับการพึ่งพา pixel ฝั่งเบราว์เซอร์เพียงอย่างเดียว
  5. รีวิว dashboard รวมนี้เทียบกับยอดปิดจริงจากทีมแอดมินทุกเดือน เพื่อตรวจสอบว่าตัวเลขยังสอดคล้องกับความจริงอยู่หรือเริ่มคลาดเคลื่อน

กรณีตัวอย่างการนับซ้ำที่พบบ่อยและวิธีแก้

เคสหนึ่งที่พบบ่อยคือธุรกิจที่ยิงแอดพร้อมกันทั้ง Facebook และ Google Search สำหรับแคมเปญเดียวกัน ลูกค้าคนหนึ่งเห็นโฆษณาบน Facebook ก่อน แล้วไปเสิร์ชชื่อแบรนด์ใน Google อีกครั้งก่อนคลิกเข้ามาทัก LINE ทั้งสองแพลตฟอร์มจะรายงานว่าตัวเองเป็นคนพา conversion นี้เข้ามา ทำให้ยอดรวมบวมขึ้นเป็นสองเท่าจากดีลเดียว

การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการดูข้อมูลจากฝั่งแชท LINE เป็นตัวตัดสินสุดท้ายว่าดีลนี้มีอยู่จริงกี่ดีล ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละแพลตฟอร์มโฆษณารายงานยอดของตัวเองแบบแยกส่วน เรื่องนี้เกี่ยวโยงโดยตรงกับหลักการใน การมองฟันเนลเต็มรูปแบบตั้งแต่โฆษณาจนถึงแชท LINE ที่เน้นย้ำว่าจุดสุดท้ายของฟันเนลควรเป็นตัวเลขอ้างอิงหลักเสมอ

สรุป

ปัญหาการนับซ้ำระหว่างแพลตฟอร์มไม่ใช่เรื่องของใครโกหกใคร แต่เป็นเรื่องของนิยามที่ต่างกันตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือไม่พึ่งพาตัวเลขจากแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเป็นความจริงสูงสุด แต่ใช้ผลลัพธ์จริงจากปลายทางคือดีลที่ปิดในแชท LINE เป็นหลักฐานอ้างอิง

งานนี้เป็นเรื่องของ data governance มากกว่าเรื่องของการออกแบบกราฟให้สวย ถ้าโครงสร้างข้อมูลตั้งต้นผิด ต่อให้กราฟสวยแค่ไหนก็ยังเล่าเรื่องผิดอยู่ดี

  • ใช้ดีลที่ปิดจริงในแชท LINE เป็นตัวเลขอ้างอิงหลักเสมอ
  • อย่าบวกตัวเลข conversion จากหลายแพลตฟอร์มตรง ๆ
  • ติด UTM ให้ครบทุกแคมเปญเพื่อรู้ต้นทางที่แท้จริง
  • รีวิวความถูกต้องของ dashboard รวมเทียบกับยอดปิดจริงทุกเดือน

คำถามที่พบบ่อย

ควรเชื่อตัวเลข conversion จากแพลตฟอร์มไหนมากที่สุดถ้าต้องเลือกแค่หนึ่งเดียว

ไม่ควรเชื่อตัวเลขจากแพลตฟอร์มโฆษณาใดเป็นหลักเพียงอย่างเดียว ควรใช้ดีลที่ปิดจริงในแชท LINE เป็นตัวเลขอ้างอิงสูงสุดเสมอ เพราะเป็นข้อมูลจากผลลัพธ์จริงไม่ใช่การประมาณของแพลตฟอร์ม

การนับซ้ำแบบนี้ทำให้เสียหายยังไงกับธุรกิจจริง ๆ

ถ้าไม่รู้ตัวว่านับซ้ำ อาจตัดสินใจเพิ่มงบให้แพลตฟอร์มที่จริง ๆ ไม่ได้พาคนมาปิดขายเองทั้งหมด แต่แค่มาซ้อนทับกับแพลตฟอร์มอื่น ทำให้จัดสรรงบผิดจุดและเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์เพิ่มจริง

แบ่งเครดิตระหว่างแพลตฟอร์มยังไงถ้าลูกค้าเห็นโฆษณาหลายที่ก่อนตัดสินใจ

ไม่มีสูตรตายตัวที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ทีมส่วนใหญ่เลือกระหว่างให้เครดิตทั้งหมดกับช่องทางสุดท้ายก่อนทักเข้ามา หรือแบ่งเครดิตตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ สิ่งสำคัญคือเลือกวิธีเดียวแล้วใช้สม่ำเสมอเพื่อให้เทียบผลระหว่างเดือนได้อย่างเป็นธรรม

ต้องใช้เครื่องมือ tracking พิเศษไหมถึงจะรวมข้อมูลหลายแพลตฟอร์มได้แบบนี้

การติด UTM ให้ครบทุกแคมเปญเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ฟรีและควรทำเป็นอันดับแรก ส่วนเครื่องมือที่ช่วยผูกข้อมูลอัตโนมัติจะช่วยลดงานมือได้มากขึ้นเมื่อปริมาณแคมเปญเริ่มซับซ้อน

ควรรีวิวความถูกต้องของ dashboard รวมนี้บ่อยแค่ไหน

แนะนำรีวิวเทียบกับยอดปิดจริงจากทีมแอดมินอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะพฤติกรรมลูกค้าและจำนวนแคมเปญที่ทับซ้อนกันอาจเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลหรือโปรโมชันที่ทำพร้อมกัน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง