← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

คอร์สออนไลน์: เปลี่ยนคนขอทดลองเรียนใน LINE ให้สมัครคอร์สเต็ม

02 ส.ค. 04:07 · อ่าน 1 นาที
คอร์สออนไลน์: เปลี่ยนคนขอทดลองเรียนใน LINE ให้สมัครคอร์สเต็ม

สรุปสั้น ๆ

คนที่สนใจคอร์สออนไลน์แต่ไม่สมัคร ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเรื่องราคา แต่กลัวสองอย่างคือกลัวเนื้อหาไม่ตรงกับที่ต้องการ และกลัวซื้อแล้วเรียนไม่จบเสียเงินเปล่า การให้ทดลองเรียนช่วยลดความกลัวข้อแรก ส่วนข้อที่สองต้องแก้ด้วยการทำให้เขาเห็นว่าจะได้ผลลัพธ์อะไรและมีระบบพาเรียนจนจบ

ผู้สอนคอร์สออนไลน์ด้านทักษะอาชีพคนหนึ่งทักมาปรึกษาด้วยปัญหาที่คนขายคอร์สเจอกันเยอะ 'มีคนทักมาถามคอร์สทุกวันเลยครับ สนใจกันเยอะ แต่พอถึงตอนสมัครจริงหายไปเกินครึ่ง บอกว่าขอคิดดูก่อน' นี่คือปัญหาที่ยอดคนสนใจดูดีแต่ยอดสมัครไม่ขยับ

ผมขอดูบทสนทนาย้อนหลัง แล้วเห็นว่าคนที่ทักมาส่วนใหญ่ถามคำถามที่ซ่อนความกลัวไว้ เช่น 'คอร์สนี้เหมาะกับคนไม่มีพื้นฐานไหมคะ' 'เรียนจบแล้วทำได้จริงเปล่า' 'ถ้าเรียนไม่ทันมีให้ย้อนดูไหม' คำถามพวกนี้ไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องความกลัวว่าจะเสียเงินไปกับของที่ไม่ตรงกับตัวเองหรือเรียนไม่จบ

คนขายคอร์สจำนวนมากตอบคำถามเหล่านี้ด้วยการโฆษณาว่าคอร์สดียังไง ซึ่งไม่ได้ลดความกลัวเลย เพราะคำโฆษณาใครก็พูดได้ สิ่งที่ลดความกลัวได้จริงคือให้เขาได้ลองของก่อน บทความนี้ผมจะเล่าว่าเราใช้การทดลองเรียนใน LINE เปลี่ยนคนลังเลให้กล้าสมัครคอร์สเต็มยังไง โดยไม่ได้ลดราคาลงเลย

คนไม่สมัครไม่ใช่เพราะแพง แต่เพราะกลัวเสียเงินเปล่า

ต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่ลังเลสมัครคอร์สออนไลน์กลัวอะไร จากที่ผมคุยกับคนที่ทักมาแล้วไม่สมัคร ความกลัวหลักมีสองอย่าง หนึ่งคือกลัวเนื้อหาไม่ตรงกับที่ตัวเองต้องการ หรือยากง่ายไม่พอดี สองคือกลัวซื้อแล้วเรียนไม่จบ เหมือนคอร์สอื่นที่เคยซื้อแล้วดองไว้

ความกลัวข้อที่สองน่าสนใจมาก เพราะหลายคนเคยเสียเงินซื้อคอร์สแล้วไม่ได้เรียนจนจบ พอจะซื้ออีกก็ลังเล กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นี่คือความกลัวที่คำโฆษณาว่า 'คอร์สนี้ดีมาก' แก้ไม่ได้เลย เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่คอร์สดีไม่ดี แต่อยู่ที่ตัวเขาเองจะมีวินัยเรียนจบไหม

พอเข้าใจตรงนี้ วิธีปิดการขายก็เปลี่ยน แทนที่จะโฆษณาว่าคอร์สดียังไง เราต้องทำให้เขาเห็นสองอย่าง หนึ่งคือเนื้อหาตรงกับเขาจริง ซึ่งการให้ทดลองเรียนช่วยได้ สองคือมีระบบพาเรียนจนจบ ไม่ปล่อยให้เขาเรียนคนเดียวแล้วเลิกกลางคัน

ให้ทดลองเรียนจริง ไม่ใช่แค่ส่งตัวอย่างสั้น ๆ

เราเปลี่ยนจากการตอบคำถามด้วยคำโฆษณา เป็นให้เขาได้ลองเรียนจริง เมื่อคนทักมาถามว่าคอร์สเหมาะกับตัวเองไหม เราตอบว่า 'ลองเรียนบทแรกฟรีดูก่อนไหมคะ เดี๋ยวส่งลิงก์ให้ จะได้รู้ว่าสไตล์การสอนถูกใจไหม เนื้อห่ายากง่ายพอดีกับเราหรือเปล่า ไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ'

การให้ทดลองเรียนบทจริงต่างจากส่งคลิปตัวอย่างสั้น ๆ มาก เพราะบทเรียนจริงทำให้เขาสัมผัสสไตล์การสอน จังหวะ ความชัดเจน และรู้ว่าเรียนแล้วเข้าใจไหม ถ้าเข้าใจและรู้สึกว่าได้อะไร ความกลัวว่าเนื้อหาไม่ตรงกับตัวเองก็หายไป และเขาเริ่มเห็นภาพว่าถ้าเรียนต่อจะได้อะไรเพิ่ม

จุดที่สำคัญคือหลังให้ทดลองเรียน เราไม่ปล่อยให้เขาหายไปเอง เราทักไปถามว่าบทแรกเป็นยังไงบ้าง เข้าใจไหม มีตรงไหนอยากให้ช่วยอธิบายเพิ่ม การถามแบบนี้ทำให้เรารู้ว่าเขาติดตรงไหน และได้คุยต่อแทนที่จะปล่อยให้บทสนทนาจบลอย ๆ นี่คือการใช้การให้เขาพิสูจน์ด้วยตัวเองแทนการโฆษณา ซึ่งน่าเชื่อถือกว่ามาก

ปิดคอร์สเต็มด้วยการแก้ความกลัว 'เรียนไม่จบ'

พอลูกค้าทดลองเรียนแล้วชอบ ก้าวต่อไปคือปิดคอร์สเต็ม แต่ตรงนี้ความกลัวข้อที่สองจะโผล่มา คือกลัวซื้อแล้วเรียนไม่จบ เราแก้ด้วยการทำให้เห็นว่ามีระบบพาเรียน ไม่ใช่ขายคลิปแล้วปล่อยเขาไปตามยถากรรม

เราเล่าให้เขาฟังว่าคอร์สมีอะไรช่วยให้เรียนจบ เช่น มีกลุ่มถามตอบเวลาติดปัญหา มีการแบ่งเนื้อหาเป็นช่วงสั้น ๆ ให้เรียนทีละนิดได้ มีแบบฝึกหัดให้ลงมือทำจริง สิ่งเหล่านี้ตอบความกลัวว่าจะเรียนไม่จบโดยตรง เพราะมันบอกว่าเขาไม่ต้องสู้คนเดียว การสร้างชุมชนผู้เรียนที่ช่วยกันยิ่งช่วยเพราะคนเห็นว่ามีเพื่อนเรียนไปด้วยกัน ไม่โดดเดี่ยว

เรายังชี้ให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ 'เรียนจบแล้วเก่งขึ้น' แต่เป็น 'เรียนจบแล้วคุณจะทำสิ่งนี้ได้ด้วยตัวเอง' พร้อมตัวอย่างงานของคนที่เรียนจบไปแล้ว การเห็นผลลัพธ์ที่ชัดช่วยให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะเห็นว่าเงินที่จ่ายไปแลกกับอะไร ไม่ใช่แค่คลิปกองหนึ่ง

ความกลัวของคนลังเลสิ่งที่ต้องทำให้เห็น
เนื้อหาจะตรงกับเราไหมให้ทดลองเรียนบทจริง ไม่ใช่คลิปสั้น
ยากง่ายพอดีกับเราไหมถามพื้นฐานก่อน แนะนำจุดเริ่มที่เหมาะ
ซื้อแล้วจะเรียนไม่จบโชว์ระบบพาเรียน กลุ่มถามตอบ แบ่งบทสั้น
จ่ายไปแล้วได้อะไรโชว์ผลลัพธ์จับต้องได้ + งานคนที่เรียนจบ

ผลที่ได้ และมุมที่อยากให้คนขายคอร์สคิดต่อ

หลังเปลี่ยนมาให้ทดลองเรียนจริงและแก้ความกลัวเรื่องเรียนไม่จบ จากคนทัก 100 คน ยอดสมัครคอร์สเต็มขยับจากราว 14 คน เป็นราว 25 คน และที่น่าสนใจคือคนที่ผ่านการทดลองเรียนก่อนสมัคร มีอัตราเรียนจนจบสูงกว่าคนที่สมัครเลยโดยไม่ได้ลอง เพราะเขารู้ตั้งแต่แรกว่าสไตล์การสอนถูกใจและเนื้อหาตรงกับที่ต้องการ

เรื่องอัตราเรียนจบนี่สำคัญกว่าที่คนขายคอร์สส่วนใหญ่คิด เพราะคนที่เรียนจบและได้ผลลัพธ์จริงคือคนที่จะบอกต่อ รีวิว และซื้อคอร์สอื่นของเราต่อ ขณะที่คนที่ซื้อแล้วเรียนไม่จบ นอกจากจะไม่บอกต่อ บางคนยังรู้สึกไม่ดีกับคอร์สทั้งที่คอร์สไม่ผิด การให้ทดลองเรียนจึงไม่ได้ช่วยแค่ยอดสมัคร แต่ช่วยคัดคนที่จะเรียนจบและกลายเป็นลูกค้าระยะยาวด้วย

มุมที่อยากฝากให้คนขายคอร์สคิดต่อคือ ถ้าคุณเร่งปิดคนที่ยังไม่พร้อมให้ซื้อโดยไม่ให้เขาลองก่อน คุณอาจได้ยอดสมัครในระยะสั้น แต่ได้คนที่เรียนไม่จบและไม่บอกต่อ ซึ่งในระยะยาวแพงกว่าการปล่อยให้คนที่ยังไม่ใช่เดินจากไป คำถามคือคุณอยากได้ยอดสมัครวันนี้ หรืออยากได้คนที่เรียนจบแล้วพาคนอื่นมาอีก

สรุป

คนที่สนใจคอร์สออนไลน์แต่ไม่สมัครส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเรื่องราคา แต่กลัวว่าเนื้อหาจะไม่ตรงกับตัวเอง และกลัวซื้อแล้วเรียนไม่จบเสียเงินเปล่า การตอบด้วยคำโฆษณาแก้ความกลัวนี้ไม่ได้ สิ่งที่ได้ผลคือให้เขาทดลองเรียนบทจริง เพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าสไตล์การสอนและเนื้อหาถูกใจไหม

เมื่อจะปิดคอร์สเต็ม ต้องแก้ความกลัวเรื่องเรียนไม่จบด้วยการโชว์ระบบพาเรียนและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ การให้ทดลองเรียนไม่ได้ช่วยแค่ยอดสมัคร แต่ยังคัดคนที่มีแนวโน้มเรียนจบ ซึ่งกลายเป็นคนบอกต่อและลูกค้าระยะยาว ดีกว่าการเร่งปิดคนที่ยังไม่พร้อมแล้วได้คนที่เรียนไม่จบ

  • คนลังเลกลัวเนื้อหาไม่ตรงและกลัวเรียนไม่จบ ไม่ใช่กลัวแพง
  • ให้ทดลองเรียนบทจริง ให้เขาพิสูจน์เองแทนคำโฆษณา
  • แก้ความกลัวเรียนไม่จบด้วยระบบพาเรียนและผลลัพธ์ที่ชัด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคนสนใจคอร์สออนไลน์เยอะแต่สมัครจริงน้อย

ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเรื่องราคา แต่กลัวสองอย่าง คือกลัวเนื้อหาไม่ตรงกับที่ต้องการหรือยากง่ายไม่พอดี และกลัวซื้อแล้วเรียนไม่จบเสียเงินเปล่าเหมือนคอร์สที่เคยดองไว้ ถ้าตอบด้วยคำโฆษณาว่าคอร์สดีอย่างเดียว จะไม่ลดความกลัวเหล่านี้

การให้ทดลองเรียนฟรีจะทำให้คนเอาแต่ของฟรีไม่สมัครไหม

มีบ้าง แต่คนที่ทดลองเรียนบทจริงแล้วชอบมักเห็นภาพว่าเรียนต่อจะได้อะไรเพิ่ม การให้ลองบทจริงต่างจากแจกเนื้อหาทั้งหมด เพราะให้พอรู้ว่าถูกใจไหม แต่ยังมีคุณค่าที่เหลือให้อยากเรียนต่อ และช่วยคัดคนที่เหมาะกับคอร์สจริง

ควรให้ทดลองเรียนแค่ไหนถึงพอดี

ควรให้บทเรียนจริงที่ทำให้ผู้เรียนสัมผัสสไตล์การสอนและรู้ว่าเข้าใจไหม มากกว่าคลิปตัวอย่างสั้น ๆ ที่บอกอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรให้มากจนได้เนื้อหาหลักไปหมด จุดที่พอดีคือให้เห็นคุณค่าและอยากเรียนต่อ ไม่ใช่ให้จนไม่มีเหตุผลต้องสมัคร

จะแก้ความกลัวว่าซื้อแล้วเรียนไม่จบยังไง

ทำให้ผู้เรียนเห็นว่ามีระบบพาเรียน ไม่ใช่ขายคลิปแล้วปล่อย เช่น มีกลุ่มถามตอบเวลาติดปัญหา แบ่งเนื้อหาเป็นช่วงสั้นให้เรียนทีละนิดได้ และมีแบบฝึกหัดให้ลงมือทำ สิ่งเหล่านี้บอกว่าเขาไม่ต้องสู้คนเดียว ซึ่งตอบความกลัวเรื่องเรียนไม่จบโดยตรง

หลังให้ทดลองเรียนแล้วควรทำอะไรต่อ

อย่าปล่อยให้เขาหายไปเอง ควรทักไปถามว่าบทแรกเป็นยังไง เข้าใจไหม ติดตรงไหน เพื่อได้คุยต่อและรู้ว่าเขาติดขัดอะไร แทนที่จะปล่อยให้บทสนทนาจบลอย ๆ การถามแบบนี้ช่วยให้พาเขาไปสู่การสมัครคอร์สเต็มได้เป็นธรรมชาติ

อัตราเรียนจบสำคัญกับการขายคอร์สยังไง

สำคัญมาก เพราะคนที่เรียนจบและได้ผลลัพธ์จริงคือคนที่บอกต่อ รีวิว และซื้อคอร์สอื่นต่อ ส่วนคนที่ซื้อแล้วเรียนไม่จบมักไม่บอกต่อและอาจรู้สึกไม่ดีกับคอร์ส การให้ทดลองเรียนช่วยคัดคนที่เหมาะและมีแนวโน้มเรียนจบ ซึ่งดีต่อธุรกิจในระยะยาวมากกว่าแค่ยอดสมัคร

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง