← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

จุดคุ้มทุนของการซื้อทราฟฟิกมาหล่อเลี้ยงยอดใน LINE

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 03:39อัปเดต 04 ก.ค. 03:39อ่าน 1 นาที
จุดคุ้มทุนของการซื้อทราฟฟิกมาหล่อเลี้ยงยอดใน LINE
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

จุดคุ้มทุนของการซื้อทราฟฟิกเข้า LINE คือจุดที่กำไรจากยอดที่ปิดได้ เท่ากับค่าแอดที่จ่ายไปทั้งหมด คำนวณจากกำไรต่อออร์เดอร์ อัตราการปิดจากคนที่ทัก และต้นทุนต่อการทัก ถ้ารู้สามตัวนี้ คุณจะบอกได้ทันทีว่าต้องปิดกี่ยอดถึงเท่าทุน และเพิ่มงบได้แค่ไหนถึงยังกำไร

เวลาผมถามเจ้าของร้านว่า ‘ตอนนี้คุ้มไหม’ คำตอบที่ได้บ่อยสุดคือ ‘น่าจะคุ้มมั้ง’ ซึ่งแปลว่าไม่รู้จริง การทำแอดโดยไม่รู้จุดคุ้มทุนก็เหมือนขับรถกลางคืนโดยไม่เปิดไฟ คุณอาจไปถึงที่หมาย หรืออาจตกข้างทางโดยไม่ทันรู้ตัว

ข่าวดีคือการหาจุดคุ้มทุนไม่ได้ต้องใช้คณิตศาสตร์ยาก แค่รู้สามตัวเลข: กำไรต่อออร์เดอร์ อัตราการปิดจากคนที่ทัก และต้นทุนต่อการทักหนึ่งครั้ง สามตัวนี้ประกอบกันบอกได้ทันทีว่าคุณกำลังทำกำไรหรือถมเงินลงหลุม

บทความนี้ผมจะพาคำนวณทีละขั้นด้วยตัวเลขตัวอย่างจริง แล้วชี้ให้เห็นว่าตัวแปรไหนขยับนิดเดียวแล้วเปลี่ยนเกมได้มากที่สุด เพื่อให้คุณรู้ว่าควรไปแก้ตรงไหนก่อนถ้าตอนนี้ยังไม่คุ้ม

สามตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนคิดจุดคุ้มทุน

ก่อนจะแทนสูตรอะไร ให้เก็บสามตัวเลขนี้จากข้อมูลจริงของคุณ อย่าเดา เพราะเดาผิดตัวเดียวคำตอบเพี้ยนหมด ตัวแรกคือกำไรสุทธิต่อออร์เดอร์ ไม่ใช่ราคาขาย ต้องหักต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่าธรรมเนียมออกก่อน

ตัวที่สองคืออัตราการปิดจากคนที่ทัก คือในคนที่ทักเข้ามา 100 คน ปิดได้กี่คน ตัวเลขนี้สำคัญมากเพราะมันคือประสิทธิภาพของแอดมินและสคริปต์ ถ้าปิดได้ 10 จาก 100 ก็คือ 10% ตัวที่สามคือต้นทุนต่อการทักหนึ่งครั้ง เอาค่าแอดทั้งหมดหารด้วยจำนวนคนที่ทักเข้ามา

จุดที่คนพลาดบ่อยคือเอา ‘ราคาขาย’ มาคิดแทนกำไร ทำให้ตัวเลขดูสวยเกินจริง อีกจุดคือลืมนับต้นทุนแฝงอย่างค่าคนตอบแชท ถ้าอยากได้ภาพจริงต้องนับให้ครบ ไม่งั้นจุดคุ้มทุนที่คำนวณได้จะหลอกตัวเอง

คำนวณจุดคุ้มทุนทีละขั้นด้วยตัวอย่างจริง

มาลองแทนตัวเลขจริงกัน สมมติกำไรต่อออร์เดอร์ของคุณคือ 400 บาท อัตราการปิดคือ 10% และต้นทุนต่อการทักคือ 45 บาท เราจะหาว่าต้องมีคนทักกี่คนถึงเท่าทุน และแต่ละยอดที่ปิดได้ต้องแบกค่าแอดเท่าไหร่

  1. หาต้นทุนแอดต่อการปิดหนึ่งยอด — ถ้าปิดได้ 10% แปลว่าต้องมีคนทัก 10 คนถึงได้ 1 ยอด ต้นทุนต่อยอด = 45 บาท x 10 = 450 บาท
  2. เทียบกับกำไรต่อออร์เดอร์ — กำไร 400 บาท แต่ต้นทุนแอดต่อยอด 450 บาท แปลว่าตอนนี้ ‘ขาดทุน’ 50 บาทต่อยอด ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
  3. หาจุดคุ้มทุน — เพื่อให้เท่าทุน ต้นทุนต่อการทักต้องไม่เกิน 40 บาท (400 หาร 10) หรืออัตราปิดต้องขยับขึ้นเป็นราว 11.25% ที่ต้นทุนทัก 45 บาทเท่าเดิม
  4. ทดสอบสถานการณ์ — ถ้าดันอัตราปิดขึ้นเป็น 15% ต้นทุนต่อยอดจะเหลือ 45 x 6.67 = 300 บาท เท่ากับกำไรสุทธิ 100 บาทต่อยอด นั่นคือผ่านจุดคุ้มทุนและเริ่มทำเงิน

ตัวแปรไหนขยับแล้วเปลี่ยนเกมมากสุด

จากตัวอย่างจะเห็นว่ามีสามคันโยกที่ปรับได้ แต่ละอันแรงไม่เท่ากัน ตารางนี้เทียบให้เห็นว่าขยับตัวไหนแล้วขยับจุดคุ้มทุนได้มากน้อยแค่ไหน จะได้เลือกลงแรงถูกจุด

คันโยกทำได้ยังไงผลต่อจุดคุ้มทุน
อัตราการปิดสคริปต์/ความเร็วตอบดีขึ้นแรงมาก ลดต้นทุนต่อยอดตรง ๆ
ต้นทุนต่อการทักเลือกคำ intent สูงขึ้นแรง แต่มีเพดานของตลาด
กำไรต่อออร์เดอร์เพิ่มยอดต่อบิล/ขายพ่วงแรงและทำได้เร็ว

อย่ามองแค่ยอดแรก จุดคุ้มทุนขยับได้ด้วยลูกค้าซ้ำ

ตัวอย่างข้างบนคิดจากยอดแรกเท่านั้น ซึ่งเป็นการมองแบบระวังตัวที่สุด แต่ในความจริง ลูกค้าคนหนึ่งมักซื้อซ้ำ ถ้าสินค้าคุณเป็นของที่ซื้อประจำ จุดคุ้มทุนที่แท้จริงควรมองรวมมูลค่าตลอดชีวิตของลูกค้าเทียบกับต้นทุนได้มาด้วย ไม่ใช่แค่บิลแรก

นี่คือเหตุผลที่บางร้านยอมขาดทุนบิลแรกได้ เพราะเขารู้ว่าลูกค้าจะกลับมาซื้ออีกสามสี่รอบ ทำให้ในระยะยาวยังกำไร แต่การจะเล่นเกมนี้ได้ คุณต้องมีข้อมูลลูกค้าซ้ำจริง ไม่ใช่แค่หวังลม ๆ ว่าเขาจะกลับมา

อีกมุมที่ต้องคิดคือระยะเวลาคืนทุน ต่อให้คุ้มในระยะยาว แต่ถ้ากว่าจะคืนทุนใช้เวลาครึ่งปี กระแสเงินสดของคุณอาจไม่ไหวก่อน จุดคุ้มทุนจึงต้องดูคู่กับว่าเงินจะกลับมาเร็วพอให้ธุรกิจหมุนต่อได้หรือเปล่า

สรุป

จุดคุ้มทุนไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แค่รู้กำไรต่อออร์เดอร์ อัตราการปิด และต้นทุนต่อการทัก คุณก็คำนวณได้ว่าต้องปิดกี่ยอดถึงเท่าทุน และเพิ่มงบได้แค่ไหนถึงยังกำไร การรู้ตัวเลขนี้เปลี่ยนการทำแอดจากการเดาเป็นการตัดสินใจบนข้อมูล

คันโยกที่แรงที่สุดมักเป็นอัตราการปิดกับกำไรต่อออร์เดอร์ เพราะปรับได้จากภายในโดยไม่ต้องพึ่งตลาดแอด และถ้าสินค้าคุณมีลูกค้าซ้ำ อย่าลืมมองจุดคุ้มทุนในระยะยาวควบคู่กับระยะเวลาคืนทุน เพื่อไม่ให้เกมกำไรระยะยาวทำกระแสเงินสดระยะสั้นสะดุด

  • ใช้กำไรสุทธิ ไม่ใช่ราคาขาย ในการคิดจุดคุ้มทุน
  • อัตราการปิดคือคันโยกที่ปรับได้จากภายในและแรงที่สุด
  • สินค้าซื้อซ้ำมองจุดคุ้มทุนยาวได้ แต่ต้องดูกระแสเงินสดคู่กัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรใช้กำไรหรือราคาขายในการคิดจุดคุ้มทุน

ใช้กำไรสุทธิต่อออร์เดอร์เสมอ คือราคาขายหักต้นทุนสินค้า ค่าส่ง และค่าธรรมเนียมออกแล้ว การใช้ราคาขายจะทำให้ตัวเลขดูสวยเกินจริง แล้วคุณจะเผลอเพิ่มงบทั้งที่จริงกำลังขาดทุน

อัตราการปิดที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานตายตัว เพราะขึ้นกับสินค้าและราคา ของราคาสูงอัตราปิดมักต่ำกว่าของราคาถูกเป็นธรรมดา สิ่งที่สำคัญกว่าคือเทียบกับตัวเองย้อนหลัง แล้วดูว่าดีขึ้นหรือแย่ลง

ต้นทุนต่อการทักสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำยังไงดี

ก่อนอื่นตรวจว่าคุณกำลังจ่ายเพื่อคนกลุ่มไหน ถ้าเป็นคำกว้างที่คนแค่หาข้อมูล ลองขยับไปคำที่ intent สูงขึ้น ต้นทุนต่อการทักอาจสูงต่อคลิก แต่ได้คนที่ปิดง่ายกว่า ทำให้ต้นทุนต่อยอดจริงถูกลง

ควรเพิ่มงบตอนไหนถึงจะปลอดภัย

เพิ่มเมื่อคุณผ่านจุดคุ้มทุนชัดเจนและตัวเลขนิ่งพอสมควรแล้ว การเพิ่มงบตอนที่ยังไม่คุ้มเท่ากับขยายการขาดทุนให้เร็วขึ้น ควรแก้อัตราปิดหรือต้นทุนต่อการทักให้ผ่านจุดคุ้มทุนก่อน แล้วค่อยเร่ง

จุดคุ้มทุนของสินค้าซื้อซ้ำคิดต่างจากสินค้าซื้อครั้งเดียวไหม

ต่าง สินค้าซื้อซ้ำมองรวมมูลค่าตลอดชีวิตลูกค้าได้ ทำให้ยอมลงทุนต่อการได้ลูกค้าหนึ่งคนสูงกว่า ส่วนสินค้าซื้อครั้งเดียวต้องคุ้มตั้งแต่บิลแรก เพราะไม่มีรอบสองมาช่วยถัวเฉลี่ย

ถ้าขาดทุนบิลแรกแต่หวังลูกค้าซ้ำ เสี่ยงไหม

เสี่ยงถ้าคุณยังไม่มีข้อมูลจริงว่าลูกค้ากลับมาซื้อจริงแค่ไหน การเล่นเกมนี้ต้องอิงตัวเลขการซื้อซ้ำและระยะเวลาคืนทุนที่วัดได้ ไม่ใช่แค่ความหวัง ควรมั่นใจว่ากระแสเงินสดรับไหวก่อนตัดสินใจยอมขาดทุนช่วงแรก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำนวณมูลค่าทราฟฟิกออร์แกนิก (Earned Media Value) เทียบค่าแอดจริง

คำนวณมูลค่าทราฟฟิกออร์แกนิก (Earned Media Value) เทียบค่าแอดจริง

ทราฟฟิกที่ได้ฟรีจากคอนเทนต์และการบอกต่อมีมูลค่าจริง บทความนี้เล่าวิธีคำนวณ Earned Media Value เทียบกับค่าแอด เพื่อรู้ว่าคอนเทนต์ออร์แกนิกคุ้มแค่ไหน
สร้าง Conversion Benchmark ของตัวเอง แทนการเชื่อค่ากลางลอย ๆ

สร้าง Conversion Benchmark ของตัวเอง แทนการเชื่อค่ากลางลอย ๆ

ค่ากลางอุตสาหกรรมที่เห็นในเน็ตส่วนใหญ่วัดคนละอย่างกับธุรกิจคุณ บทความนี้สอนกรอบวิธีสร้างเบนช์มาร์กของตัวเองจากข้อมูลจริง เพื่อรู้ว่าตัวเลขวันนี้ดีหรือแย่กันแน่
จุดตัดราคาอยู่ตรงไหน อะไรควรปิดบนเว็บ อะไรควรดึงมาปิดในแชท LINE

จุดตัดราคาอยู่ตรงไหน อะไรควรปิดบนเว็บ อะไรควรดึงมาปิดในแชท LINE

สินค้าบางราคาปิดบนหน้าเว็บได้เลย แต่บางราคาต้องคุยในแชทถึงจะปิดได้ บทความนี้ให้กรอบหาจุดตัดของธุรกิจคุณเอง เพื่อไม่เสียกำไรกับของแพงและไม่เสียเวลากับของถูก