← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

คาเฟ่ยอดฮิตกับ LINE เดียวสองงาน: จองโต๊ะหน้าร้านกับสั่งกลับบ้าน ให้ไม่ตีกัน

02 ส.ค. 04:05 · อ่าน 1 นาที
คาเฟ่ยอดฮิตกับ LINE เดียวสองงาน: จองโต๊ะหน้าร้านกับสั่งกลับบ้าน ให้ไม่ตีกัน

สรุปสั้น ๆ

คาเฟ่ที่รับทั้งจองโต๊ะและสั่งกลับบ้านในไลน์เดียว มักพังเพราะสองงานคนละจังหวะมาปนกันจนแอดมินสับสน ทางออกไม่ใช่จ้างคนเพิ่ม แต่คือแยกช่องทางให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่แรกว่าจะจองโต๊ะหรือสั่งกลับบ้าน แล้วมีสคริปต์และคิวคนละชุด

คาเฟ่แห่งนี้ดังขึ้นมาเพราะขนมเค้กหน้าตาสวยและมุมถ่ายรูปดี เสาร์อาทิตย์คนต่อคิวยาว จนเจ้าของตัดสินใจเปิด LINE ให้คนจองโต๊ะล่วงหน้า และเพราะมีลูกค้าถามหาเค้กโฮลบ่อย เลยเปิดรับสั่งกลับบ้านในไลน์เดียวกันด้วย ฟังดูดี แต่กลายเป็นฝันร้าย

ปัญหาคือสองงานนี้มันคนละจังหวะและคนละความเร่งด่วนโดยสิ้นเชิง คนจองโต๊ะอยากรู้ทันทีว่าเสาร์บ่ายสองมีที่ว่างไหม เพราะกำลังนัดเพื่อน ส่วนคนสั่งเค้กโฮลวันเกิดต้องคุยเรื่องหน้าเค้ก ข้อความบนเค้ก วันรับ ซึ่งใช้เวลาคุยนาน พอสองอย่างนี้เด้งเข้ามาปนกันในแชทเดียว แอดมินคนเดียวก็มึน ตอบคนจองโต๊ะช้าจนเขาไปกินร้านอื่น แล้วก็จดออเดอร์เค้กผิดวันเพราะสลับกับอีกเคส

เจ้าของโทรมาหาผมตอนที่กำลังจะยอมแพ้ ปิดรับสั่งกลับบ้านทิ้ง ผมบอกว่าอย่าเพิ่ง ปัญหาไม่ใช่ว่ารับสองงานไม่ได้ แต่คือเอาสองงานที่ต่างกันมายัดรวมในฟลาวน์เดียว บทความนี้ผมจะเล่าว่าเราแยกมันออกจากกันยังไงให้ทั้งสองงานรอด

ทำไมจองโต๊ะกับสั่งกลับบ้านถึงตีกันเวลาอยู่ไลน์เดียว

รากของปัญหาอยู่ที่สองงานนี้ต้องการสิ่งที่ต่างกันจากแอดมิน คนจองโต๊ะต้องการความเร็ว เขาถามว่ามีที่ว่างไหมแล้วอยากได้คำตอบในไม่กี่นาที เพราะกำลังตัดสินใจกับเพื่อนอยู่ ถ้าช้า แผนเปลี่ยน ส่วนคนสั่งเค้กกลับบ้านต้องการความละเอียด เขาต้องคุยเรื่องรสชาติ ขนาด หน้าเค้ก ข้อความ วันเวลารับ ซึ่งเป็นบทสนทนายาวที่ผิดพลาดไม่ได้

พอสองงานนี้มาปนในแชทเดียวโดยไม่แยก แอดมินต้องสลับโหมดในหัวตลอดเวลา นาทีนี้ตอบเร็ว ๆ เรื่องโต๊ะ นาทีถัดไปต้องละเอียดเรื่องเค้ก สมองคนสลับแบบนี้ทั้งวันคือสูตรของความผิดพลาด และช่วงพีคเสาร์อาทิตย์ที่ทั้งสองงานทะลักพร้อมกันคือช่วงที่พังหนักสุด

ที่แย่กว่าคือ ลูกค้าสองกลุ่มนี้ก็หงุดหงิดคนละแบบ คนจองโต๊ะหงุดหงิดเพราะรอนาน คนสั่งเค้กหงุดหงิดเพราะแอดมินดูรีบ ตอบสั้น ไม่ใส่ใจรายละเอียดงานสำคัญของเขา สุดท้ายเสียทั้งสองกลุ่ม

แยกตั้งแต่ประตูแรก: ให้ลูกค้าเลือกก่อนว่ามาเรื่องอะไร

สิ่งแรกที่เราทำคือตั้งเมนูลัดใน LINEให้ลูกค้ากดเลือกตั้งแต่ทักเข้ามาว่ามาเรื่อง 'จองโต๊ะหน้าร้าน' หรือ 'สั่งเค้ก/ของกลับบ้าน' การให้เลือกตั้งแต่ประตูแรกช่วยได้สองต่อ ต่อแรกคือลูกค้ารู้ว่าจะเริ่มยังไง ไม่ต้องพิมพ์อธิบายยาว ต่อที่สองคือแอดมินรู้ทันทีว่ากำลังเข้าโหมดไหน ไม่ต้องเดา

พอกดเลือกแล้ว แต่ละเส้นทางเด้งข้อความอัตโนมัติคนละชุด ฝั่งจองโต๊ะเด้งข้อความสั้นขอ วันที่ เวลา จำนวนคน แล้วบอกว่าจะยืนยันโต๊ะให้ภายใน 15 นาที ฝั่งสั่งเค้กเด้งข้อความที่ขอรายละเอียดครบชุด — รสที่สนใจ ขนาดกี่ปอนด์ ข้อความบนเค้ก วันเวลารับ พร้อมแนบรูปแบบเค้กให้เลือก การขอข้อมูลครบในทีเดียวลดการถามกลับไปกลับมาที่ทำให้ออเดอร์เค้กช้า

แค่แยกสองฟลาวน์นี้ ความสับสนก็ลดลงทันตา เพราะแอดมินไม่ต้องมาไล่อ่านว่าลูกค้าคนนี้จะจองโต๊ะหรือสั่งเค้ก มันบอกตั้งแต่ต้นแล้ว

คิวคนละชุด: โต๊ะเป็นตาราง เค้กเป็นออเดอร์

หลังแยกช่องทางแล้ว เราแยกที่จดคิวด้วย เพราะสองงานนี้จดคนละแบบ ฝั่งจองโต๊ะเราทำตารางแบ่งตามรอบเวลาและจำนวนโต๊ะ ใครยืนยันรอบไหนก็ปักลงทันที เห็นภาพรวมว่ารอบไหนเต็ม กันจองซ้อนที่เคยเป็นปัญหา ฝั่งเค้กเราทำเป็นรายการออเดอร์ที่มีวันรับเป็นตัวตั้ง เรียงตามวันที่ต้องส่ง เพื่อไม่ให้ลืมทำหรือทำสลับวัน

จุดที่ช่วยได้มากคือฝั่งเค้กเราตั้งกติกาว่าต้องมัดจำก่อนถึงจะล็อกคิวทำ เพราะเค้กสั่งทำเป็นของเฉพาะคน ถ้าทำเสร็จแล้วลูกค้าไม่มารับคือขาดทุนเต็ม ๆ การเก็บมัดจำช่วยกรองคนสั่งจริงออกจากคนสั่งเล่น แล้วช่างก็โฟกัสกับออเดอร์ที่แน่นอนได้

ช่วงพีคเสาร์อาทิตย์เราแยกคนดูแลด้วย ให้คนหนึ่งคุมเฉพาะจองโต๊ะที่ต้องตอบเร็ว อีกคนคุมออเดอร์เค้กที่ต้องคุยละเอียด ไม่ให้คนเดียวรับสองงานพร้อมกันในช่วงที่ทั้งคู่ทะลัก การแยกคนแค่ช่วงพีคไม่ได้เพิ่มต้นทุนมาก แต่กันความพังได้เยอะ

งานต้องการอะไรจดคิวแบบ
จองโต๊ะหน้าร้านตอบเร็ว รู้ที่ว่างทันทีตารางตามรอบเวลา + จำนวนโต๊ะ
สั่งเค้ก/ของกลับบ้านคุยละเอียด ผิดไม่ได้รายการออเดอร์เรียงตามวันรับ
ช่วงพีค เสาร์-อาทิตย์ทั้งสองงานทะลักพร้อมกันแยกคนดูแลคนละงาน

ผลที่ได้ และตัวเลขที่ทำให้เจ้าของเลิกคิดจะปิดบริการทิ้ง

หลังแยกระบบราวหนึ่งเดือน ฝั่งจองโต๊ะเวลาตอบเฉลี่ยลดจากที่เคยรอเป็นชั่วโมงในช่วงพีค เหลือไม่กี่นาที เพราะแอดมินไม่ต้องสลับไปคุยเรื่องเค้กกลางคัน คนจองโต๊ะที่หลุดเพราะตอบช้าลดลงชัดเจน ส่วนฝั่งเค้ก ออเดอร์ที่ทำผิดวันหรือผิดข้อความแทบไม่มีอีก เพราะข้อมูลครบตั้งแต่แรกและจดแยกตามวันรับ

ที่น่าสนใจคือ พอเราผูกที่มาของคนทักกับสิ่งที่เขามาทำ เจ้าของเห็นว่าแอดที่ยิงรูปเค้กสวย ๆ ได้คนสั่งเค้กเยอะกว่าที่คิด และคุ้มกว่าแอดจองโต๊ะด้วยซ้ำ เพราะออเดอร์เค้กโฮลยอดต่อบิลสูงกว่ามาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าของเกือบจะปิดบริการสั่งกลับบ้านทิ้งเพราะมันวุ่น

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ชอบให้คนตัดสินใจจากความรู้สึกว่างานไหน 'ยุ่ง' แล้วเลิกทำ เพราะบางทีงานที่ยุ่งที่สุดคืองานที่ทำเงินดีที่สุด แค่ต้องจัดระบบให้มันไม่พังเท่านั้นเอง การเห็นตัวเลขจริงว่าแต่ละงานสร้างยอดเท่าไหร่ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกกว่าเดา

สรุป

คาเฟ่ที่รับทั้งจองโต๊ะและสั่งกลับบ้านในไลน์เดียวมักพัง ไม่ใช่เพราะรับสองงานไม่ได้ แต่เพราะเอาสองงานที่คนละจังหวะมายัดรวมในฟลาวน์เดียว จองโต๊ะต้องการความเร็ว สั่งของกลับบ้านต้องการความละเอียด เมื่อปนกันแอดมินจึงพลาดทั้งคู่

ทางออกคือแยกตั้งแต่ประตูแรกด้วยเมนูให้เลือก ตั้งข้อความอัตโนมัติและคิวคนละชุด และแยกคนดูแลช่วงพีค เมื่อแยกได้ดี ทั้งสองงานก็รอด และการดูตัวเลขจริงมักพบว่างานที่เคยคิดจะปิดทิ้งเพราะวุ่น กลับทำเงินได้ดี

  • จองโต๊ะ = เร็ว, สั่งกลับบ้าน = ละเอียด สองงานนี้ต้องแยก
  • ให้ลูกค้าเลือกช่องทางตั้งแต่ต้น + ข้อความอัตโนมัติคนละชุด
  • จดคิวคนละแบบ และแยกคนดูแลช่วงพีคเพื่อไม่ให้พัง

คำถามที่พบบ่อย

คาเฟ่ควรรับทั้งจองโต๊ะและสั่งกลับบ้านในไลน์เดียวไหม

รับได้และมักคุ้ม แต่ต้องแยกสองงานให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะจองโต๊ะต้องการความเร็วส่วนสั่งของกลับบ้านต้องการความละเอียด ถ้าปล่อยให้ปนกันในฟลาวน์เดียว แอดมินจะสับสนและพลาดทั้งสองงาน

จะแยกสองงานนี้ใน LINE ยังไงโดยไม่ต้องมีสองบัญชี

ใช้เมนูลัดให้ลูกค้ากดเลือกตั้งแต่ทักเข้ามาว่ามาเรื่องจองโต๊ะหรือสั่งกลับบ้าน แล้วตั้งข้อความอัตโนมัติคนละชุดสำหรับแต่ละเส้นทาง เท่านี้ก็แยกงานได้โดยใช้บัญชีเดียว

ช่วงพีคเสาร์อาทิตย์คนทักเยอะจนตอบไม่ทัน ทำยังไง

ถ้าเป็นไปได้ให้แยกคนดูแลเฉพาะช่วงพีค คนหนึ่งคุมจองโต๊ะที่ต้องตอบเร็ว อีกคนคุมออเดอร์ที่ต้องคุยละเอียด การแยกแค่ช่วงพีคไม่ได้เพิ่มต้นทุนมากแต่ช่วยไม่ให้คนเดียวรับสองงานพร้อมกันจนพัง

ควรเก็บมัดจำออเดอร์สั่งกลับบ้านไหม

สำหรับของที่ทำเฉพาะคนอย่างเค้กสั่งทำ การเก็บมัดจำช่วยกรองคนสั่งจริงออกจากคนสั่งเล่น และป้องกันการเสียของเสียเวลาเมื่อลูกค้าไม่มารับ ส่วนของทั่วไปที่ขายได้อยู่แล้วอาจไม่จำเป็น

จะกันการจดออเดอร์ผิดวันหรือจองโต๊ะซ้อนยังไง

แยกที่จดตามลักษณะงาน โต๊ะจดเป็นตารางตามรอบเวลาให้เห็นว่ารอบไหนเต็ม ส่วนออเดอร์กลับบ้านจดเป็นรายการเรียงตามวันรับ และควรยืนยันสรุปกับลูกค้าอีกครั้งหลังรับมัดจำเพื่อจับจุดที่เข้าใจไม่ตรงกัน

จะรู้ได้ยังไงว่าแอดตัวไหนได้คนจองโต๊ะ ตัวไหนได้คนสั่งเค้ก

ต้องผูกที่มาของคนทักกับสิ่งที่เขามาทำจริง แทนการดูแค่ยอดคนทักรวม เมื่อเห็นว่าแอตัวไหนได้ออเดอร์ยอดสูงอย่างเค้กโฮล ก็จะจัดสรรงบได้ตรงจุด บางทีงานที่ดูวุ่นที่สุดกลับทำเงินดีที่สุดเมื่อดูตัวเลขจริง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง