← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ขายสมาร์ทวอทช์ใน LINE: ลูกค้าถามสเปกยาวเป็นหางว่าว แต่ที่ปิดได้คือคนที่เราสอนตั้งค่า

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 1 นาที
ขายสมาร์ทวอทช์ใน LINE: ลูกค้าถามสเปกยาวเป็นหางว่าว แต่ที่ปิดได้คือคนที่เราสอนตั้งค่า

สรุปสั้น ๆ

คนถามสเปกสมาร์ทวอทช์ยาว ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากรู้ค่าตัวเลข เขากลัวซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็นหรือไม่เข้ากับมือถือตัวเอง ร้านที่ปิดได้ไม่ใช่ร้านที่ท่องสเปกเก่งสุด แต่คือร้านที่ถามการใช้งานจริงก่อน แล้วรับปากว่าจะสอนตั้งค่าให้หลังได้ของ

ร้านขายแกดเจ็ตร้านนี้ขายสมาร์ทวอทช์หลายยี่ห้อ ตั้งแต่ตัวสองพันกว่าไปจนถึงตัวหมื่นกว่า เจ้าของโทรมาบ่นว่า 'ลูกค้าถามสเปกละเอียดมาก ถามวัดออกซิเจนในเลือดได้ไหม กันน้ำกี่เมตร ใช้กับ iPhone ได้ไหม แอดมินตอบจนนิ้วหงิก แต่พอตอบครบก็หายเงียบ'

ผมขอเข้าไปอ่านแชทย้อนหลังสักร้อยกว่าเคส แล้วเห็นรูปแบบที่ชัดมาก ลูกค้ายิงคำถามสเปกมารัว ๆ แอดมินก็ตอบเป็นข้อ ๆ เหมือนอ่านจากสเปกชีต ถูกทุกตัว แต่แห้งมาก พอตอบครบลูกค้าก็ได้ข้อมูลไปเทียบกับร้านอื่นที่ถูกกว่าสิบยี่สิบบาท แล้วก็จบ

ประเด็นที่ผมเห็นคือ คำถามสเปกพวกนี้ไม่ใช่การสอบความรู้แอดมิน แต่มันคือเสียงของคนที่กลัวซื้อผิด กลัวได้ของมาแล้วเชื่อมมือถือไม่ติด กลัวปุ่มเยอะจนใช้ไม่เป็น เราเลยเปลี่ยนวิธีคุยใหม่ทั้งหมด

เบื้องหลังคำถามสเปก คือความกลัวใช้ไม่เป็น

ผมชอบยกตัวอย่างเคสหนึ่งให้เจ้าของฟัง ลูกค้าผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบทักมาถามว่า 'เรือนนี้วัดการนอนได้ไหมคะ แล้วแบตอยู่กี่วัน' แอดมินตอบว่าวัดได้ แบตอยู่ 7 วัน จบ ลูกค้าเงียบไปสองวันแล้วไม่กลับมา

ถ้าอ่านให้ลึก คำถามเรื่องวัดการนอนกับแบตแปลว่าเธอน่าจะอยากได้นาฬิกาที่ใส่นอนได้ ไม่ต้องถอดชาร์จบ่อย เธอไม่ได้อยากรู้ตัวเลข '7 วัน' เธออยากรู้ว่ามันจะเข้ากับชีวิตเธอไหม ถ้าแอดมินถามกลับสักนิดว่า 'ปกติพี่ใส่ทั้งวันเลยไหมคะ อยากได้แบบใส่นอนวัดการนอนด้วยใช่ไหม' บทสนทนาจะเปลี่ยนทันที

เราเจอแบบนี้ซ้ำ ๆ จนสรุปได้ว่าคนซื้อสมาร์ทวอทช์แบ่งกลุ่มความกลัวได้ชัด บางคนกลัวเชื่อมมือถือไม่ได้ บางคนกลัวใช้ยาก บางคนกลัวของปลอม การตอบสเปกแบบเหมารวมทุกคนเลยไม่โดนใครเลย นี่เป็นกับดักคล้ายกับที่ผมเคยเขียนถึงเรื่องคนค้นคำว่าราคากับคนค้นคำว่ารีวิว ที่ดูเผิน ๆ เหมือนกันแต่ใจคนละแบบ

สคริปต์ใหม่: ถามการใช้งานสามข้อ ก่อนแนะนำรุ่น

เราให้แอดมินหยุดตอบสเปกเป็นข้อความแรก แล้วเปลี่ยนเป็นถามกลับสามข้อสั้น ๆ ที่ช่วยเราเลือกรุ่นให้เขาได้ตรง ข้อแรกใช้มือถือระบบอะไร (iPhone หรือ Android) ข้อสองอยากได้ไว้ทำอะไรเป็นหลัก (ออกกำลังกาย ดูการนอน รับแจ้งเตือน หรือแค่ดูเวลาสวย ๆ) ข้อสามงบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณเท่าไหร่

พอได้สามข้อนี้ แอดมินแนะนำได้เลยว่า 'เคสพี่ใช้ iPhone อยากเน้นวัดการนอนกับใส่ออกกำลัง งบราวสี่พัน ผมแนะนำรุ่นนี้ครับ เชื่อม iPhone ง่าย ใส่นอนได้ แบตอยู่หลายวัน' แทนที่จะโยนสเปกทั้งตารางให้ลูกค้าไปเลือกเอง เรากลายเป็นคนช่วยตัดสินใจ ซึ่งคือสิ่งที่คนกลัวซื้อผิดต้องการ

ที่สำคัญคือเราสอนแอดมินให้ตอบข้อโต้แย้งเรื่องราคาตั้งแต่ก่อนลูกค้าจะเอ่ย เช่นพอเสนอรุ่นสี่พันแล้วรู้ว่าลูกค้าเคยเห็นของจีนตัวเก้าร้อย เราอธิบายเลยว่าต่างกันตรงไหน เซนเซอร์วัดหัวใจแม่นกว่า อัปเดตซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง มีศูนย์เคลม เป็นการจัดการข้อโต้แย้งก่อนที่มันจะกลายเป็นเหตุผลให้ลูกค้าหนี

  • ถามระบบมือถือก่อน เพราะบางรุ่นฟีเจอร์หายไปครึ่งถ้าใช้ผิดค่าย
  • ถามว่าจะใช้ทำอะไรหลัก ๆ เพื่อตัดรุ่นที่ไม่ตรงออก
  • ถามช่วงงบ เพื่อไม่เสนอสูงเกินจนเขาตกใจ
  • อธิบายความต่างจากของถูกก่อนลูกค้าจะยกมาเทียบเอง

ไพ่ตายที่คู่แข่งไม่มี: รับปากสอนตั้งค่าให้หลังได้ของ

จุดเปลี่ยนที่ได้ผลเกินคาดคือประโยคเดียว ก่อนปิดการขายแอดมินจะพิมพ์ว่า 'ได้ของแล้วทักมาได้เลยนะคะ เดี๋ยวสอนตั้งค่าเชื่อมมือถือ ตั้งหน้าปัด เปิดวัดหัวใจให้ทีละขั้น จนใช้เป็น ไม่ต้องกลัวใช้ไม่ได้เลยค่ะ' แค่นี้เปลี่ยนใจคนที่ลังเลได้เยอะมาก

เหตุผลคือความกลัวอันดับหนึ่งของคนซื้อของแบบนี้คือ 'ซื้อมาแล้วตั้งไม่เป็น ต้องเอาไปให้หลานตั้งให้' พอเรารับปากว่าจะประคองจนใช้เป็น ความเสี่ยงในใจเขาหายไปเลย ที่ร้านอื่นขายเสร็จก็จบ แต่เราขายเสร็จคือเริ่มดูแล กลายเป็นเหตุผลให้เขาเลือกเราแม้แพงกว่านิดหน่อย

ผลพลอยได้ที่ไม่คาดคิดคือ ตอนลูกค้าทักกลับมาให้สอนตั้งค่า เขามักถามต่อว่ามีสายนาฬิกาเปลี่ยนไหม มีฟิล์มกันรอยไหม กลายเป็นยอดขายต่อเนื่อง และหลายคนบอกต่อเพื่อนเพราะประทับใจบริการหลังการขาย นี่คือแรงบอกต่อจากคนที่ใช้จริงที่ทรงพลังกว่าโฆษณาไหน ๆ

ตัวเลขก่อน-หลัง และค่าแอดต่อการปิดจริง

ก่อนปรับ จากคนทัก 100 คน ร้านปิดได้ราว 9 คน หลังเปลี่ยนมาถามการใช้งานก่อนและรับปากสอนตั้งค่า จากคนทัก 100 คน ปิดได้ราว 17 คน เกือบเท่าตัว โดยราคาขายเฉลี่ยไม่ได้ลดลง กลับสูงขึ้นนิดหน่อยเพราะแอดมินกล้าเสนอรุ่นที่เหมาะจริงแทนที่จะเชียร์ตัวถูกสุดเพื่อรีบปิด

ค่าแอดของร้านนี้อยู่ราว 32 บาทต่อการทักหนึ่งครั้ง ตอนปิดได้ 9% เท่ากับต้นทุนค่าแอดต่อการขายจริงราว 350 บาท พอปิดได้ 17% ต้นทุนต่อการขายเหลือราว 190 บาท ทั้งที่จ่ายค่าแอดเท่าเดิม ความต่างมาจากการปิดที่ดีขึ้นล้วน ๆ ไม่ใช่การเทเงินเพิ่ม

ผมย้ำกับเจ้าของว่าอย่าดูแค่ยอดคนทัก เพราะช่องว่างระหว่างยอดทักกับยอดที่ปิดได้จริงคือที่ที่เงินหายไปเงียบ ๆ ร้านนี้ถ้าดูแค่จำนวนคนทักจะดูดีตลอด ทั้งที่จริงเก้าในสิบคนหลุดมือไปทุกวันก่อนจะแก้

ตัวชี้วัดก่อนปรับหลังปรับ
ปิดได้ต่อคนทัก 100ราว 9ราว 17
ค่าแอดต่อการขายจริง~350 บาท~190 บาท
ราคาขายเฉลี่ยไม่ลดสูงขึ้นเล็กน้อย

สรุป

คนถามสเปกสมาร์ทวอทช์ยาว ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากได้ตัวเลข เขากลัวซื้อผิดหรือใช้ไม่เป็น ร้านที่ปิดได้จึงไม่ใช่ร้านที่ท่องสเปกเก่ง แต่คือร้านที่ถามการใช้งานจริงก่อน แนะนำให้ตรงเคส และรับปากดูแลจนลูกค้าใช้เป็น

การเปลี่ยนจากตอบสเปกเป็นช่วยเลือกและสอนตั้งค่า ทำให้ยอดปิดขยับเกือบเท่าตัวโดยไม่ต้องลดราคา และเมื่อผูกยอดกลับไปที่แอดต้นทาง ต้นทุนค่าแอดต่อการขายจริงก็ลดลงชัดทั้งที่งบเท่าเดิม

  • คำถามสเปกคือเสียงของความกลัวซื้อผิด ไม่ใช่การสอบความรู้
  • ถามการใช้งานสามข้อก่อนแนะนำ ทำให้เรากลายเป็นคนช่วยตัดสินใจ
  • รับปากสอนตั้งค่าหลังการขาย คือไพ่ที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่มี

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมลูกค้าถามสเปกสมาร์ทวอทช์ครบแล้วเงียบหาย

บ่อยครั้งเพราะคำถามสเปกเป็นแค่วิธีเริ่มบทสนทนา สิ่งที่เขากลัวจริงคือซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็นหรือเชื่อมมือถือไม่ได้ ถ้าแอดมินตอบแค่ตัวเลขโดยไม่แตะความกังวลนั้น ลูกค้าก็เอาข้อมูลไปเทียบราคาร้านอื่นแล้วหายไป

ควรถามอะไรลูกค้าก่อนแนะนำรุ่นสมาร์ทวอทช์

อย่างน้อยควรรู้สามอย่าง คือใช้มือถือระบบอะไร อยากได้ไว้ทำอะไรเป็นหลัก และงบประมาณราวเท่าไหร่ สามข้อนี้ช่วยตัดรุ่นที่ไม่เหมาะออกและทำให้แอดมินแนะนำได้ตรงเคส แทนที่จะโยนทั้งตารางสเปกให้ลูกค้าเลือกเอง

การรับปากสอนตั้งค่าหลังการขายช่วยปิดได้จริงไหม

ช่วยได้มากกับสินค้าที่คนกลัวใช้ยาก เพราะมันลบความเสี่ยงในใจลูกค้าที่ว่าซื้อมาแล้วตั้งไม่เป็น เมื่อรู้ว่ามีคนประคองจนใช้เป็น เขาก็กล้าตัดสินใจขึ้น และมักกลับมาซื้ออุปกรณ์เสริมต่อ

ลูกค้าเทียบราคากับของถูกจากจีน ควรตอบยังไง

อย่าด่าของถูก แต่อธิบายให้เห็นว่าต่างกันตรงไหนอย่างเป็นกลาง เช่น ความแม่นของเซนเซอร์ การอัปเดตซอฟต์แวร์ ศูนย์รับเคลม เพื่อให้ลูกค้าเทียบได้ว่ากำลังจ่ายเพิ่มให้อะไร ไม่ใช่แค่แพงกว่าเฉย ๆ

ถามงบลูกค้าตั้งแต่แรกจะดูเซลส์เกินไปไหม

ถ้าถามอย่างเป็นมิตรและอธิบายว่าถามเพื่อแนะนำให้ตรง ส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ได้รู้สึกแย่ กลับรู้สึกว่าร้านใส่ใจ การรู้งบช่วยไม่ให้เสนอสูงเกินจนเขาตกใจ หรือต่ำเกินจนได้ของไม่ตรงที่อยากได้

จะรู้ได้ยังไงว่าค่าแอดต่อการขายจริงเท่าไหร่

ต้องผูกการขายที่ปิดในแชทกลับไปยังแอดหรือแคมเปญต้นทาง ไม่ใช่ดูแค่ยอดคนทักรวม เมื่อเห็นว่าปิดได้กี่รายจากคนทักเท่าไหร่ ก็คำนวณต้นทุนต่อการขายได้ตรง และรู้ว่าปัญหาอยู่ที่จำนวนคนหรือที่การปิด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง