Blended ROAS เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และตอนไหนที่ยังไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจ

สรุปสั้น ๆ
Blended ROAS คือยอดขายรวมทุกช่องทางหารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม ต่างจาก ROAS ที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเอง เพราะไม่นับซ้อนทับจากการที่หลายแพลตฟอร์มแย่งเครดิตยอดขายเดียวกัน เหมาะกับธุรกิจที่ยิงแอดหลายช่องทางพร้อมกันแล้วอยากรู้ภาพความคุ้มค่าที่แท้จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มอวดตัวเองให้ดูดี
ลองนึกภาพเช้าวันจันทร์ที่คุณเปิดสามแดชบอร์ดพร้อมกัน Google Ads บอกว่า ROAS เดือนนี้ 4.2 เท่า Meta Ads Manager บอกว่าทำได้ 3.8 เท่า ส่วน TikTok Ads บอกว่าทำได้ดีที่สุดคือ 5.1 เท่า ถ้าเอาสามตัวเลขนี้มาเฉลี่ยเล่น ๆ ก็น่าจะออกมาราวสี่กว่าเท่า แต่พอไปเปิดบัญชีธนาคารเทียบกับยอดขายจริงทั้งเดือน กลับพบว่า ROAS โดยรวมของทั้งธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 2.6 เท่าเท่านั้น ตัวเลขที่ควรจะบวกกันได้กลับไม่ตรงกันเลย
จุดที่ทำให้หลายคนงงคือแต่ละแพลตฟอร์มไม่ได้โกหก มันแค่รายงานสิ่งที่มันมองเห็นและเชื่อว่าตัวเองมีส่วนในการปิดการขายนั้น ปัญหาคือลูกค้าคนเดียวกันอาจเห็นโฆษณาจาก Facebook ก่อน แล้วมาเจอโฆษณาเดียวกันซ้ำใน TikTok อีกรอบ ก่อนจะคลิกจาก Google Search ตอนพร้อมซื้อจริง สุดท้ายทั้งสามแพลตฟอร์มต่างก็เคลมว่าตัวเองเป็นคนปิดการขายนั้น ทั้งที่ยอดขายเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว
บทความนี้จะพาไปดูว่า Blended ROAS คำนวณต่างจาก ROAS รายแพลตฟอร์มยังไง ใช้ตัวเลขไหนถึงจะถูก แล้วที่สำคัญคือธุรกิจแบบไหนที่ควรเริ่มใช้ตัวเลขนี้จริงจัง กับธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่คุ้มค่าจะลงแรงคำนวณตอนนี้
Blended ROAS นับยังไง ต่างจาก ROAS รายแพลตฟอร์มตรงไหน
Blended ROAS คำนวณจากยอดขายรวมทั้งหมดของธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่ายอดขายนั้นจะมาจากช่องทางไหน หารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์มในช่วงเวลาเดียวกัน สูตรง่าย ๆ คือ Blended ROAS เท่ากับ ยอดขายรวมทั้งธุรกิจ หารด้วย งบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม ตัวเลขที่ใช้ทั้งสองฝั่งจึงต้องมาจากแหล่งเดียวกันเสมอ คือระบบขายจริงของธุรกิจ ไม่ใช่ตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเอง
ส่วน ROAS รายแพลตฟอร์มที่เห็นในแต่ละ Ads Manager คำนวณจากยอดขายที่แพลตฟอร์มนั้นเชื่อว่าตัวเองมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น หารด้วยงบที่จ่ายให้แพลตฟอร์มนั้นเพียงอย่างเดียว ปัญหาคือ 'ยอดขายที่แพลตฟอร์มเชื่อว่าตัวเองมีส่วน' ไม่ใช่ยอดขายจริงเสมอไป เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีหน้าต่างการนับเครดิต (Attribution Window) ของตัวเอง และมองไม่เห็นว่าลูกค้าคนเดียวกันเจอโฆษณาจากแพลตฟอร์มอื่นมาก่อนหรือเปล่า
ทำไมยอดรวมจากแต่ละแพลตฟอร์มถึงมากกว่าความเป็นจริงเสมอ
เหตุผลหลักคือการนับเครดิตซ้อนทับกัน (Overlapping Attribution) เมื่อลูกค้าคนเดียวเห็นโฆษณาหลายแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ละแพลตฟอร์มจะพยายามเคลมว่าตัวเองมีส่วนสำคัญในการปิดการขายนั้น เพราะระบบของมันเห็นแค่ครึ่งเดียวของภาพทั้งหมด ไม่รู้ว่ามีแพลตฟอร์มอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผลคือถ้าเอา ROAS ที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานมาบวกกันเป็นยอดขายรวม ตัวเลขจะสูงเกินความเป็นจริงเสมอ
อีกปัจจัยคือ View-through Conversion หรือการนับว่าลูกค้าที่แค่ 'เห็น' โฆษณาแต่ไม่ได้คลิกก็ยังนับเป็นผลจากแอดนั้นได้ในบางเงื่อนไข ยิ่งทำให้แต่ละแพลตฟอร์มมีตัวเลขที่ดูดีเกินจริงมากขึ้นไปอีก และธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE ยิ่งซับซ้อนกว่าอีเมล เพราะช่วงจากคลิกโฆษณาไปจนถึงลูกค้าตัดสินใจโอนเงินในแชทอาจใช้เวลาหลายวัน ทำให้แพลตฟอร์มที่จับเวลาสั้นกว่าคำนวณผิดพลาดได้ง่าย
วิธีคำนวณ Blended ROAS แบบใช้ได้จริงกับธุรกิจที่มี LINE เป็นช่องปิดการขาย
หัวใจของการคำนวณ Blended ROAS ให้แม่นคือต้องมี 'แหล่งยอดขายเดียว' ที่ทุกช่องทางไหลมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ POS ระบบบัญชี หรือสมุดบันทึกออเดอร์ที่แอดมิน LINE อัปเดตทุกวัน ถ้ายอดขายกระจัดกระจายอยู่หลายที่โดยไม่มีจุดรวม การคำนวณ Blended ROAS จะผิดตั้งแต่ตัวตั้งแล้ว
ลองเทียบให้เห็นภาพจากตัวเลขสมมติของเดือนเดียวกัน ยอดขายจริงที่ปิดได้ทั้งหมดคือ 520,000 บาท งบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์มคือ 200,000 บาท Blended ROAS จึงเท่ากับ 2.6 เท่า ในขณะที่ผลรวมของ ROAS ที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเองอาจสูงถึง 4 กว่าเท่า ความต่างนี้แหละคือส่วนที่เกิดจากการนับเครดิตซ้อนทับกัน
| มุมมอง | ตัวตั้ง (ยอดขาย) | ตัวหาร (งบโฆษณา) | ผลลัพธ์ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| ROAS ที่ Google Ads รายงาน | ยอดขายที่ Google เชื่อว่าตัวเองช่วยปิด | งบ Google Ads เท่านั้น | 4.2 เท่า |
| ROAS ที่ Meta รายงาน | ยอดขายที่ Meta เชื่อว่าตัวเองช่วยปิด | งบ Meta เท่านั้น | 3.8 เท่า |
| Blended ROAS | ยอดขายรวมจริงทั้งธุรกิจ | งบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม | 2.6 เท่า |
ขั้นตอนเริ่มคำนวณ Blended ROAS ครั้งแรกสำหรับธุรกิจที่มีหลายช่องทาง
- รวบรวมยอดขายจริงทั้งหมดของธุรกิจในเดือนเดียวกันจากแหล่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชีหรือสรุปยอดจากทีมแอดมิน LINE
- รวบรวมงบโฆษณาที่จ่ายจริงในเดือนเดียวกันจากทุกแพลตฟอร์มที่ใช้ รวมค่าธรรมเนียมหรือภาษีถ้ามี ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่แพลตฟอร์มโชว์ในแคมเปญ
- ตัดยอดขายที่ไม่เกี่ยวกับการตลาดออกก่อน เช่นยอดจากลูกค้าประจำที่กลับมาซื้อเองโดยไม่ได้เห็นแอด เพื่อไม่ให้ตัวเลขดูดีเกินจริงจากยอดที่ไม่ได้มาจากงบที่จ่ายไป
- คำนวณ Blended ROAS แล้วบันทึกไว้เป็นรายเดือนต่อเนื่อง เพื่อดูแนวโน้มเทียบกับเดือนก่อนหน้า มากกว่าจะดูตัวเลขเดือนเดียวแล้วสรุปทันที
ธุรกิจแบบไหนควรเริ่มดู Blended ROAS
ธุรกิจที่ยิงโฆษณาพร้อมกันหลายแพลตฟอร์ม เช่นทั้ง Google Ads Meta และ TikTok ในเวลาเดียวกัน ควรเริ่มดู Blended ROAS เพราะตัวเลขจากแต่ละแพลตฟอร์มจะเริ่มขัดแย้งกันเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนช่องทางที่เพิ่มขึ้น การมีตัวเลขกลางตัวเดียวที่ทุกทีมยึดร่วมกันช่วยลดการเถียงกันว่าแพลตฟอร์มไหน 'เก่งกว่า' โดยไม่มีบริบท
ธุรกิจที่มีข้อมูลยอดขายรวมศูนย์อยู่แล้ว เช่นมีระบบบันทึกออเดอร์ที่แอดมิน LINE อัปเดตสม่ำเสมอ หรือมีระบบบัญชีที่แยกยอดตามเดือนได้ชัดเจน ก็พร้อมเริ่มคำนวณ Blended ROAS ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนระบบเพิ่ม
ธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่ควรลงทุนกับเครื่องมือนี้
ถ้าธุรกิจของคุณยิงโฆษณาแค่แพลตฟอร์มเดียว Blended ROAS จะให้ค่าเท่ากับ ROAS รายแพลตฟอร์มพอดี เพราะไม่มีการนับเครดิตซ้อนทับให้ต้องแก้ไข การเสียเวลาตั้งระบบรวบรวมข้อมูลข้ามแหล่งจึงยังไม่คุ้มค่าในจุดนี้ รอให้เริ่มยิงแพลตฟอร์มที่สองก่อนค่อยกลับมาใช้ตัวเลขนี้
ธุรกิจที่ยังไม่มีแหล่งยอดขายรวมศูนย์ที่เชื่อถือได้ ก็ยังไม่ควรรีบคำนวณ เพราะจะได้ Blended ROAS ที่ผิดตั้งแต่ต้นทาง สู้เอาเวลาไปจัดระเบียบการบันทึกยอดขายให้ครบก่อน แล้วค่อยกลับมาคำนวณทีหลังจะแม่นกว่า และธุรกิจที่รอบการตัดสินใจซื้อยาวหลายเดือน เช่นสินค้าราคาสูงหรือบริการที่ต้องนัดพบหลายรอบ ตัวเลขรายเดือนอาจแกว่งจนทำให้อ่านแนวโน้มผิด ควรดูเป็นรายไตรมาสแทน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Blended ROAS อ่านผิดทาง
- เอายอดขายเดือนนี้มาหารกับงบโฆษณาเดือนก่อน ทั้งที่ลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อหลังเห็นแอดนานหลายสัปดาห์ ทำให้ตัวเลขไม่สอดคล้องกันจริง
- ลืมหักยอดคืนสินค้าหรือยอดที่ถูกยกเลิกออกจากยอดขายรวม ทำให้ Blended ROAS ดูดีกว่าความเป็นจริงในเดือนที่มีการคืนเงินเยอะ
- รวมยอดขายจากลูกค้าเก่าที่ไม่ได้เกี่ยวกับแคมเปญปัจจุบันเข้าไปด้วย ทำให้ดูเหมือนแอดทำงานได้ผลดีทั้งที่ยอดส่วนใหญ่มาจากฐานลูกค้าเดิม
- ดูแค่ตัวเลขเดือนเดียวแล้วรีบสรุปว่าการตลาดใช้ไม่ได้ผล ทั้งที่ Blended ROAS ควรดูเป็นแนวโน้มต่อเนื่องมากกว่าตัดสินจากจุดเดียว
ควรดู Blended ROAS คู่กับตัวเลขอะไรอีกบ้าง
Blended ROAS บอกภาพรวมความคุ้มค่าของงบโฆษณา แต่ไม่ได้บอกว่ากำไรจริงเหลือเท่าไหร่ เพราะไม่ได้หักต้นทุนสินค้าหรือค่าใช้จ่ายอื่น ควรดูควบคู่กับ Marketing Efficiency Ratio ที่มองภาพรวมงบการตลาดทั้งก้อนแทนที่จะแยกเป็นรายแพลตฟอร์ม เพื่อเห็นภาพว่าค่าใช้จ่ายการตลาดทั้งหมดสัมพันธ์กับยอดขายรวมแค่ไหน ไม่ใช่แค่งบโฆษณาอย่างเดียว
อีกตัวเลขที่ควรดูคู่กันคือ MER ซึ่งใช้แนวคิดคล้ายกันแต่โฟกัสที่การเปรียบเทียบระหว่างเดือนได้ง่ายกว่า และถ้าอยากรู้ว่าลูกค้าที่ปิดการขายได้คุ้มกับต้นทุนที่หามาแค่ไหนในระยะยาว ควรอ่านเรื่อง LTV CAC Ratio เพิ่มเติมด้วย เพราะ Blended ROAS มองแค่เดือนต่อเดือน ในขณะที่ LTV CAC มองภาพระยะยาวของลูกค้าแต่ละคน
กรณีธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE จะดู Blended ROAS ยังไง
ความยากของธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE คือยอดขายไม่ได้เกิดในหน้าเว็บที่ติดโค้ดวัดผลไว้ แต่เกิดในห้องแชทที่แอดมินพิมพ์คุยกับลูกค้าเอง ทำให้ต้องมีจุดเชื่อมระหว่างคลิกโฆษณา การทักเข้า LINE และการบันทึกยอดขายปลายทางให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกัน ไม่งั้นตัวตั้งของ Blended ROAS จะไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก
งานลักษณะนี้คือสิ่งที่บริการอย่าง linli ช่วยได้ในส่วนของการเชื่อม Tracking Link จากโฆษณาไปจนถึงการบันทึกสถานะ Lead และยอดขายใน LINE ตามการตั้งค่า Integration ที่เปิดใช้งาน แต่การรวบรวมยอดขายทั้งหมดให้ครบและตรวจสอบความถูกต้องก่อนคำนวณ ยังเป็นหน้าที่ของทีมธุรกิจที่ต้องดูแลเองอยู่ดี
สรุป
Blended ROAS ไม่ใช่ตัวเลขที่จะแทนที่ ROAS รายแพลตฟอร์มไปเสียทีเดียว แต่เป็นตัวเลขกลางที่ช่วยตัดปัญหาการนับเครดิตซ้อนทับกันเมื่อธุรกิจยิงโฆษณาหลายช่องทางพร้อมกัน สิ่งที่สำคัญกว่าสูตรคำนวณคือการมีแหล่งยอดขายเดียวที่เชื่อถือได้มารองรับตัวตั้งของสมการนี้
ถ้าธุรกิจยังยิงแพลตฟอร์มเดียวหรือยังไม่มีระบบรวมยอดขายที่ชัดเจน การรีบคำนวณ Blended ROAS อาจให้ตัวเลขที่ผิดเพี้ยนมากกว่าช่วยตัดสินใจ ทางที่ดีกว่าคือจัดระเบียบข้อมูลยอดขายให้ครบก่อน แล้วค่อยเริ่มดูตัวเลขนี้เมื่อมีหลายช่องทางที่ต้องเทียบกันจริง ๆ
- Blended ROAS = ยอดขายรวมจริงทั้งธุรกิจ หารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การเฉลี่ย ROAS ที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงาน
- ตัวเลขจะแม่นได้ก็ต่อเมื่อมีแหล่งยอดขายเดียวที่รวมทุกช่องทาง รวมถึงยอดที่ปิดผ่านแชท LINE
- เหมาะกับธุรกิจที่ยิงหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ยังไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ยิงช่องทางเดียว
- ต้องดูควบคู่กับตัวเลขที่หักต้นทุนแล้ว เพราะ ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรดีเสมอไป
คำถามที่พบบ่อย
Blended ROAS ต่างจาก ROAS ธรรมดายังไง
ROAS ธรรมดาคือตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเอง โดยคำนวณจากยอดขายที่แพลตฟอร์มนั้นเชื่อว่าตัวเองมีส่วนช่วย ส่วน Blended ROAS ใช้ยอดขายรวมจริงทั้งธุรกิจหารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม จึงไม่มีปัญหาการนับเครดิตซ้อนทับกัน
ต้องมีงบโฆษณาขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงเริ่มดู Blended ROAS ได้
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรเริ่มเมื่อยิงโฆษณามากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์มพร้อมกัน และมีข้อมูลยอดขายสะสมอย่างน้อยหนึ่งเดือนเต็มให้เห็นแนวโน้ม ถ้ายังยิงแพลตฟอร์มเดียวและงบน้อย ROAS รายแพลตฟอร์มก็เพียงพอแล้ว
Blended ROAS นับยอดขายจาก LINE ด้วยไหม
นับได้ถ้ามีการบันทึกยอดขายที่ปิดผ่าน LINE เข้าไปรวมในแหล่งยอดขายกลางของธุรกิจ ถ้าแอดมิน LINE บันทึกยอดแยกไว้ต่างหากโดยไม่ได้รวมเข้ามา Blended ROAS ที่คำนวณออกมาจะต่ำกว่าความเป็นจริง
ทำไม Blended ROAS ต่ำกว่า ROAS ที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเสมอ
เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมักเคลมเครดิตยอดขายเดียวกันซ้อนทับกัน เมื่อรวมยอดขายจริงมาหารกับงบรวม ตัวเลขจึงมักต่ำกว่าผลรวมของ ROAS รายแพลตฟอร์มที่แต่ละที่รายงานแยกกัน
ควรดู Blended ROAS รายวันหรือรายเดือน
ส่วนใหญ่ควรดูเป็นรายเดือนขึ้นไป เพราะรอบการตัดสินใจซื้อของลูกค้าหลายธุรกิจกินเวลาหลายวัน การดูรายวันอาจทำให้ตีความผิดจากความแกว่งของข้อมูลที่ยังไม่นิ่ง
Blended ROAS สูงแปลว่ากำไรดีเลยไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะ Blended ROAS คำนวณจากยอดขายไม่ใช่กำไร ธุรกิจที่มีต้นทุนสินค้าสูงหรือมาร์จิ้นต่ำอาจมี ROAS สูงแต่กำไรบางมาก จึงควรดูควบคู่กับตัวเลขที่หักต้นทุนแล้วเสมอ
ลองตรวจด้วยตัวเอง
เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE
ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง
คำนวณ ROI ฟรี →ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click
รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วันบทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอดเข้า LINE ทั้งเดือน แล้วยอดขายจริงมาจากช่องไหนกันแน่

จ่ายค่าแอดหาลูกค้าใหม่ 900 บาทต่อคน กว่าจะคืนทุนต้องรอกี่เดือนกันแน่
