← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

‘ประกันรถชั้น 1 ราคาถูก’: ทำไมคนเช็กเบี้ยผ่าน LINE แล้วหายไปครึ่งหนึ่ง

02 ส.ค. 04:02 · อ่าน 1 นาที
‘ประกันรถชั้น 1 ราคาถูก’: ทำไมคนเช็กเบี้ยผ่าน LINE แล้วหายไปครึ่งหนึ่ง

สรุปสั้น ๆ

คนที่ค้น ‘ประกันรถชั้น 1 ราคาถูก’ มาด้วยสมมติฐานว่าเบี้ยควรถูก พอแอดมินตอบเบี้ยจริงที่สูงกว่าที่คิดก็เงียบหาย ทางแก้ไม่ใช่การไปกดเบี้ยให้ถูกที่สุดจนขาดทุน แต่คือการถามข้อมูลรถให้ครบก่อนเสนอ แล้วอธิบายว่าเบี้ยนี้คุ้มครองอะไรบ้าง เปลี่ยนบทสนทนาจาก ‘ถูกไหม’ เป็น ‘คุ้มไหม’

เคสนี้สนุกตรงที่คำค้นมันหลอกตั้งแต่ต้น ลูกค้าพิมพ์คำว่า ‘ประกันรถชั้น 1 ราคาถูก’ ซึ่งฟังดูเหมือนคนพร้อมซื้อ แต่พอเจาะเข้าไปจริง ๆ คำว่า ‘ราคาถูก’ ในหัวเขากับเบี้ยจริงที่ต้องจ่าย มันห่างกันคนละโลก และช่องว่างตรงนี้แหละที่ทำให้โบรกเกอร์ประกันเสียลูกค้าไปครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ผมเข้าไปช่วยโบรกเกอร์ที่ขายประกันรถผ่าน LINE เป็นหลัก วันหนึ่งมีคนทักเข้ามาเช็กเบี้ยประมาณ 60-80 คน แต่ปิดจริงได้แค่ราว 12-15 ราย ตัวเลขนี้ตอนแรกดูเหมือนปัญหาเรื่องราคา เจ้าของเลยจะให้ไปหาบริษัทประกันที่เบี้ยถูกลงมาขาย แต่ผมขอดูแชทก่อน แล้วพบว่าปัญหาจริงไม่ใช่ราคา

ปัญหาคือ ‘จังหวะและวิธีเสนอเบี้ย’ ต่างหาก คนส่วนใหญ่ที่เงียบ ไม่ได้เงียบเพราะเบี้ยแพงเกินไป แต่เพราะแอดมินโยนตัวเลขให้เขาเปล่า ๆ โดยไม่ได้อธิบายว่ามันคุ้มครองอะไร และหลายครั้งเสนอเบี้ยผิดตั้งแต่แรกเพราะถามข้อมูลรถไม่ครบ

กับดักของคำว่า ‘ถูก’ ในธุรกิจประกัน

คำว่า ‘ราคาถูก’ ในหัวคนค้นประกันรถ มักมาจากการเห็นโฆษณาเบี้ยเริ่มต้นหลักพันต้น ๆ ลอยอยู่เต็มฟีด แต่เบี้ยเริ่มต้นพวกนั้นเป็นเคสรถเก๋งเล็ก อายุน้อย ประวัติดี ไม่มีระบุชื่อผู้ขับ พอลูกค้าจริงที่ขับกระบะ หรือมีอายุรถเยอะ หรืออยากได้ซ่อมห้าง ได้เบี้ยจริงที่สูงกว่าเลขในโฆษณาสองเท่า เขาก็ช็อก

จุดนี้คือที่มาของความเงียบ ไม่ใช่ว่าเบี้ยแพงเกินความเป็นจริงของตลาด แต่มันแพงกว่า ‘ตัวเลขในหัวเขา’ ที่โฆษณาปลูกฝังไว้ ถ้าแอดมินแค่ส่งตัวเลขเบี้ยไปเฉย ๆ แล้วเงียบ ลูกค้าจะเอาไปเทียบกับความคาดหวังผิด ๆ แล้วสรุปเองว่าเจ้านี้แพง

สิ่งที่ผมแนะนำคือ อย่าปล่อยให้ลูกค้าเทียบเบี้ยกับความคาดหวังที่ผิด เราต้องรีเซ็ตความคาดหวังเรื่องราคาก่อนเสนอตัวเลข ด้วยการอธิบายสั้น ๆ ว่าเบี้ยของรถแบบเขาขึ้นกับอะไรบ้าง พอเขาเข้าใจที่มา ตัวเลขที่ตามมาจะไม่น่าตกใจเท่าเดิม

ถามข้อมูลรถให้ครบก่อน อย่ารีบยิงเบี้ย

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยสุดในแชทเดิมคือ แอดมินรีบเสนอเบี้ยเพื่อไม่ให้ลูกค้ารอนาน แต่ถามข้อมูลไม่ครบ พอลูกค้าบอกข้อมูลเพิ่มทีหลัง เบี้ยเปลี่ยน กลายเป็นว่าราคาที่เคยบอกไม่จริง ลูกค้าเสียความเชื่อใจทันที

เราเลยทำชุดคำถามมาตรฐานให้แอดมินถามให้ครบก่อนเสมอ ยี่ห้อรุ่นปีรถ เลขไมล์คร่าว ๆ ใช้ส่วนตัวหรือรับจ้าง เคยเคลมไหม อยากได้ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ระบุชื่อคนขับได้ไหม ข้อมูลพวกนี้กระทบเบี้ยทั้งหมด การถามให้ครบครั้งเดียวดูเหมือนช้ากว่า แต่จริง ๆ เร็วกว่า เพราะไม่ต้องมาแก้เบี้ยไปมาให้ลูกค้าสับสน

เราทำ Rich Menu ที่มีปุ่ม ‘เช็กเบี้ยรถของฉัน’ ซึ่งพอกดแล้วจะพาลูกค้ากรอกข้อมูลรถเป็นสเต็ปก่อนถึงมือแอดมิน ทำให้แอดมินได้ข้อมูลครบตั้งแต่ต้น การออกแบบข้อความและเมนูที่พาลูกค้าให้ข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่แรก ช่วยลดรอบการถามไปมาได้มาก

เปลี่ยนบทสนทนาจาก ‘ถูกไหม’ เป็น ‘คุ้มไหม’

หัวใจของการปิดประกันไม่ใช่การเป็นเจ้าที่ถูกที่สุด เพราะถ้าแข่งกันที่ถูก คุณจะเจอเจ้าที่ถูกกว่าเสมอ และสุดท้ายก็ขาดทุนกันหมด สิ่งที่เราทำคือเปลี่ยนมุมสนทนา จากการเทียบตัวเลขเบี้ย ไปเป็นการเทียบว่า ‘จ่ายเท่านี้แล้วได้ความคุ้มครองอะไร’

ยกตัวอย่างบทสนทนาจริง ลูกค้าบอกว่า ‘อีกเจ้าถูกกว่าตั้งสองพัน’ แทนที่แอดมินจะรีบลดตาม เราให้ตอบว่า ‘ขอดูของอีกเจ้าให้หน่อยได้ไหมคะ เผื่อเช็กว่าคุ้มครองเท่ากันจริงไหม’ พอเทียบกันจริงมักพบว่าเจ้าถูกกว่าเป็นซ่อมอู่ ทุนประกันต่ำกว่า หรือมีค่าเสียหายส่วนแรก การชี้ให้เห็นความต่างตรงนี้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าปก

ผมเน้นกับทีมว่าห้ามพูดจาการันตีแบบว่าเคลมได้ทุกกรณีหรืออะไรทำนองนั้น เพราะประกันมีเงื่อนไขเสมอ การพูดตรงเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครองกลับทำให้ลูกค้าเชื่อใจมากกว่า และลดปัญหาดราม่าตอนเคลมจริงในอนาคต

คนเช็กเบี้ยวันนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงวันต่อประกัน

ค้นพบสำคัญอีกอย่างคือ คนจำนวนมากที่ทักมาเช็กเบี้ย กรมธรรม์เดิมยังไม่หมด เขาแค่เช็กราคาไว้ล่วงหน้าเผื่อเปรียบเทียบ คนกลุ่มนี้ถ้าเราไปเร่งปิดวันนี้ก็ปิดไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าปล่อยหายไปเฉย ๆ พอถึงวันต่อประกันเขาก็ลืมเราไปแล้ว

เราเลยทำระบบเก็บวันครบกำหนดกรมธรรม์ของแต่ละคน แล้ววางลำดับการติดตามให้ทักกลับไปก่อนวันต่อประกันสัก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นจังหวะที่เขาพร้อมตัดสินใจจริง การตามถูกจังหวะแบบนี้ได้ผลกว่าการตื๊อคนที่ยังไม่ถึงเวลามาก และการดูแลลูกค้าเก่าที่เคยทำประกันกับเราให้ต่ออายุก็ถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่เสมอ

สรุป

เคสโบรกเกอร์ประกันชี้ว่า คำว่า ‘ถูก’ ในหัวลูกค้ากับเบี้ยจริงห่างกันเสมอ เพราะโฆษณาเบี้ยเริ่มต้นปลูกฝังความคาดหวังที่ผิด งานของแอดมินจึงไม่ใช่ไปกดเบี้ยให้ถูกที่สุด แต่คือรีเซ็ตความคาดหวังและอธิบายความคุ้มค่า

ให้ถามข้อมูลรถให้ครบก่อนเสนอ เปลี่ยนบทสนทนาจาก ‘ถูกไหม’ เป็น ‘คุ้มไหม’ และอย่าทิ้งคนที่กรมธรรม์ยังไม่หมด เก็บวันครบกำหนดไว้แล้วตามให้ถูกจังหวะ คุณจะปิดได้มากขึ้นโดยไม่ต้องขายตัดราคา

  • คำว่าถูกในหัวลูกค้า ≠ เบี้ยจริง ต้องรีเซ็ตความคาดหวังก่อนเสนอ
  • ถามข้อมูลรถให้ครบก่อนยิงเบี้ย กันราคาเปลี่ยนจนเสียความเชื่อใจ
  • เก็บวันครบกำหนดกรมธรรม์ แล้วตามให้ถูกจังหวะแทนการตื๊อ

คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าค้นคำว่าราคาถูกแต่พอได้เบี้ยจริงก็หาย ควรทำยังไง

ปัญหามักมาจากความคาดหวังราคาที่โฆษณาเบี้ยเริ่มต้นปลูกฝังไว้ ทางแก้คืออธิบายสั้น ๆ ว่าเบี้ยของรถแบบเขาขึ้นกับปัจจัยอะไรก่อนเสนอตัวเลข เพื่อรีเซ็ตความคาดหวัง แล้วเน้นที่ความคุ้มครองที่ได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเบี้ย

ควรถามข้อมูลรถทั้งหมดก่อนเสนอเบี้ย หรือเสนอเบี้ยคร่าว ๆ ไปก่อน

ควรถามข้อมูลที่กระทบเบี้ยให้ครบก่อน เช่น รุ่นปีรถ การใช้งาน ประวัติเคลม และซ่อมห้างหรืออู่ เพราะการเสนอเบี้ยคร่าว ๆ แล้วต้องแก้ทีหลังทำให้ลูกค้าเสียความเชื่อใจว่าราคาที่บอกไม่จริง

ลูกค้าบอกว่าเจ้าอื่นถูกกว่า ควรลดเบี้ยตามไหม

ก่อนลดควรขอดูรายละเอียดความคุ้มครองของอีกเจ้าก่อน เพราะเบี้ยที่ถูกกว่ามักมาพร้อมทุนประกันที่ต่ำกว่า ซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง หรือมีค่าเสียหายส่วนแรก การชี้ความต่างช่วยให้ลูกค้าเลือกบนข้อมูลจริงมากกว่าการแข่งกันที่ราคาอย่างเดียว

คนทักมาเช็กเบี้ยแต่กรมธรรม์ยังไม่หมด ควรทิ้งไปเลยไหม

ไม่ควรทิ้ง เพราะเป็นลูกค้าที่มีความตั้งใจอยู่แล้ว แค่ยังไม่ถึงเวลา ควรเก็บวันครบกำหนดไว้แล้วติดตามกลับก่อนวันต่อประกันสองถึงสามสัปดาห์ ซึ่งเป็นจังหวะที่เขาพร้อมตัดสินใจจริง

จะพูดเรื่องความคุ้มครองยังไงไม่ให้ดูเหมือนสัญญาเกินจริง

ให้พูดตามเงื่อนไขกรมธรรม์จริง ระบุชัดว่าคุ้มครองอะไรและมีข้อยกเว้นอะไร หลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างว่าเคลมได้ทุกกรณี เพราะประกันมีเงื่อนไขเสมอ การพูดตรงช่วยลดปัญหาตอนเคลมจริงและสร้างความเชื่อใจได้มากกว่า

จะรู้ได้ยังไงว่าโฆษณาคำไหนได้ลูกค้าที่ปิดจริง

ควรผูกกรมธรรม์ที่ปิดได้จริงกลับไปยังคำค้นหรือแคมเปญที่พาลูกค้าเข้ามา แล้วเทียบว่าคำไหนได้คนที่ซื้อจริง ไม่ใช่แค่คนเช็กเบี้ยเล่น คำที่เจาะประเภทรถหรือความต้องการเฉพาะมักได้คนที่พร้อมกว่าคำกว้าง ๆ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง