จ่ายค่าแอดไปเท่าไหร่กว่าจะได้ลูกค้าส่งออกรายแรก: สูตรคิด CAC ที่ CFO อยากเห็น

สรุปสั้น ๆ
การขออนุมัติงบแอดเพิ่มสำหรับตลาดส่งออกใหม่ต้องมีตัวเลขต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ที่คำนวณรอบด้าน ไม่ใช่แค่หารงบแอดด้วยจำนวนคนทักเข้ามา เพราะดีลส่งออกมีต้นทุนแฝงหลายอย่างที่มักถูกมองข้าม เช่น เวลาแอดมินและตัวอย่างสินค้าที่ส่งฟรี
สมมติผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทส่งออกสมุนไพรแปรรูปแห่งหนึ่ง อยากขอเพิ่มงบแอดเพื่อขยายตลาดไปยุโรป แต่ก่อนเสนอของบ ฝ่ายการเงินถามคำถามตรง ๆ ว่า 'ตอนนี้จ่ายค่าแอดไปเท่าไหร่กว่าจะได้ลูกค้าส่งออกรายแรกหนึ่งราย' ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากกว่าที่คิด เพราะตัวเลขที่มีอยู่คือแค่งบแอดรวมกับจำนวนคนทักเข้า LINE เท่านั้น
ปัญหาคือถ้าเอางบแอดหารด้วยจำนวนคนทักเข้ามาตรง ๆ ตัวเลขที่ได้จะดูต่ำมากจนเข้าใจผิดว่าต้นทุนถูก ทั้งที่ในความเป็นจริง คนทักเข้ามาส่วนใหญ่ไม่ได้ปิดดีลเป็นลูกค้าจริง และการปิดดีลแต่ละรายยังมีต้นทุนแฝงอื่นที่ไม่ได้อยู่ในงบแอดโดยตรง เช่น เวลาแอดมินที่ใช้คุยหลายวัน หรือตัวอย่างสินค้าที่ส่งให้ลูกค้าทดลองฟรี
บทความนี้ชวนคิดสูตรคำนวณ CAC ที่ครอบคลุมต้นทุนแฝงเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ตัวเลขที่เสนอฝ่ายการเงินสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น ไม่ใช่ตัวเลขสวยที่ดูดีแต่ไม่มีความหมายจริง
ต้นทุนอะไรบ้างที่ควรรวมอยู่ใน CAC ของดีลส่งออก
- งบค่าแอดทั้งหมดที่ใช้ในช่วงเวลาที่คำนวณ ไม่ใช่แค่งบที่จ่ายให้แพลตฟอร์มโฆษณาอย่างเดียว
- ค่าแรงแอดมินโดยประมาณตามเวลาที่ใช้คุยกับลีดแต่ละรายจนกว่าจะปิดหรือหลุด
- ต้นทุนตัวอย่างสินค้าที่ส่งให้ลูกค้าทดลองฟรี รวมค่าขนส่งระหว่างประเทศด้วย
- ต้นทุนเครื่องมือแปลภาษาหรือค่าจ้างล่ามถ้ามีการใช้งานเฉพาะดีลนั้น ๆ
ขั้นตอนคำนวณ CAC แบบครอบคลุม
- เลือกช่วงเวลาที่จะคำนวณ เช่น หนึ่งไตรมาส แล้วรวมงบค่าแอดทั้งหมดในช่วงนั้น
- บวกต้นทุนแฝงที่ระบุไว้ข้างต้น เช่น ค่าแรงแอดมินโดยประมาณและต้นทุนตัวอย่างสินค้า
- นับจำนวนลูกค้าใหม่ที่ปิดดีลจริงในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่จำนวนคนที่ทักเข้ามาทั้งหมด
- หารต้นทุนรวมทั้งหมดด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ที่ปิดดีลจริง จะได้ตัวเลข CAC ที่สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณแบบสมมติ
| รายการต้นทุน | จำนวน (ตัวอย่าง) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| งบค่าแอด 1 ไตรมาส | 180,000 บาท | รวมทุกแพลตฟอร์มที่ใช้ |
| ค่าแรงแอดมินโดยประมาณ | 45,000 บาท | คิดตามเวลาที่ใช้คุยกับลีดทั้งหมด |
| ต้นทุนตัวอย่างสินค้าและค่าส่ง | 25,000 บาท | ส่งให้ลีดที่จริงจังทดลองก่อนสั่งจริง |
| ลูกค้าใหม่ที่ปิดดีลจริง | 5 ราย | นับเฉพาะดีลที่ยืนยันมัดจำแล้ว |
| CAC ต่อลูกค้าใหม่ (ตัวอย่าง) | 50,000 บาท | รวมต้นทุนทั้งหมดหารด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ |
เทียบ CAC กับมูลค่าที่ลูกค้าใหม่แต่ละรายสร้างได้
ตัวเลข CAC ที่คำนวณได้ยังไม่มีความหมายจนกว่าจะเทียบกับมูลค่าที่ลูกค้าใหม่แต่ละรายสร้างให้ธุรกิจ โดยเฉพาะถ้าลูกค้ารายนั้นมีแนวโน้มสั่งซื้อซ้ำต่อเนื่อง ควรมองผ่านมูลค่าตลอดอายุความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่มูลค่าดีลแรกครั้งเดียว เพราะดีลส่งออกที่ปิดครั้งแรกอาจดูเหมือนต้นทุนสูงเมื่อเทียบมูลค่าดีลแรก แต่ถ้าลูกค้ารายนั้นสั่งต่อเนื่องหลายเดือน ภาพรวมความคุ้มค่าจะต่างไปมาก
สำหรับการเสนอของบกับฝ่ายการเงิน การแสดงทั้งตัวเลข CAC และแนวโน้มมูลค่าตลอดอายุลูกค้าคู่กัน ช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมต้นทุนที่ดูสูงในช่วงแรกถึงยังคุ้มค่าในระยะยาว แทนที่จะให้ฝ่ายการเงินตัดสินใจจากตัวเลขต้นทุนดีลแรกเพียงอย่างเดียว
สรุป
การคำนวณ CAC ของดีลส่งออกข้ามแดนต้องมองไกลกว่าแค่หารงบแอดด้วยจำนวนคนทักเข้ามา เพราะมีต้นทุนแฝงหลายอย่างที่มักถูกมองข้าม เช่น เวลาแอดมินและตัวอย่างสินค้าที่ส่งฟรี
การเสนอตัวเลข CAC ที่ครอบคลุมและครบถ้วนคู่กับมูลค่าตลอดอายุลูกค้า ช่วยให้ฝ่ายการเงินเห็นภาพความคุ้มค่าที่แท้จริง และตัดสินใจอนุมัติงบเพิ่มได้ง่ายขึ้นด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
- รวมต้นทุนแฝงอย่างค่าแรงแอดมินและตัวอย่างสินค้าเข้าไปในการคำนวณ CAC
- นับเฉพาะลูกค้าที่ปิดดีลจริง ไม่ใช่จำนวนคนที่ทักเข้ามาทั้งหมด
- เสนอ CAC คู่กับมูลค่าตลอดอายุลูกค้า ไม่ใช่ดูแค่มูลค่าดีลแรกครั้งเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ายังไม่มีข้อมูลลูกค้าซื้อซ้ำเลย ควรคำนวณ CAC ยังไง
ให้เริ่มจากคำนวณ CAC ของดีลแรกไปก่อนตามข้อมูลที่มี แล้วระบุตรง ๆ ว่ายังไม่มีข้อมูลอัตราซื้อซ้ำ พร้อมเสนอแผนติดตามตัวเลขนี้ในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินภาพรวมที่แม่นยำขึ้น
ควรรวมต้นทุนตัวอย่างสินค้าที่ส่งให้คนที่ไม่ปิดดีลด้วยไหม
ควรรวม เพราะเป็นต้นทุนจริงที่เกิดขึ้นจากความพยายามหาลูกค้าใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้นทุนของดีลที่ปิดสำเร็จ การไม่รวมต้นทุนนี้จะทำให้ CAC ดูต่ำกว่าความเป็นจริง
CAC ของดีลส่งออกควรสูงกว่าหรือต่ำกว่า CAC ของขายปลีกในประเทศ
โดยทั่วไปมักสูงกว่า เพราะรอบการตัดสินใจยาวกว่าและมีต้นทุนแฝงมากกว่า แต่ควรเทียบกับมูลค่าดีลที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เทียบตัวเลข CAC เปล่า ๆ โดยไม่ดูมูลค่าที่ได้กลับมา
ควรคำนวณ CAC แยกตามตลาดปลายทางแต่ละประเทศไหม
แนะนำให้แยก เพราะแต่ละตลาดมีต้นทุนแฝงและรอบการตัดสินใจต่างกัน เช่น ตลาดที่ต้องใช้ล่ามหรือเอกสารรับรองเพิ่มเติมมักมี CAC สูงกว่าตลาดที่คุ้นเคยกันมานาน
ตัวเลข CAC ที่คำนวณได้ ควรทบทวนบ่อยแค่ไหน
ควรทบทวนอย่างน้อยทุกไตรมาสหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนกลยุทธ์แอดสำคัญ เพราะต้นทุนแฝงและอัตราปิดดีลอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและสถานการณ์ตลาด
บทความที่เกี่ยวข้อง


